[PR] ฟอร์ดตั้งเป้าผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติรองรับแผนการใช้รถร่วมกันในปี พ.ศ. 2564 โดยลงทุนกับบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ และเพิ่มทีมงานที่ศูนย์ซิลิคอนแวลลีย์อีกเท่าตัว

พาโลอัลโต – รัฐแคลิฟอร์เนีย – 17 สิงหาคม 2559 – ฟอร์ดประกาศความมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบจำนวนมาก โดยจะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติตามมาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์นานาชาติหรือ SAE ระดับ 4 ที่ใช้สำหรับการพาณิชย์ ในการให้บริการการใช้รถยนต์ร่วมกันและบริการเรียกรถในปี พ.ศ. 2564

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ฟอร์ดได้ลงทุนและร่วมมือกับธุรกิจสตาร์ทอัพจำนวน 4 แห่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และเพิ่มทีมงานที่ซิลิคอนแวลลีย์เป็นสองเท่า พร้อมเพิ่มทีมงานที่พาโลอัลโตอีกกว่าเท่าตัว

ford-autonomous-vehicle

“ในทศวรรษหน้า รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะเป็นตัวสร้างนิยามการขับขี่ และจะมีบทบาทสำคัญต่อสังคมในวงกว้าง ดั่งเช่นที่ฟอร์ดเคยเคลื่อนย้ายสายการประกอบรถยนต์เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน” มาร์ค ฟีลด์ส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “เราทุ่มเทที่จะนำรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติออกสู่ท้องถนน โดยจะพัฒนาด้านความปลอดภัยและแก้ปัญหาความท้าทายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้คนนับล้าน ไม่ใช่เพียงแต่สำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อรถยนต์หรูราคาแพงเท่านั้น”

รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในปีพ.ศ. 2564 เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสัญจรอัจฉริยะของฟอร์ด โดยฟอร์ดวางแผนที่จะเป็นผู้นำด้านรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมทั้งด้านการเชื่อมต่อ การสัญจร การสร้างประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงด้านข้อมูลและการวิเคราะห์

เดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้านรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ผลจากการค้นคว้าและพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมานานกว่าทศวรรษ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบของฟอร์ดจะเป็นรถยนต์ที่ตรงตามมาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์นานาชาติหรือ SAE ระดับ 4 โดยจะไม่มีพวงมาลัย ถังน้ำมันและเบรค รถยนต์ดังกล่าวจะได้รับการออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อการบริการด้านการสัญจรในเชิงพาณิชย์ เช่น การใช้รถยนต์ร่วมกันและการเรียกรถ และจะมีรถที่สามารถใช้งานได้เป็นจำนวนมาก

ford-autonomous-vehicle-2

“ฟอร์ดได้ทำการพัฒนาและทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมานานกว่า 10 ปี” ราจ แนร์ รองประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และหัวหน้าฝ่ายช่างเทคนิคของฟอร์ด กล่าว “ฟอร์ดได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์เนื่องจากเรามีความสามารถในการผสมผสานซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีการตรวจจับสัญญาณ เข้ากับวิศวกรรมศาสตร์ที่ซับซ้อนซึ่งจำเป็นสำหรับการผลิตรถยนต์คุณภาพสูง และนี่คือสิ่งที่ต้องใช้เพื่อทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นจริงสำหรับผู้คนนับล้านทั่วโลก”

ในปีนี้ ฟอร์ดจะเพิ่มจำนวนรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับการทดสอบเป็นสามเท่า และจะเป็นกลุ่มรถยนต์เพื่อการทดสอบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลาย โดยจะนำรถฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริดขับเคลื่อนอัตโนมัติจำนวน 30 คันมาขับทดสอบบนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนาและมิชิแกน โดยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนรถสำหรับทดสอบอีกสามเท่าในปีหน้า

ฟอร์ดเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ทำการทดสอบรถที่เอ็มซิตี้ ( Mcity ) ซึ่งเป็นสนามทดสอบรถเสมือนจริงในบริเวณมหาวิทยาลัยมิชิแกน และเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่สาธิตการทำงานของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในสภาพหิมะสู่สาธารณะและยังเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่ทำการทดสอบการขับเคลื่อนรถยนต์ท่ามกลางความมืดสนิทตอนกลางคืน โดยการทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเซ็นเซอร์ LiDAR

เพื่อส่งมอบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในปีพ.ศ. 2564 ฟอร์ดประกาศความร่วมมือและการลงทุนสำคัญ 4 ประการ ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตการค้นคว้าวิจัยอันแข็งแกร่งทั้งในเรื่องอัลกอริธึ่มที่ล้ำสมัย การทำแแผนที่สามมิติ เซ็นเซอร์ LiDAR รวมถึงเรดาร์และเซ็นเซอร์กล้อง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • เวโลดายน์ ( Velodyne ) ฟอร์ดได้ลงทุนกับเวโลดายน์ ผู้นำด้านเซ็นเซอร์ LiDAR ( การตรวจจับแสงและค่าการผันแปร ) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซิลิคอนแวลลีย์ เพื่อก้าวไปสู่การผลิตเซ็นเซอร์ LiDAR สำหรับรถยนต์ปริมาณมากในราคาที่สามารถซื้อได้ ฟอร์ดกับเวโลดายน์เป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน และฟอร์ดเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ใช้เซ็นเซอร์ LiDAR จากเวโลดายน์ในการทำแผนที่ที่มีความละเอียดสูงและการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งเริ่มขึ้นมายาวนานกว่า 10 ปี
  • บริษัทวิเคราะห์สัญญาณและโซลูชั่นส์การประมวลผลภาพ หรือ SAIPS ( Signal Analysis and Image Processing Solutions ) ฟอร์ดได้เข้าซื้อกิจการบริษัทเพื่อการศึกษาและพัฒนาเครื่องจักร หรือ SAIPS ซึ่งตั้งอยู่ที่อิสราเอล เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญทั้งในด้านสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะและวิสัยทัศน์การมองของคอมพิวเตอร์ บริษัท SAIPS ได้พัฒนาโซลูชั่นส์เชิงอัลกอริธึ่มในส่วนของการประมวลผลภาพและวิดีโอ สร้างประสิทธิภาพการศึกษาเชิงลึก รวมทั้งการประมวลผลสัญญาณและการจำแนกข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดเรียนรู้และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ
  • ศูนย์ประสาทวิทยาไนเรนเบิร์ก แอลแอลซี ( Nirenberg Neuroscience LLC ) ฟอร์ดได้ทำข้อตกลง เพื่อใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในความร่วมมือกับศูนย์ประสาทวิทยาไนเรนเบิร์ก ก่อตั้งโดย ดร. ชีล่า ไนเรนเบิร์กนักประสาทวิทยาศาสตร์ ผู้ประสบความสำเร็จในการศึกษารหัสที่ใช้ในการส่งข้อมูลของเส้นประสาท ( Neural Code ) เพื่อแสดงผลเป็นข้อมูลภาพไปสู่สมอง ซึ่งนำไปสู่แพลตฟอร์มวิสัยทัศน์ของคอมพิวเตอร์อันทรงพลังสำหรับการทำงาน ในการนำส่งข้อมูล การจดจำวัตถุและใบหน้า รวมทั้งการทำงานอื่น ๆ ด้วยแอพพลิเคชั่นทรงประสิทธิภาพมากมาย ตัวอย่างเช่น ดร. ไนเรนเบิร์กได้พัฒนาอุปกรณ์สำหรับการฟื้นฟูการมองเห็นของผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อม โดยความร่วมมือของฟอร์ดกับไนเรนเบิร์กเน็ตเวิร์คส์จะช่วยนำอัจฉริยภาพและความสามารถด้านการสัมผัสต่าง ๆ ของมนุษย์มาสู่รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
  • บริษัทพัฒนาแผนที่ ซิวิลแมพส์ ( Civil Maps ) ฟอร์ดได้ลงทุนกับซิวิลแมพส์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง เบิร์กลีย์ เพื่อพัฒนาต่อยอดความสามารถในการผลิตแผนที่ความละเอียดสูงแบบสามมิติ บริษัทซิวิลแมพส์เป็นผู้ริเริ่มเทคนิคการทำแผนที่สามมิติสุดล้ำสมัยที่สามารถย่อขยายได้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่ากระบวนการทำแผนที่ในปัจจุบัน สิ่งนี้จะช่วยให้ฟอร์ดมีแนวทางในการพัฒนาแผนที่สามมิติคุณภาพสูงมากขึ้น เพื่อใช้เป็นความรู้พื้นฐานในการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโดยรอบของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

การขยายศูนย์วิจัยซิลิคอนแวลลีย์

ฟอร์ดเดินหน้าขยายศักยภาพการทำงานของศูนย์วิจัยซิลิคอนแวลลีย์อย่างแข็งแกร่ง พร้อมก่อตั้งอีกหนึ่งแคมปัสใหม่ของฟอร์ด ณ เมืองพาโลอัลโต

การขยายพื้นที่การทำงานและห้องวิจัยกว่า 150,000 ตารางฟุต และการสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้น 2 หลังติดกับศูนย์วิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมนี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของทีมนักวิจัยฟอร์ดในเมืองพาโลอัลโตที่จะมากขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี พ.ศ. 2560

“ศูนย์วิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมของฟอร์ดในเมืองซิลิคอนแวลลีย์เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้และสร้างสรรค์แผนการสัญจรอัจฉริยะ” เคน วอชิงตัน รองประธานฝ่ายค้นคว้าและวิศวกรรมชั้นสูงของฟอร์ด กล่าว “เป้าหมายของเราคือการเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนซิลิคอนแวลลีย์ และในวันนี้เราได้ทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพกว่า 40 บริษัท เพื่อสร้างความร่วมมืออันแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการบริการ”

ศูนย์วิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมพาโลอัลโต ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 และได้เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการวิจัยในการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ในปัจจุบันมีทีมนักวิจัย วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์รวมกว่า 130 คน ที่พร้อมยกระดับความร่วมมือของฟอร์ดและศูนย์วิจัยซิลิคอนแวลลีย์

ศูนย์วิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมหลากหลายสาขาวิชาในเมืองพาโลอัลโตเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีและวิศวกรรมระดับโลกของฟอร์ด ซึ่งจะเปิดทำการภายในกลางปีพ.ศ. 2560

 

เกี่ยวกับฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์และการสัญจร ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเดียร์บอร์น มลรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพนักงานรวมประมาณ 203,000 คน และมีโรงงาน 67 แห่งทั่วโลก โดยธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ การออกแบบ ผลิต ทำการตลาด การให้บริการด้านการเงิน และบริการหลังการขาย สำหรับรถยนต์ รถกระบะ รถเอสยูวี และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในแบรนด์ฟอร์ด และ แบรนด์ลินคอล์น ซึ่งเป็นแบรนด์ในตลาดรถหรู ในขณะเดียวกัน บริษัทมีความมุ่งมั่นอย่างตั้งใจในการเดินหน้าแผนการสัญจรอัจฉริยะเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่อ การสัญจร การควบคุมรถยนต์แบบไร้ผู้ขับขี่ การมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า รวมไปถึงการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟอร์ด ในด้านผลิตภัณฑ์ หรือ บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ เครดิต โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.corporate.ford.com



About TechTalkThai_PR

Check Also

Cisco เพิ่มความสามารถให้ Network Insights ยกระดับการป้องกันปัญหาแบบ Proactive

Cisco ได้เเผยความสามารถใหม่ในฟังก์ชัน Network Insights ใน Data Center Network Assurance ให้สามารถรวบรวมข้อมูลในเครือข่าย แจ้งเตือน และระบุปัญหา ได้ก่อนเกิดเหตุ

Cisco แพตช์ช่องโหว่ร้ายแรงใน Firepower Management และผลิตภัณฑ์อื่นกว่า 26 รายการแนะผู้ใช้เร่งอัปเดต

Cisco ได้ประกาศ Advisory สำหรับช่องโหว่ต่างๆ กว่า 27 รายการ โดยมีช่องโหว่ร้ายแรง 1 รายการกระทบกับซอฟต์แวร์ Firepower Management Center จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเดตครับ