Breaking News

FAQ: ไขข้อข้องใจเรื่อง 802.11ax มาตรฐาน Wi-Fi ถัดไป

บทความนี้ได้รวบรวมคำถามที่หลายๆ มักสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐาน 802.11ax ที่คาดว่าจะเป็นมาตรฐาน Wi-Fi ถัดไปในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา อย่างไรก็ตาม Huawei ได้ทำการทดสอบการใช้งานแล้ว พบว่าได้ความเร็วสูงสุดถึง 10.53 Gbps คาดว่ามาตรฐานดังกล่าวจะพร้อมใช้งานในเดือนมีนาคม 2019 ที่จะถึงนี้

Credit: cherezoff/ShutterStock
Credit: cherezoff/ShutterStock

Q: 802.11ax คืออะไร
A: 802.11ax เป็นมาตรฐานการติดต่อสื่อสารบนเครือข่ายไร้สายถัดไป ต่อเนื่องจากซีรี่ย์มาตรฐาน 802.11 ของ IEEE ที่ออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ 802.11a/b/g/n/ac Wave 1 และ ac Wave 2 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีที่เราเรียกกันว่า Wi-Fi

Q: เป็นมาตรฐาน ?
A: ถูกต้อง เป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย IEEE ซึ่งหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นร่วมกันว่า อุปกรณ์ที่จะเรียกตัวเองได้ว่ารองรับมาตรฐาน 802.11ax จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีและฟีเจอร์ตามที่ได้กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็น iPhone ของ Apple, Access Point จาก HPE Aruba, Wi-Fi Router จาก Cisco มีลักษณะการทำงานรูปแบบเดียวกัน ดังนั้นแล้ว อุปกรณ์ที่ระบุว่าได้รับการรับรองตามมาตรฐาน 802.11ax (หรือมาตรฐานอื่นๆ ) จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไม่ติดขัด

Q: แต่เห็นเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายก็มีการพัฒนาใหม่ๆ อยู่ทุกวันนี่
A: ใช่แล้ว และ IEEE ก็พยายามตามเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ทัน แล้วออกเป็นมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับ ส่งผลให้กระบวนการสร้างมาตรฐานใหม่ค่อนข้างเข้มงวด และกินเวลานานพอสมควร มาตรฐานล่าสุดอย่างเป็นทางการคือ 802.11ac ซึ่งออกมาเมื่อปี 2013 ย้อนหลังไปก่อนหน้านั้นคือ 802.11n ซึ่งออกเมื่อปี 2007

Q: หมายความว่า 802.11ax ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ใช่ไหม
A: ถูกต้อง 802.11ax กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่เท่าที่เห็นจนถึงตอนนี้ 802.11ax มีศักยภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เช่น เทคโนโลยี MIMO ที่ 802.11ac พัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นกว่าตอนที่ถูกคิดค้นครั้งแรกบนมาตรฐาน 802.11n บน 802.11ax สามารถจัดการเรื่องซอยย่อยสัญญาณได้ดีกว่านั้นมาก โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า MIMO-OFDM ส่งผลให้ได้ความเร็วเพิ่มขึ้นตามทฤษฎีถึง 10 เท่า

Q: MIMO-OFDM ทำหน้าที่อะไร
A: อธิบายอย่างกว้างๆ คือ เพิ่ม Throughput เทคโนโลยี 802.11ac Wave 2 สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วระดับ Gigabit ต่อวินาที เป้าหมายของ 802.11ax คือ ใช้เทคโนโลยีนี้ในการเพิ่มความเร็วให้สูงกว่าเดิม 5 – 10 เท่า (ในทางทฤษฎี ทางปฏิบัติอาจได้น้อยกว่านั้น) ซึ่งจากการทดสอบของ Huawei พบว่า ได้ความเร็วสูงสุดที่ 10.53 Gbps

Q: หมายความว่าเป้าหมายสูงสุดของ 802.11ax คือเพิ่มความเร็วให้เร็วขึ้นไปอีก ?
A: ไม่เชิงซะทีเดียว เพิ่มความเร็วเป็นเพียงหนึ่งในเป้าหมายย่อยเท่านั้น เป้าหมายหลักจริงๆ คือ พัฒนามาตรฐานสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น ไม่ใช้แค่เพียงเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลเท่านั้น แต่รวมไปถึงเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อในกรณีที่ต้องเจอกับสัญญาณรบกวนรุนแรง ซึ่งถ้าเราติดตามมาตรฐาน Wi-Fi ในปัจจุบันจะพบว่า อุปกรณ์ทุกชนิดมักจะเจอปัญหาเมื่อต้องเจอกับสัญญาณรบกวนทุกที

Q: ถ้างั้น 802.11ax เป็นอะไรที่มีประสิทธิภาพมากเลยใช่ไหม
A: แน่นอนที่สุด ที่สำคัญคือ 802.11ax ยังเพิ่มความสามารถในการทำ Routing บิทของข้อมูลให้ไปยังเส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

Q: แล้วจะพร้อมใช้งานเมื่อไหร่ล่ะ
A: คาดการณ์ว่า IEEE จะประกาศเวอร์ชันมาตรฐานออกมาประมาณมีนาคมปี 2019 ซึ่งก่อนหน้านั้นคงมี Vendor หลายเจ้าทยอยเริ่มให้บริการฮาร์ดแวร์ที่รองรับมาตรฐานดังกล่าวก่อนเป็นที่เรียบร้อย เหมือนดังที่เห็นตอนมาตรฐาน 802.11n และ 802.11ac

Q: อย่างนี้ควรอัพเกรดไปใช้ 802.11ac Wave 2 ไหม ระหว่างรอ 802.11ax
A: ลองอ่านบทความนี้ดูครับ ลงทุนกับมาตรฐาน 802.11ac Wave 2 ตอนนี้ คุ้มค่าจริงหรือ ?

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐาน 802.11ax: https://www.techtalkthai.com/ieee-802-11ax-the-next-generation-of-wi-fi/

ที่มา: http://www.networkworld.com/article/3048196/mobile-wireless/faq-802-11ax-wi-fi.html


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

VMware เปิดตัว nanoEDGE ใช้ VMware vSAN HCI ติดตั้งบน Edge Server ขนาดเล็ก รองรับ 25-50VM

Edge Computing นั้นได้กลายเป็น Workload หนึ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคของ Digital Transformation นี้ และทาง VMware เองก็ได้ทำการพัฒนาโซลูชัน nanoEDGE ขึ้นมา เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถมี Edge Data Center ขนาดเล็กมากๆ ที่สามารถติดตั้ง VMware vSAN ในตัวได้ เพื่อรองรับการประมวลผลอย่างทนทาน

Red Hat OpenStack Platform 15 ออกแล้ว เน้นเสริม Security และรองรับ Cloud-Native มากขึ้น

Red Hat ได้ออกมาประกาศให้ Red Hat OpenStack Platform 15 เข้าสู่สถานะ General Availability แล้ว โดยต่อยอดมาจาก OpenStack Stein เพื่อรองรับการสร้าง Private Cloud บน Red Hat Enterprise Linux 8 ด้วยความสามารถใหม่ๆ ดังนี้