[PR] โรงงานผลิตสัญชาติเกาหลีใต้ในจังหวัดระยองถูกดำเนินคดี ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

ภาพรวมผลการปราบปรามโดยบก.ปอศ. ประจำปี 2559

กรุงเทพฯ, 16 กุมภาพันธ์ 2560 – กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เริ่มต้นปีนี้ด้วยการเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพียง 4 สัปดาห์แรก เพื่อลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้น และดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจมากกว่า 20 แห่งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยตรวจค้นครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตของชาวต่างชาติในจังหวัดระยอง พบซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิของบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) และบริษัทไทยซอฟต์แวร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ (ThaiSoftware Enterprise) บนเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 64 เครื่อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ออกแบบ และโรงงานผลิตอีกหลายแห่งในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2560 ในจังหวัดปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ พบการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของบริษัทซอฟต์แวร์อื่นอีกเจ็ดแห่ง ซึ่งการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิถูกต้องครบถ้วน คือเรื่องผลประโยชน์ขององค์กรธุรกิจที่ผู้บริหารต้องพิจารณา

บก.ปอศ. กำหนดให้ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปี สำหรับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาด้านซอฟต์แวร์ ในปีที่ผ่านมา มีการเพิ่มกำลังในส่วนของการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในปี 2559 บก.ปอศ. เข้าตรวจค้นและดำเนินคดีองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ รวมทั้งหมด 268 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2558 โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 503 ล้านบาท จากสถิติ กรุงเทพฯ คือจังหวัดที่มีการเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจมากที่สุดถึง 125 คดี ตามมาด้วยสมุทรปราการ  30 คดี และชลบุรี  20 คดี ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิที่พบมากที่สุด ได้แก่ ซอฟต์แวร์ของบริษัท ออโต้เดสก์ (Autodesk) พีทีซี (PTC) ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซีเมนต์ พีแอลเอ็ม ซอฟต์แวร์ (Siemens PLM Software) และไทยซอฟต์แวร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ (ThaiSoftware Enterprise) เนื่องจากซอฟต์แวร์บางรายการมีมูลค่าสูงทำให้แม้จะมีการติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงไม่กี่เครื่องแต่มูลค่าความเสียหายจะสูงกว่าซอฟต์แวร์อื่นๆ

นอกจากนั้น การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิซอฟต์แวร์ในทุกภาคอุตสาหกรรม ในปี 2559 ภาคอุตสาหกรรมที่มีองค์กรธุรกิจถูกดำเนินคดีมากที่สุด คือ ก่อสร้าง ซึ่งมากถึง 98 ราย โรงงานผลิต  86 ราย สถาปัตยกรรมและออกแบบ  36 ราย บริษัทตัวแทนจำหน่าย  20 ราย และวิศวกรรม จำนวน 14 ราย สำหรับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ โฆษณา บริการให้คำปรึกษา ยานยนต์ ค้าปลีก วิดีโอเกมส์ และซอฟต์แวร์ การเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีครั้งสำคัญในปี 2559 เกิดขึ้นที่โรงงานผลิตในจังหวัดสมุทรสาคร พบซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิของบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) และบริษัทออโต้เดสก์ (Autodesk) บนเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 173 เครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท 

“ในปีนี้ บก.ปอศ. วางแผนที่จะเพิ่มความเข้มงวดต่อไป สำหรับการปราบปรามและลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย โดยจะใช้ผลการดำเนินงานของปีที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์มาตรฐาน” พ.ต.อ.วินัย วงษ์บุบผา รองผู้บังคับการและโฆษกบก.ปอศ. กล่าว

จำนวนของผู้แจ้งเบาะแสการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ประเทศไทยมีสิ่งแวดล้อมบนโลกไซเบอร์ที่ปลอดภัยมากขึ้น ท่านสามารถแจ้งเบาะแสผ่านทางสายด่วนที่ 02-714-1010 หรือผ่านระบบออนไลน์ และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stop.in.th

###

About TechTalkThai PR 2

Check Also

เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ [PR]

เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล …

ก้าวข้ามการลงทุน AI: หัวเว่ยชี้แนวทางสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของไทยในยุค AI [PR]

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถต่อยอดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กลายเป็นความสามารถในการใช้ AI ที่สร้างประโยชน์ได้จริงต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างไร