Cobalt เปิดตัวแนวทางผสมผสาน AI และมนุษย์ ยกระดับกระบวนการทดสอบเจาะระบบให้ทันสมัย

บริษัท Cobalt Labs ผู้ให้บริการทดสอบการเจาะระบบ ประกาศเปิดตัวการปรับปรุงแพลตฟอร์ม Offensive Security Platform ครั้งใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ โดยมุ่งเสริมศักยภาพให้กับทั้งชุมชนทดสอบเจาะระบบ Cobalt Core และลูกค้าของบริษัท

Credit: Cobalt

ความก้าวหน้าใหม่นี้ผสานปัญญาอัตโนมัติเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความได้เปรียบด้านการป้องกันภัยจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ความสามารถใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันของ Cobalt ไปสู่อนาคตที่ผสมผสานระหว่างแนวทางที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์และพลังของ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทดสอบเจาะระบบแบบดั้งเดิม โดยโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยปรับปรุงกระบวนการเสริมคุณค่าข้อมูล การแนะนำแนวทางแก้ไข และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของการทำงาน

ความสามารถใหม่ที่เปิดตัววันนี้ประกอบด้วย AI-Powered Scoping ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของทรัพย์สินที่เหมาะสม พร้อมระบุสภาพแวดล้อมและความต้องการของการทดสอบเจาะระบบได้อย่างแม่นยำ และ AI Pentest Assistant ฟังก์ชันที่ช่วยสรุปผลการค้นพบก่อนหน้าและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบเจาะระบบ พร้อมเสนอแนวทางดำเนินการต่อไปตามผลลัพธ์ที่พบ

ทั้งสองฟีเจอร์นี้จะทำงานร่วมกับ AI-Powered Reconnaissance ซึ่งจะเปิดตัวในไตรมาสสี่ โดยออกแบบมาเพื่อทำให้ขั้นตอนการสืบค้นข้อมูลล่วงหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้นักทดสอบเริ่มการเจาะระบบได้ไวขึ้นและมุ่งเน้นการค้นหาช่องโหว่ได้มากขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่อื่น ๆ ได้แก่ AI Assistant for Findings and Reports สำหรับเสนอข้อความร่างเบื้องต้นสำหรับบางส่วนของรายงานการค้นพบและรายงานสรุป และ AI-Driven Insights and Benchmarking ที่ให้การเปรียบเทียบข้อมูลกับองค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกัน พร้อมตัวชี้วัดหลักและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์

Gunter Ollmann ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Cobalt กล่าวว่า “นักทดสอบเจาะระบบที่เป็นมนุษย์ยังคงมีประสิทธิภาพที่สุดในการค้นหาความเสี่ยงในโลกจริง การมอบเครื่องมือที่สามารถทำงานได้เร็วและซับซ้อนเท่าทันภัยคุกคามยุคใหม่ ไม่ได้หมายถึงการแทนที่มนุษย์ด้วย AI แต่คือการเปิดประตูสู่ระดับใหม่ของเสรีภาพเชิงสร้างสรรค์ ความแม่นยำ และการโฟกัสในการทำงาน”

โมเดล AI ของ Cobalt ได้รับการฝึกด้วยข้อมูลจริงจากการทดสอบเจาะระบบตลอดกว่า 10 ปี แทนที่จะใช้ข้อมูลจำลองหรือข้อมูลจากการหาช่องโหว่แลกรางวัล ส่งผลให้เป็นสิ่งที่บริษัทอ้างว่าเป็นหนึ่งในชุดข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม

แนวคิดของการเปิดตัวครั้งนี้คือ การลดภาระงานซ้ำซ้อนในขั้นตอนการสืบค้นข้อมูลและคัดกรองสัญญาณรบกวน เพื่อให้นักทดสอบเจาะระบบสามารถมุ่งเน้นในสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด — การระบุเส้นทางการโจมตีที่ซับซ้อนและพัฒนาการโจมตีจำลองที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบของลูกค้า

Ollmann กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลลัพธ์นี้จะ “ช่วยให้องค์กรสามารถระบุความเสี่ยงได้เร็วขึ้น แก้ไขปัญหาได้ไวขึ้น และขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยที่แข็งแกร่งขึ้น ลดภาระการดำเนินงาน และเพิ่มความมั่นใจในการขยายการพัฒนาในวงกว้าง”

Cobalt เป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมลงทุน โดยระดมทุนได้รวมทั้งหมด 36.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการระดมทุน 5 รอบ ตามข้อมูลจาก Tracxn นักลงทุนของบริษัทประกอบด้วย Highland Europe, Byfounders, eLab Ventures, Plug and Play Tech Center, Draper Associates และ DG Ventures

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/10/07/cobalt-debuts-hybrid-ai-human-led-approach-modernize-penetration-testing-workflows/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …