ธปท. ผลักดัน Fintech เพื่อช่วยตอบโจทย์ SME และ Consumer

เมื่อวานนี้เราได้ไปร่วมงาน ‘Bangkok FinTech Fair 2018: SME and Consumer Financial Solution’ ที่ถูกจัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ก็เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็น Disruption ต่อภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจเข้าใจว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในภาค Financial Technology นี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไรเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และไว้วางใจที่จะยอมรับเทคโนโลยีด้านธุรกรรมการเงินแบบใหม่

โดย ดร. วีรไท สันติประภพ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติ ได้กล่าวว่า “เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยขึ้นกับธุรกิจ SME และประชาชนรายย่อยซึ่งส่งผลต่อการจ้างงานในประเทศกว่า 80% ดังนั้นแบงก์ชาติจึงให้ความสำคัญกับ 2 กลุ่มนี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยตื่นตัวกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เช่น PromptPay หรือระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนกว่า 39 ล้านคน หรือในส่วนของ QR Code เองที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทำให้หลายธุรกรรมการเงินสามารถทำงานข้ามกันได้” สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ช่วยลดต้นทุนและสามารถนำข้อมูลที่อยู่ในระบบไปตรวจสอบร้านค้า หรือ ผู้ทำธุรกิจได้ว่ามีประวัติเป็นอย่างไร ดังนั้นธนาคารสามารถประเมินความเสี่ยงในการปล่อยกู้ได้ดียิ่งขึ้น

การนำเทคโนโลยี Fintech เข้ามาใช้จะช่วยตอบโจทย์ธุรกิจของ SME และ ผู้บริโภคได้หลายประการดังนี้

  • Productivity คือ สามารถทำให้ Transaction ในธุรกรรมทางการเงินมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและต้นทุนต่ำลงอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การโอนเงินระหว่างประเทศจากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวันซึ่งส่งผลกระทบกับผู้เกี่ยวข้องเพราะค่าเงินอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลานั้นรวมถึงมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้นด้วย ดังนั้นเมื่อมีการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้จะลดเวลาเหลือเพียงหลักนาทีหรือชั่วโมงเป็นอย่างมากพร้อมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย
  • Immunity คือ ผู้ให้บริการธุรกรรมการเงินสามารถประเมินความเสี่ยงได้ชัดเจนแม่นยำมากยิ่งขึ้นโดยใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในระบบที่เห็นได้ชัดเลยคือธุรกิจประเภทประกันภัยต่างๆ นอกจากนี้เทคโนโลยี เช่น การยืนยันตัวตนด้วยชีวภาพ (Biometric) และ Blockchain จะเข้ามาบทบาทสำคัญเพื่อช่วยป้องกันการปลอมแปลงที่จะเกิดขึ้นกับระบบได้ดีขึ้น
  • Inclusive คือ ประชาชนหรือ ธุรกิจ SME จะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึงเพราะความสะดวกและง่ายด้วยการใช้เทคโนโลยีบนออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนเป็นต้น ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ให้ SME เนื่องจากมีต้นทุนต่ำและสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นเนื่องจากขั้นตอนน้อยลง

อย่างไรก็ตามการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งานก็ต้องมีนโยบายที่เหมาะสม เช่น ต้องมีการควบคุมความเสี่ยงอย่างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากตอนนี้เรายังไม่ได้มี พรบ. มาควบคุมข้อมูลเหล่านี้ อีกทั้งยังต้องมี พรบ. ที่รองรับกับ Fintech ที่ก่อให้เกิดบริการใหม่ซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็วๆ นี้ สุดท้ายนี้ความมุ่งหวังของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะให้ผู้ประกอบการ SME หรือ Consumer เข้าใจ เปิดใจยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าทุกฝ่ายไม่ช่วยกันผลักดันเทคโนโลยีเหล่านี้


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Raspberry Pi ออกบอร์ด Pico รุ่นใหม่เพิ่มชิป Wireless และการเชื่อมต่อภายนอก

เมื่อต้นปี 2021 การมาถึงของ Raspberry Pi Pico ถือเป็นบอร์ดขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จมากตัวหนึ่งด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 4 เหรียญสหรัฐฯ ล่าสุดมีการเพิ่มฟังก์ชันให้สามารถรองรับการเชื่อมต่อภายนอกและสัญญาณไวไฟได้

[Guest Post] Arista Cognitive Campus Workspaces Overview

เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หลักจากเกิดการแพร่ระบาด Coivd-19 ไปทั่วโลก ทำให้วิถีชีวิตในการทำงานระหว่างบ้าน ออฟฟิศ มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น โดย Arista ขอแนะนำอุปกรณ์ Cognitive Campus Network เพื่อเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการทำงานภายในองค์กร ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายแบบมีสาย (Wired) …