เอาเครื่องเก่ามาแลก แล้วรับเงินคืนไปเลย!!

AWS ประกาศรองรับการใช้งาน UDP Protocol กับ Network Load Balancer แล้ว

AWS ประกาศรองรับการใช้งาน UDP Protocol กับบริการ Network Load Balancer เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Credit: AWS
 
Network Load Balancer เป็นบริการหนึ่งใน Elastic Load Balancing ของ AWS ที่ช่วยทำ Load Balance สำหรับ Traffic ของแอพพลิเคชันไปยัง Amazon EC2 Instance, Container และ IP Address โดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ Network Load Balancer ของ AWS นั้นรองรับเฉพาะ TCP Protocol และ TLS Traffic เท่านั้น ซึ่งการเพิ่มการรองรับ UDP Protocol จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Load Balance แอพพลิเคชันได้หลากหลายมากขึ้น เช่น Online Gaming, Streaming, Media Transfer, RADIUS, Logging, DNS, SIP, SNMP และ IOT นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานแอพพลิเคชันที่ใช้ TCP และ UDP พร้อมกันได้อีกด้วย เช่น DNS ผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการระบบ Load Balancer นี้ ได้จากหน้า Console, CLI และ API ได้ทันที เช่นเดียวกับการใช้งานระบบ Elastic Load Balancing เดิมที่มีอยู่
 
Credit: AWS
 
ปัจจุบัน AWS ได้เปิดให้รองรับ UDP Protocol บน Network Load Balancer ใน Region ดังต่อไปนี้ US East (N. Virginia), US East (Ohio), US West (Northern California), US West (Oregon), Asia Pacific (Mumbai), Asia Pacific (Seoul), Asia Pacific (Singapore), Asia Pacific (Sydney), Asia Pacific (Tokyo), Asia Pacific (Hong Kong), Asia Pacific (Osaka), Canada (Central), EU (Frankfurt), EU (Ireland), EU (London), EU (Paris), EU (Stockholm), South America (São Paulo) , China (Beijing), China (Ningxia) และ AWS GovCloud (US) Regions.
 


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

วิธีการเปิด ‘God Mode’ สำหรับเข้าถึงการตั้งค่าขั้นสูงบน Windows 10

วันนี้เราขอแนะนำวิธีการฟีเจอร์หนึ่งสำหรับการตั้งค่าต่างๆ บน Windows 10 ได้ภายในหน้าจอเดียว ซึ่งอาจเป็นประโยชน์กับแอดมินหลายๆท่านครับ

Linux 5.10 จะช่วยชะลอปัญหา Y2K38 ให้ไปเกิดในปีค.ศ. 2486 แทน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั่วโลกเคยประสบปัญหาการบันทึกค่าเวลาในระบบ IT เมื่อปีค.ศ. 2000 หรือที่เรียกว่า Y2K จน Software ทั่วโลกต้องออกอัปเดตมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้กันโดยด่วนไปแล้ว และ Linux เองก็ได้แก้ปัญหาครั้งนั้นไปเรียบร้อย แต่ด้วยข้อจำกัดของ Format การเก็บข้อมูลที่ใช้ ปัญหานี้จึงจะเกิดอีกครั้งในปี 2038 ซึ่งใน Linux 5.10 ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้แก้ไขปัญหานี้อีกครั้ง ให้ไปเกิดในปี 2486 แทน