Atlassian ยกเครื่อง Jira Software ใหม่เน้นความง่ายในการใช้งาน

Atlassian เจ้าของซอฟต์แวร์ Jira หรือเครื่องมือติดตามการพัฒนาโปรเจ็คด้านซอฟต์แวร์ได้ยกเครื่อง Jira ใหม่โดยเน้นตอบโจทย์ด้าน User Experience ด้วยการเน้นดีไซน์ให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายมากกว่าเดิม รวมถึงได้ออกแบบ Back-end Stack ใหม่ด้วยเช่นกัน

credit : atlassian.com

การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมีดังนี้

  • มีการกระจาย Hosted ตัว Cloud ไปบน AWS เพิ่มจากเดิมที่ตั้งเองและจัดโหลดของฟีเจอร์ต่างๆ ให้เหมาะสม
  • ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งาน (Next-gen Experience) แต่ทางทีมงานยืนยันว่าจะไม่มีการแทนที่ของเดิมออกจะเป็นเพียงการเพิ่มเติมเข้าไปเป็นทางเลือกของผู้ใช้เท่านั้นซึ่งการเปลี่ยนนั้นประกอบด้วย วิธีการสร้างหน้า Board, issue function, การคัดกรองเพื่อแสดงหน้า Board รวมถึงหน้า Roadmap ด้วย ซึ่งเบื้องหลังของการออกแบบการใช้งานได้ Trello หรือบริษัทที่ทาง Atlassian ได้ซื้อเข้ามาเป็นทีมที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้วย
  • เพิ่มส่วนของเครื่องมือที่สามารถซิงค์เข้ามาโดยอัตโนมัติได้ (API) เพราะทางทีมงานมองว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ประกอบไปด้วยบุคคลากรจากหลายฝ่ายไม่ใช่แค่ทีมพัฒนาเท่านั้นจึงต้องครอบคลุมไปจนถึงเครื่องมือของทีมอื่นด้วยจึงเกิดความเป็น Agile อย่างแท้จริง
  • ปรับจำนวนผู้ใช้งานสูงสุดเป็น 5,000
  • Jira ใหม่นี้ยังได้รับการคอมไพล์จาก ISO 3 หัวข้อ และ SOC 2 Type II ด้วย

ผู้สนใจสามารถดูรีวิวจากวีดีโอได้ตามด้านล่างหรือติดตามรายละเอียดเต็มๆ ได้ที่บล็อกของ Atlassian

ที่มา : https://techcrunch.com/2018/10/18/atlassian-launches-the-new-jira-software-cloud/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Red Hat แจกฟรี E-Book แนะนำพื้นฐานเทคโนโลยี Service Mesh ด้วย Istio

Red Hat ได้ออกมาประกาศแจก E-Book ฟรีที่เล่าถึงพื้นฐานของแนวคิดด้าน Service Mesh ด้วยการใช้ Istio เพื่อให้เหล่านักพัฒนา Software, DevOps และเหล่าผู้ดูแลระบบได้นำไปศึกษา เตรียมก้าวเข้าสู่โลกของ Cloud-Native Application อย่างเต็มตัวกันในปี 2019

5 เหตุผล ทำไมถึงควรใช้ Fortinet “Secure SD-WAN”

ปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการโซลูชัน SD-WAN มากกว่า 60 ราย แต่เกือบทั้งหมดรองรับเพียง IPsec VPN และ Stateful Security แบบพื้นฐานเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการปกป้องเครือข่าย WAN จากภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบัน Fortinet จึงได้ผสานรวมเทคโนโลยี SD-WAN เข้าด้วยกันแพลตฟอร์ม Next-generation Firewall กลายเป็น “Secure SD-WAN” เพื่อให้บริการการเชื่อมต่อ WAN ที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง สอดคล้องกับ SLA ที่กำหนด และบริหารจัดการได้ง่ายจากศูนย์กลาง โดยมีจุดเด่นสำคัญ 5 ประการ ดังนี้