Application Experience คือจุดสูงสุด ตราบเท่าที่มีความมั่นคงปลอดภัย

โลกของ Application Delivery ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ Remote Work ได้เปลี่ยนจาก “ความจำเป็นอย่างเร่งด่วน” ไปสู่ “วิธีการทำงานมาตรฐาน” ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อจากเดิมที่เคยให้บริการแอปพลิเคชันอย่างหนักหน่วงเพียงชั่วคราว กลับต้องมาแบกรับความจำเป็นที่จะต้องรับภาระงานระดับนั้นให้ได้ตลอดเวลาและต้องยั่งยืน

ปัจจุบันนี้ ความต่อเนื่องของธุรกิจขึ้นกับว่าแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานหรือไม่เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งพนักงานและลูกค้าต่างเป็นกังวลไม่ต่างกัน ฝ่าย IT ถูกกดดันให้จัดเตรียมแอปพลิเคชันที่มีทั้ง Experience และ Security ที่ดี แต่ความซับซ้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ณ Edge และ Cloud กลับสร้างภาระเพิ่มเติมให้แก่ผู้ดูแลระบบ ที่ต้องคอยจัดหาเครื่องมือและเทคโนโลยีมาสร้างสมดุลย์ให้แก่แอปพลิเคชันโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย

ความพร้อมใช้บริการ (Availability) คือกุญแจสำคัญ

การใช้แอปพลิเคชันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปริมาณงานที่ต้องทำเพื่อให้แอปพลิเคชันทำงานได้โดยไม่ล่มเพิ่มขึ้นตาม ฝ่าย IT จำเป็นต้องยกระดับทีมงาน ทั้งด้านจำนวนคน ทักษะ และเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม ฝ่าย IT ส่วนใหญ่ยังต้องจมปลักอยู่กับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น กว่าจะแยกแยะฝ่าฝันข้อมูลการแจ้งเตือนที่ไม่สำคัญไปจนถึงต้นตอของปัญหาได้ ก็เสียเวลาไปมากโข แทนที่จะได้นำเวลาเหล่านั้นไปลงแรงกับงานเชิงกลยุทธ์ที่มีความซับซ้อนและมีประโยชน์มากกว่า

ด้วยทักษะของมนุษย์ในขณะนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะบริหารจัดการองค์รวมของแอปพลิเคชันที่โฮสต์บน Cloud ไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์นี้ ระบบอัตโนมัติ (Automation) จึงเป็นสิ่งจำเป็น จึงเป็นที่มาของการวางระบบ Load Balance ขึ้น

Load Balancer หรือ Application Delivery Controller (ADC) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยผสาน Application Stack ที่อยู่ในระดับบนกับ Network Stack ที่อยู่ในระดับล่างเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่ระหว่างกลาง Application Servers และ Users โดยทำหน้าที่แจกจ่ายทราฟฟิกไปยัง Back-end Server ที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการกับ Request ที่เข้ามา

ภายใต้วิถีปกติใหม่ Load Balancer เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้มั่นใจว่าจะมี Application Experience ที่ดี พร้อมใช้งานตลอด 24/7 และยืดหยุ่นเพียงพอที่จะตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบของ Users

Kemp LoadMaster เป็น Load Balancer ที่นำเสนอเทคโนโลยี Load Balance ที่การันตีความพร้อมใช้งานของแอปพลิเคชันแบบ Always-on พร้อมด้วยฟีเจอร์ขั้นสูงที่หลากหลาย เช่น Object Storage Optimization, Always-on VPN และ Global-site Load Balancing (GSLB)

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยแบบหลายชั้น

การกระจายตัวของโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร อันเป็นผลพวงจากการเปิดให้ทำงานแบบ Remote และการย้ายไปใช้ระบบ Cloud สร้างช่องทางโจมตีใหม่ๆ ให้แฮ็กเกอร์สามารถแทรกซึมเข้ามายังระบบขององค์กรได้ แต่จุดนี้เอง ก็ทำให้ Load Balancer เฉิดฉายออกมาเช่นกัน

ด้วยตำแหน่งการวางอุปกรณ์ Load Balance ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง Application Servers และ Users ซึ่งไม่ต่างจากการเป็น Reverse Proxy นับเป็นตำแหน่งที่ดีที่ควรนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อการป้องกันการบุกรุกโจมตีและการจารกรรมข้อมูล เพียงแต่ต้องเสริมเขี้ยวเล็บให้เหมาะสม

เนื่องจากทราฟฟิกของแอปพลิเคชันจำเป็นต้องผ่าน Load Balancer ก่อน ทำให้ Web Application Firewall (WAF) ซึ่งเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ Kemp LoadMaster สามารถป้องกันแอปพลิเคชันจากช่องโหว่และภัยคุกคามประเภทต่างๆ รวมไปถึงการโจมตีแบบ Zero-day ได้

อีกหนึ่งเขี้ยวเล็บของ Kemp LoadMaster คือ การทำ User Authentication Offloading ส่งผลให้ Kemp LoadMaster สามารถทำหน้าที่เป็น Network Gateway บน Zero-trust Access Framework ได้ ในโมเดล Zero-trust นี้ Users และ/หรือ Connections จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงยังแต่ละแอปพลิเคชันแยกจากกัน มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยเหล่านี้ไม่เพียงแค่ครอบคลุม Servers แต่ยังครอบคลุมอุปกรณ์ส่วนบุคคลอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเข้าถึงแอปพลิเคชันจากออุปกรณ์ที่พยายามจะเชื่อมต่อจากสถานที่ที่ไม่ถูกไม่ควรก็จะถูกบล็อก เป็นต้น

แอปพลิเคชันที่มีการผสานโมเดล Zero-trust ช่วยยกระดับศักยภาพของธุรกิจในการป้องกันตัวเองจากการบุกรุกโจมตีได้อย่างชัดเจน การเพิ่มกลไกการป้องกันไปอีกชั้นบนห่วงโซ่ Application Delivery ย่อมทำให้แฮ็กเกอร์แทรกซึมและยกระดับสิทธิ์ตัวเองได้ยากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยถ่วงเวลาเพื่อให้ฝ่าย IT สามารถตรวจจับและยับยั้งการโจมตีได้ทันเวลาอีกด้วย

วิถีปกติใหม่ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้แอปพลิเคชันพร้อมตอบสนองและใช้งานได้ตลอดเวลาเท่านั้น แฮ็กเกอร์ในปัจจุบันสามารถหาช่องโหว่จากการเปลี่ยนแปลงของโลก IT ได้อย่างรวดเร็ว โซลูชัน Application Security จำเป็นต้องก้าวให้ทันตาม นี่คือเหตุผลว่าทำไม Kemp จึงใช้ประโยชน์จากการวางอุปกรณ์ Load Balancer ที่ตำแหน่งพิเศษ ระหว่างกลาง Application Servers และ Users ในการผสาน Automation Framework เข้าไป เพื่อช่วยให้องค์กรมีแอปพลิเคชันที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาและมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Kemp LoadMaster สามารถติดต่อ Pacific Tech (Thailand) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Kemp อย่างเป็นทางการในไทยได้ที่ Panjira Yaisawang (Senior Product Manager) อีเมล panjiray@pacifictech.com.sg หรือโทร 02-129-3963


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รายงานเผย SmartNIC เตรียมครองส่วนแบ่งตลาด 38% ภายในปี 2026

Dell’Oro ออกรายงาน คาดการณ์ SmartNIC จะครองส่วนแบ่งตลาด 38% ภายในปี 2026 โดยมีมูลค่าตลาดรวม 5 พันล้านเหรียญ

Intel พัฒนาชิปใหม่ ช่วยป้องกันการโจมตีด้วยฮาร์ดแวร์

Intel เผยโครงการพัฒนาชิปใหม่ Tunable Replica Circuit (TRC) ซึ่งออกแบบมาใช้สำหรับป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์เป็นเส้นทางในการโจมตี โดยมีความสามารถในการตรวจจับการโจมตีทั่วไปที่เกิดจาก Hardware-based ได้ และสามารถแจ้งผู้ดูแลระบบในทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิด พร้อมกับช่วยป้องกันกันการโจมตีนั้นๆ