[Guest Post] ANCHANTO ทำกำไรทะลุเป้า ระดมทุน Series C ได้กว่า 376 ล้านบาท มุ่งรุกขยายตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไทย

ผลิตภัณฑ์  SaaS ของ Anchanto ได้รับคะแนนความเชื่อมั่นจากบริษัทระดับโลก ด้วยผลกำไรที่มั่นคง และแผนการเติบโตที่สม่ำเสมอตลอดครึ่งปีแรกของปี 2563

Anchanto บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ as-a-service (SaaS) สำหรับธุรกิจ B2B จากสิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ เผยว่าบริษัทได้รับเงินทุนก้อนใหม่จากรอบ Series C ที่ไปแล้วกว่า 376 ล้านบาท โดยมีผู้ลงทุนหลักอย่าง Asendia ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ของ French National Post La Poste และ Swiss Post ที่ดำเนินการโดยรัฐบาล และ MDI Ventures ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ของ Telkom Indonesia บริษัทโทรคมนาคมในอินโดนีเซีย

Anchanto จะใช้เงินทุนเพื่อเสริมสร้างผลงานการวิจัยและพัฒนาเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สองรายการ สร้างแพลตฟอร์มข้อมูล และขยายไปยังอีกสามตลาด พวกเขายังจะลงทุนในการจ้างบุคลากรที่มีทักษะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานโซลูชัน SaaS ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้เปิดสำนักงานในพื้นที่ในกรุงเทพฯเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทในไทยผ่านการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์

วิกฤตการณ์ระดับโลกนี้ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในแวดวงอีคอมเมิร์ซและการค้าปลีก อย่างไรก็ตาม Anchanto ได้ปรับขนาดและสร้างผลกำไรได้โดย Business Focus ที่แข็งแกร่งและความเฉียบคมในอุตสาหกรรม

“การบรรลุเป้าหมายการทำกำไรในช่วงเวลานี้ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกว่านี่เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าการระดมทุนกว่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงวิกฤตการณ์ COVID-19 เราเป็นบริษัทที่บริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่เห็นได้จากกำไรสุทธิ (capital-efficient) 100% ของรายได้ของเรามาจากการสมัครสมาชิก SaaS ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เราไม่ซื้อสินค้าคงคลัง หรือให้บริการร้านค้า หรือคลังสินค้า” คุณ Vaibhav Dabhade ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Anchanto กล่าว “กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เราต้องมีทั้งความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่างๆ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการออกแบบผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม การตลาด การขาย การจัดการบัญชี และการทำงานเป็นทีมที่มั่นคงในทั้งเจ็ดประเทศ”

การระดมทุนรอบนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของการร่วมมือของ Anchanto กับ Asendia AG ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซ และบริการไปรษณีย์ข้ามพรมแดนของยุโรปในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหม่ ด้วยแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของ Anchanto ในการระดมทุนจากลูกค้ารายสำคัญ Asendia เป็นลูกค้ารายที่ 4 ที่เปลี่ยนมาเป็นผู้ถือหุ้นต่อจาก MDI (Telkom Indonesia), Transcosmos Japan และ Luxasia เพราะฉะนั้น Marc Pontet ซีอีโอของ Asendia และ Donald Wihardja ซีอีโอของ MDI Ventures ที่เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยการเพิ่มเงินลงทุนที่มีอยู่ จะเข้าร่วมคณะกรรมการของ Anchanto ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“Asendia มุ่งมั่นที่จะเดินทางต่อไปตามห่วงโซ่มูลค่าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (Cross Border e-Commerce value chain) และสนับสนุนการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีนวัตกรรมที่รองรับการเติบโตในระดับสากลของแบรนด์ระดับโลก เราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับ Anchanto มากยิ่งขึ้น และสร้างการเติบโตและการทำงานร่วมกัน(synergies)ให้กับบริษัท ด้วยความสามารถด้านโลจิสติกส์และเทคโนโลยีของเรา” Marc Pontet ซีอีโอของ Asendia กล่าว

“เรายินดีที่ Asendia เลือกลงทุนในวิสัยทัศน์ของ Anchanto การดำเนินงานอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของ Asendia Singapore เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Anchanto Wareo และ SelluSeller มานานกว่าสองปีแล้ว โดย Asendia เป็นเจ้าของ wnDirect ซึ่งเป็นลูกค้าของเรามานานกว่าหกปี เรามองว่าการลงทุนจาก Asendia เป็นประตูสู่ตลาดยุโรป การลงทุนกว่า 70% ใน Anchanto มาจากลูกค้าของเราซึ่งเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าแพลตฟอร์มของเรามีประสิทธิภาพและมั่นคงเพียงใด และความไว้วางใจของบริษัทระดับโลกที่มีต่อเรา” คุณ Vaibhav เสริม

“ในยุคดิจิทัลนี้ ความจำเป็นที่ผู้ค้าปลีกและแบรนด์ต่างๆต้องก้าวไปสู่เส้นทาง Omni Channel นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับการแพร่ระบาดในปัจจุบัน ที่การเปลี่ยนไปสู่การขายออนไลน์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งของ Anchanto จุดที่สามารถใช้ประโยชน์จากวิถีชีวิตแบบ “New Normal” เพื่อจัดการกับปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกต้องเผชิญ นอกจากนี้เรายังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับ Asendia ในฐานะพันธมิตรใหม่ของเรา ที่จะช่วยนำโซลูชันระดับองค์กรของ Anchanto ให้ไปได้ไกลกว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คุณ Donald Wihardja ซีอีโอ ของ MDI Ventures กล่าว

เมื่อปีที่แล้วแพลตฟอร์มของ Anchanto ได้ช่วยปรับปรุงการดำเนินงานอีคอมเมิร์ซของธุรกิจและผู้ขายมากกว่า 12,000 ราย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรระดับโลกกว่า 300 แห่ง ลูกค้าของ Anchanto จัดการหน่วยเก็บสต็อก (SKU) มากกว่า 67 ล้านรายการและรายการสินค้ากว่า 115 ล้านรายการและได้ประมวลผลมูลค่ารวมของสินค้ารวม (GMV) เกือบ 2.71 พันล้านเหรียญสหรัฐผ่านทางแพลตฟอร์มของพวกเขา ผู้ขายประมวลผลคำสั่งซื้อมากกว่า 4 ล้านรายการต่อสัปดาห์บนระบบของ Anchanto โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 คำสั่งซื้อต่อวินาที

แพลตฟอร์มที่มีความเสถียรสูงของ Anchanto ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าระดับองค์กรจำนวนมหาศาลจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความสำเร็จของ บริษัทมีการเรียกใช้ API มากกว่า 13 ล้านครั้งจากแพลตฟอร์ม SelluSeller ทุกวัน ในช่วงฤดูท่องเที่ยวจะมีการเรียกใช้ API มากกว่า 27 ล้านครั้งต่อวัน

ผลิตภัณฑ์ SaaS ที่ล้ำสมัยของบริษัทที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กรช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานแบ็กเอนด์ และช่วยให้องค์กรต่างๆบรรลุผลผลิตอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผ่านการจัดการอีคอมเมิร์ซอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เรือธงของ Anchanto นั่นคือ SelluSeller ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์การจัดการอีคอมเมิร์ซแบบหลายช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันมือถือ และ Wareo ซึ่งเป็นระบบการจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการการดำเนินงาน B2B และ B2C ผ่านระบบเดียวทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดเป็นไปอย่างราบรื่น

ปัจจุบัน Anchanto ให้บริการฐานลูกค้าจำนวนมากซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก (รวมถึง บริษัท ที่ติดอันดับ Fortune 500 สามแห่ง) เช่น Nestle, Pos Malaysia, GreatDeals, Luxasia, DKSH, DHL eCommerce, Bench Retail, MYDIN และอื่น ๆ หลังจากสร้างฐานที่มั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว Anchanto ได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศเกาหลีและภูมิภาค ANZ เมื่อไม่นานมานี้ และจะสำรวจตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและยุโรปในอนาคต  โดย Anchanto กำลังสรรหาบุคลากรในท้องถิ่น ความร่วมมือ และโอกาสในการสร้างเครือข่ายในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างฐานของพวกเขาในท้องถิ่น

 

เกี่ยวกับ Anchanto

Incorporated in 2011, Anchanto เป็นบริษัทเทคโนโลยี SaaS ระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ และมีออฟฟิศอยู่ในประเทศไทยเพื่อช่วยปรับปรุงและจัดการระบบการทำงานของอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรให้แก่แบรนด์ต่างๆ, กลุ่ม e-Distributors, กลุ่มบริษัท eCommerce enablers, บริษัทผู้ค้าปลีก, บริษัทที่ทำหน้าที่ให้บริการทางโลจิสติกส์รูปแบบต่างๆ แก่ลูกค้า (Third-party logistics providers – 3PL), SMEs, คลังสินค้า และ สมาคมไปรษณีย์ต่างๆ

เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: www.anchanto.com  



About Maylada

Check Also

[Guest Post] BUILDER.AI เปิดตัว ‘STUDIO RAPID™’ ช่วยองค์กรสร้าง NATIVE APPS ได้ในวันเดียว

Studio Rapid นำเสนอโซลูชันแบบ  No-Code สำหรับลูกค้าองค์กรเพื่อสร้างแอปฯที่ครอบคลุมในเวลาอันสั้น  และสามารถปรับเปลี่ยนได้แบบเรียลไทม์  องค์กรสามารถเริ่มจากไอเดียไปสู่แอปฯที่ใช้งานได้จริงในเวลาที่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว   

[Guest Post] Surface Pro X ใหม่ วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ด้วยประสิทธิภาพเหนือชั้นพร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนานยิ่งกว่า

ไมโครซอฟท์ ประกาศเปิดวันวางจำหน่าย Surface Pro X รุ่นใหม่ในประเทศไทย วันที่ 13 ตุลาคม 2563 ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ Cipher Med และ ADD In Business  และสำหรับลูกค้าทั่วไปที่ Banana IT, D-Kan, IT City, JIB, Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store ราคาเริ่มต้น 49,990 บาท