Amazon เปลี่ยนชื่อบริการ Elasticsearch เป็น OpenSearch

Amazon ได้เปลี่ยนชื่อบริการ Elasticsearch สู่ OpenSearch หลัง Elastic NV เปลี่ยนนโนบายไม่เปิด Open Source ให้เวอร์ชันต่อไปหลัง Elastic Search 7.10.2 และ Kibana 7.10.2

credit : aws.amazon.com

ในเมื่อ Elastic NV ไม่ยอมพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อในรูปแบบของ OpenSource อีกต่อไปทาง AWS จึงได้ลงทุนพัฒนาต่อจากโค้ดล่าสุดใน Licence ที่เปิดเผยอยู่ (Elastic Search 7.10.2 และ Kibana 7.10.2) ไปเป็นโปรเจ็ค OpenSearch ซึ่งล่าสุดคือเวอร์ชัน 1.0 ที่มีประสิทธิภาพน่าประทับใจเหมือนเดิม พร้อมกับคงไว้ซึ่ง API เช่นเดิม อย่างไรก็ดีมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ คือ Transform, Data Streams และ Notebooks

และจากเรื่องราวข้างต้น AWS Elasticsearch จึงเปลี่ยนชื่อเป็น AWS OpenSearch Service โดยเริ่มต้นที่เวอร์ชัน 1.0 ทั้งนี้ผู้ใช้งานจะยังสามารถเลือกรัน Engine ของ Elasticsearch 7.10 และก่อนหน้าได้ ซึ่งจะมีการดูแลและออกฟีเจอร์ใหม่เรื่อยๆ โดยผู้สนใจใหม่สามารถเริ่มต้นได้ที่ AWS Management Console > Create a domain และเลือกการติดตั้ง แต่สำหรับผู้ใช้รายเก่าสามารถอัปเกรตได้โดยการเลือกโดเมนภายใต้ AWS Management Console เลือก Active และ Upgrade ข้อควรระวังคือไม่สามารถหยุดหรือย้อนกลับได้ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/opensearch-service 

ที่มา : https://aws.amazon.com/blogs/aws/amazon-elasticsearch-service-is-now-amazon-opensearch-service-and-supports-opensearch-10/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sam Altman เสนอสหรัฐนำฟอรัมนานาชาติ กำหนดมาตรฐาน AI โลก

Sam Altman ได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งฟอรัมระดับนานาชาติที่นำโดยสหรัฐอเมริกา เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกสำหรับปัญญาประดิษฐ์ โดยโต้แย้งว่าไม่ควรปล่อยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเข้ามาครอบครองเทคโนโลยีนี้แต่เพียงผู้เดียว

Google ทลายเครือข่ายพร็อกซี NetNut ที่กระจายบนอุปกรณ์กว่า 2 ล้านเครื่อง

Google ได้เข้าสกัดกั้นเครือข่าย NetNut ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายพร็อกซีที่อยู่อาศัย (residential proxy network) ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเปิดให้บริการอยู่ ส่งผลให้บริการที่เคยเปลี่ยนอุปกรณ์ตามบ้านเรือนกว่า 2 ล้านเครื่องทั่วโลกให้กลายเป็นจุดส่งต่อทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นต้องหยุดชะงักลง