AIS ‘คิดเผื่อ’ กระจายองค์ความรู้สู่ภูมิภาค แนะภาคธุรกิจ ‘ข้อมูล’ คือขุมทรัพย์เอาชนะ Disruption

หลายปีที่ผ่านมา เราคงได้ยินคำว่า Disruption อยู่บ่อยครั้ง แต่ใครเลยจะรู้ว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์อันดับหนึ่งอย่าง AIS ก็ได้ถูกท้าทายให้เปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation มาแล้ว ในงาน “AIS ACADEMY for THAIs : to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค” กับแนวคิด ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง AIS ได้จัด Session เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ การเรียนรู้ และการปรับตัวให้เท่าทันยุคดิจิทัลของ AIS ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญคือ ‘ข้อมูล’ ที่ยึดโยงและมีบทบาทต่อการปฏิวัติองค์กร เพื่อให้รอดพ้นจากการถูก Disruption ทั้งนี้ ในเวทีเดียวกัน ยังได้รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายองค์กรชั้นนำ ที่ต่างขับเคลื่อนธุรกิจในหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็น ไทยคม AWS และ สำนักข่าว The Standard มาชวนคิดและสะท้อนการทำธุรกิจบนความท้าทายในยุคดิจิทัลนี้ไปด้วยกัน

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลของ AIS

ก้าวแรกของ AIS Academy กับภารกิจคิดเผื่อ

ช่วงเริ่มงาน นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลของ AIS ได้เกริ่นนำถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างหน่วย Development ของ AIS Academy ว่า หลายปีที่ผ่านมา AIS ได้เข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้บริการด้านเทเลคอมสู่การเป็น Digital Life Service Provider ทั้งนี้ บริษัทเข้าใจและตระหนักดีว่าสิ่งสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปฏิวัติด้านเทคโนโลยีคือการเพิ่มเติมความรู้ให้แก่บุคลากร ด้วยเหตุนี้เองจึงได้ก่อตั้งสถาบัน AIS Academy ขึ้นมา เพื่อส่งต่อองค์ความรู้อันเกี่ยวข้องกับการทำงาน รวมถึง หัวข้ออื่นๆ ให้แก่พนักงาน ผ่านทางดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ทำให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ AIS ยังเล็งเห็นถึงการต่อยอดภารกิจ ‘คิดเผื่อ’ ให้ประเทศไทยในทุกภูมิภาคได้ปรับสปีด พัฒนาองค์ความรู้ให้มากขึ้น จึงได้จัดสัมมนาภายใต้ชื่อ ‘AIS ACADEMY for THAIs : to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค’ ขึ้นมานั่นเอง โดยงานที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นการยกพลสู่ภูมิภาคเป็นครั้งแรก ภายหลังจากงานสัมมนาที่กรุงเทพฯ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกว่า 4,000 คน คุณกานติมา ยังชี้ชัดถึงวัตถุประสงค์ของงานนี้ว่า ไม่ได้คาดหวังการวัดผลเป็นกำไรทางธุรกิจ แต่เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจจาก AIS ที่อยากแบ่งปันความรู้สู่ภูมิภาคต่างๆ เสมือนสังคมไทยในอดีตที่เอื้อเฟื้อและแบ่งปันกันเสมอมา

IBM เผยผลสำรวจผู้บริหารระดับสูง เรื่อง “ปัจจัยที่มีบทบาทต่อภาคธุรกิจมากที่สุด”

คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ Cloud & Software Solution จาก IBM Thailand

IBM ได้จัดทำรายงานจากความคิดเห็นของผู้บริหารระดับ C-level ขององค์กรต่างๆ จาก 112 ประเทศซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ถึง 12,854 ราย โดยไฮไลต์ของผลสำรวจคือ “ปี 2015 ผู้บริหารส่วนใหญ่กลัวบริษัท Startup จะเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สำคัญกับธุรกิจของตน แต่เมื่อเข้าสู่ระยะหลังกลับพบว่า ความน่ากลัวที่สุดคือบริษัทคู่แข่งดั้งเดิมในธุรกิจเดียวกันที่สามารถนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้” ทั้งนี้ คุณกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ Cloud & Software Solution จาก IBM Thailand ได้ฝากข้อคิดการดำเนินธุรกิจ ผ่านปัจจัย 4 ข้อ ที่จำเป็นต้องมีเพื่อความอยู่รอดท่ามกลางการเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลไว้ ดังนี้

1.Dancing with Disruption หมายถึง การเข้าไปสู้กับคู่แข่งขันในทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่ม Startup ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเช่น Walmart เข้าซื้อกิจการของบริษัท E-commerce อย่าง Jet.com เพื่อเปิดตลาดเข้าสู่ยุคดิจิทัล จนทำให้มีรายได้เติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ หรือในกรณีของ ปตท. นำเอาเทคโนโลยี IoT มาเชื่อมโยงกับระบบท่อส่งแก๊ส เพื่อทำนายความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำกว่าประสบการณ์ของมนุษย์

2.Trust the Journey คือการที่บริษัทต้องทำให้ลูกค้าเปิดใจยอมรับและเก็บเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคมาพัฒนาบริการและสินค้าให้ถูกใจลูกค้า เช่นกรณีของ MUJI ได้คัดเลือกไอเดียจากลูกค้ามาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็นอย่างดี คือสามารถขายผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าไอเดียของบริษัทเองด้วยซ้ำ นอกจากนี้การจับมือเพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน

3.Orchestrator the Future คือการเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การสร้างแพลตฟอร์มและพัฒนาบุคลากร โดยตัวอย่างที่ใกล้ตัวเรามากคือธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศใช้ Blockchain เป็นแพลตฟอร์มการโอนเงินระหว่างธนาคาร ซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างน่าเชื่อถือ

4.Innovation Emotion คือแนวทางที่องค์กรต้องเดินหน้าคิดใหม่ ทำใหม่ อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้อาจต้องปรับวัฒนธรรมขององค์กรควบคู่กันไปด้วย รวมถึงเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เช่น Haier ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจในบริษัทของตนขึ้นมาเพื่อพัฒนาสินค้าจากไอเดียใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม องค์กรต้องตีโจทย์ให้แตกก่อนว่า “ท่านจะทำอะไร” ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่มีใครรู้ดีเสียทุกเรื่อง ดังนั้นการมีพันธมิตรจึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยอมรับกับความผิดพลาดให้ได้ด้วยเช่นกัน แต่ทุกอย่างที่กล่าวถึงคงเป็นไปไม่ได้หากปราศจากซึ่ง ‘ข้อมูล’

ถอดบทเรียน จาก 4 ภาคธุรกิจชั้นนำ : ‘ข้อมูล’ ขุมทรัพย์เอาชนะ Disruption

วิทยากรทั้ง 4 ท่านจาก ซ้าย-ขวา : ดร.กวิณพงศ์, คุณสาโรจน์, คุณอนันต์ และคุณนครินทร์

ในยุคนี้ใครไม่มี ข้อมูล ก็เปรียบเสมือนคนตาบอด เพราะคุณไม่มีทางตัดสินใจได้ว่าคุณจะไปทางไหนเหมือนกับที่คนอื่นมอง
คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ : บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว THE STANDARD

ปัจจุบันเราต้องเข้าใจลูกค้าให้ได้ถึงระดับตัวบุคคล ซึ่งเทคโนโลยีคือสิ่งที่ช่วยรีด ข้อมูล ออกมา ทั้งนี้เราต้องมีคนที่ใช้ของเป็นด้วย
ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ : หัวหน้าแผนกงานบริหารข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data, AIS

Amazon กำเนิดจากระบบ Recommendation ซึ่งหากไม่มี ข้อมูล ในวันนั้นเราคงไม่มาถึงวันนี้
คุณสาโรจน์ ปุญญพัฒนกุล : ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบสถาปัตยกรรม Cloud, Amazon Web Services

แม้ว่าเป็นระบบดาวเทียมก็ต้องเข้าใจความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่พฤติกรรมบนภาคพื้นถึงอวกาศ เพราะทุกอย่างเชื่อมกันหมด โดยเราต้องคาดการณ์เรื่องของเทคโนโลยีอนาคตได้ล่วงหน้า หากอยากจะอยู่รอดกับการแข่งขันในระดับสากล
คุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

นี่เป็นเพียงบทเรียนจากความท้าทายของเทคโนโลยีส่วนหนึ่งจากวิทยากรที่อยู่บนเส้นทางของ 4 ธุรกิจที่แตกต่างกันแต่ทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ “ข้อมูล” ว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้องค์กรสามารถผ่านพ้นจากผลกระทบเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้

ถึงกระนั้นเอง “ข้อมูล” ที่ได้มาแล้ว จะยังไม่สามารถถูกนำไปใช้ได้ทันที แต่จะต้องถูกบริหารจัดการเสียก่อนซึ่งวิทยากรแต่ละท่าน ก็ได้แสดงทัศนะไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

  • AWS – บริษัทต้องทราบ Requirement ของตัวเอง และวางผังให้ได้ก่อนว่า ข้อมูลที่ได้มามีลักษณะอย่างไร ต้องจัดอย่างไร เก็บไว้ที่ไหน และประมวลผลอย่างไร จากนั้น จึงกำหนดหน้าที่ของ Data Engineer, Data Architect และ Data Scientist เพื่อตอบโจทย์การใช้งานข้อมูลให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
  • ไทยคม – โดยรวมแล้วทุกบริษัทมักหนีไม่พ้นคำถาม 5 ข้อหลักคือ 1. ลูกค้าของตนเป็นใคร 2. ยอดขายดีจากอะไร 3. สินค้าที่ดีอยู่แล้ว ต้องแก้ไขตรงไหน 4. การผลิตและบริการเป็นอย่างไร 5. งบกำไรขาดทุนเป็นอย่างไร ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ การตั้งคำถามว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เช่น ยอดขายดีอยู่แล้ว ลูกค้าดีอยู่แล้วแต่ส่งของไม่ทัน จุดนี้เอง บริษัทจึงจะสามารถเข้าใจและไปต่อได้ว่าต้องใช้ข้อมูลอะไรมาวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหานั้น
  • The Standard – จากประสบการณ์ของ The Standard เองได้ใช้สถิติการ Engagement มาปรับปรุงแนวทางการเสนอข่าวสู่ผู้อ่าน ซึ่งพบว่าข่าวธุรกิจดึงดูดความสนใจได้มากกว่าข่าวประเภทอื่นนอกจากนี้ รวมถึงยังทราบด้วยว่าแต่ละช่วงเวลาคนอ่านจะตอบสนองกับข่าวอะไรและนานแค่ไหน
  • AIS – บริษัทได้ทำลายกำแพงของข้อมูลที่เกิดขึ้นในบริษัท โดยรวบรวมเอาข้อมูลภายในฝ่ายต่างๆ มาทำเป็น Data Lake ขององค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งานอย่างสูงสุดและตอบโจทย์ 3 ข้อคือ ถูกต้อง ครบถ้วน และวิเคราะห์ข้อมูลได้ตรงเวลา 

ในช่วงท้ายของงานเสวนา ตัวแทนจากทั้ง 4 บริษัทได้ฝากแนวคิดทิ้งท้าย สำหรับผู้ที่ยังลังเลหรือกำลังเริ่มต้นในโปรเจคด้านข้อมูลไว้เช่นกัน

เริ่มต้นด้วย คุณนครินทร์ กล่าวว่า “จงจำไว้ว่าข้อมูลไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เช่น ภรรยาคนหนึ่งรู้ว่าสามีเธอชอบทานอะไร เพียงแค่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกแปลงเป็นตัวเลขก่อน แต่สิ่งที่จะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้น คือองค์กรต้องทำอย่างจริงจังและอย่ากลัวการผิดพลาด หากคุณไม่รู้ว่าธุรกิจของคุณต้องการอะไร จะไปทางไหน ข้อมูลที่ได้มาเหล่านั้นก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะอันที่จริงแล้ว ปัญหาไม่ได้มาจากเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ Vision Strategy และคนต่างหาก โดยเฉพาะผู้บริหารที่ต้องเปิดใจยอมรับและขับเคลื่อนองค์กรด้วย Data-driven Culture

คุณสาโรจน์ ได้ให้น้ำหนักไปกับ Customer Insight และ Customer Satisfaction โดยมีความเห็นว่า “แท้จริงแล้ว Customer Insight ก็คือ Data Insight นั่นแหละเพียงแต่ว่าองค์กรมีการสำรวจและค้นหาสิ่งนั้นมามากพอหรือยัง ส่วน Customer Satisfaction จะเกิดขึ้นได้นั้น บริษัทต้องไม่หยุดพัฒนาสิ่งใหม่เพื่อนำเสนอของใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสอยู่ตลอดเวลา

ด้านคุณอนันต์ ได้กล่าวถึงปัญหาการไม่เปิดเผยข้อมูลไว้ว่า “ผู้บริหารในองค์กรจะต้องเปิดใจยอมรับและเข้าใจว่าข้อมูลไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจเดียวกันมีคล้ายๆ กันอยู่แล้ว ดังนั้นปัญหาการหวงข้อมูลกันเองภายในองค์กรไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะจะทำให้องค์กรเสียเปรียบในการแข่งขัน

ปิดท้ายกันที่ ดร. กวิณพงศ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญที่ผู้บริหารจะต้องเข้าใจถึงแนวทางของการทำ Analytics ว่า “ผู้บริหารจะต้องเข้าใจภาพของ Analytics ก่อนและมี Vision ครอบคลุมไปถึง Infrastructure คน และต้นทุนที่จะเกิดขึ้น โดยในฝั่งของ AIS เองได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคนด้วยการผสมผสานพนักงานรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์และทฤษฎีแต่ขาดทักษะด้านเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกับพนักงานรุ่นใหม่ที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ซึ่งทั้งคู่จะช่วยผลักดันซึ่งกันและกัน” 

จากข้อมูลที่ได้รับจากงาน AIS ACADEMY for THAIs : to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น แต่ต้องปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ และ “คน” ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงให้กลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจ เดินก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็ก หรืออยู่ในแวดวงธุรกิจใดก็ตาม “ข้อมูล” จะเป็นสะพานเชื่อมโยงไปยังกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการสร้างธุรกิจต่อจากนี้ จะไม่ได้เดินอย่างเดียวดาย แต่หากเป็นการสร้างเครือข่าย สร้างพันธมิตร เพื่อดึงเอาศักยภาพที่โดดเด่นของแต่ละธุรกิจ ช่วยผลักดันให้องค์กร  และสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแรง


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

AWS เปิดให้บริการ Amazon Braket สำหรับเรียนรู้ Quantum Computing

AWS ผู้ให้บริการ Public Cloud ชื่อดัง ประกาศเปิดให้บริการ Amazon Braket สำหรับให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และนักพัฒนาสามารถเริ่มศึกษาการใช้ Quantum Computing จากผู้ให้บริการชั้นนำหลากหลายราย ไม่ว่าจะเป็น …

Gartner ออก Magic Quadrant ด้าน SD-WAN ผล VMware, Silver Peak ครองผู้นำ

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ทางด้าน WAN Edge Infrastructure หรือที่รู้จักกันในนามโซลูชัน SD-WAN ฉบับล่าสุดประจำปี 2019 ผลปรากฏว่า VMware …