Goodfire ระดมทุน 50 ล้านดอลลาร์ ช่วยนักพัฒนาเข้าใจ AI มากขึ้น

Goodfire AI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าใจวิธีการทำงานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ระดมทุนได้จำนวน 50 ล้านดอลลาร์ในรอบ Series A ที่นำโดย Menlo Ventures เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยต่าง ๆ

Credit: Goodfire

โมเดล LLM ประกอบด้วยโค้ดจำนวนมากที่เรียกว่านิวรอนเทียม โดยแต่ละนิวรอนจะทำการคำนวณเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยประมวลผลคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งในอดีต นักพัฒนามักประสบปัญหาในการระบุว่านิวรอนใดเกี่ยวข้องกับการตอบคำถามหนึ่ง ๆ และนิวรอนเหล่านั้นมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร

Goodfire ซึ่งตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโกมีแพลตฟอร์มชื่อ Ember ที่ช่วยให้งานเหล่านี้ง่ายขึ้น โดยนักพัฒนาสามารถป้อนคำสั่งเข้าไปใน LLM และใช้ Ember เพื่อดูว่าองค์ประกอบใดของโมเดลที่มีส่วนในการประมวลผลคำสั่งนั้น การมองเห็นภายในโมเดลแบบนี้สามารถนำไปใช้กับงานได้หลากหลาย

หาก LLM สร้างคำตอบที่ไม่ถูกต้อง Ember ช่วยให้นักพัฒนาระบุว่าองค์ประกอบใดของโมเดลที่สร้างคำตอบนั้น และสามารถปิดการทำงานของส่วนที่เกี่ยวข้องได้ หากไม่มีความสามารถในการมองเห็นภายในโมเดล การแก้ไขข้อผิดพลาดเช่นนี้จะเป็นเรื่องยากมาก นอกจากนี้ Ember ยังสามารถใช้ปิดส่วนของ LLM ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ prompt injection ซึ่งเป็นคำสั่งที่ออกแบบมาเพื่อให้โมเดลสร้างผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายได้อีกด้วย

“ไม่มีใครเข้าใจกลไกที่ทำให้โมเดล AI ล้มเหลว ดังนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าจะซ่อมแซมมันอย่างไร” Eric Ho ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goodfire กล่าว “วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างเครื่องมือที่ทำให้เครือข่ายประสาทเทียมสามารถเข้าใจ ออกแบบ และแก้ไขได้จากภายในอย่างง่ายดาย”

การปรับแต่งโมเดลให้เหมาะกับงานเฉพาะก็เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่ Goodfire ช่วยให้ทำได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัทที่กำลังพัฒนาแชทบอทสำหรับบริการลูกค้าอาจใช้ Ember เพื่อระบุว่าองค์ประกอบใดของ LLM ที่ไม่จำเป็นสำหรับโปรเจกต์นั้น แล้วลบองค์ประกอบเหล่านั้นออกเพื่อสร้างโมเดลใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีใช้ Ember คือป้อนคำสั่งที่อธิบายถึงความต้องการในการปรับแต่ง LLM เช่น วิศวกรอาจขอให้โมเดลแทรกการเล่นคำ (pun) ในทุกคำตอบ จากนั้น Ember จะค้นหาและปรับแต่งองค์ประกอบของโมเดลที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ

แพลตฟอร์มนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น “conditionals” ที่ช่วยให้นำเทคนิค RAG (retrieval-augmented generation) มาใช้งานได้ง่ายขึ้น RAG เป็นวิธีใน machine learning ที่ช่วยให้ LLM สามารถดึงข้อมูลจากระบบภายนอกมาใช้ในการตอบคำสั่งได้ อีกฟีเจอร์หนึ่งของ Ember ช่วยให้นักพัฒนาสามารถวางแผนและเข้าใจขีดความสามารถของ LLM ได้ดีขึ้น

นอกจาก Ember แล้ว Goodfire ยังได้เผยแพร่ sparse autoencoder (SAE) แบบโอเพนซอร์สอีกหลายตัว โดย SAE เป็นโมเดล AI เฉพาะทางที่ใช้เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของโมเดล AI อื่น ๆ เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดงานที่มนุษย์ต้องทำเองในการวิเคราะห์องค์ประกอบภายในของเครือข่ายประสาทเทียม

เมื่อปีที่แล้ว Goodfire ได้พัฒนา SAE สำหรับ Llama 3.3 70B ของ Meta Platforms และเมื่อต้นเดือนนี้ก็ได้เปิดซอร์ส SAE สองตัวสำหรับโมเดลการใช้เหตุผล R1 ของ DeepSeek ซึ่งช่วยให้เห็นถึงขั้นตอนที่ R1 ใช้ในการลดข้อผิดพลาดของผลลัพธ์

บริษัทวางแผนที่จะใช้เงินทุนที่ได้รับในรอบล่าสุดนี้เพื่อยกระดับแพลตฟอร์ม Ember และพัฒนาวิธีใหม่ในการเข้าใจการทำงานของโมเดลด้านการใช้เหตุผลและการประมวลผลภาพ โดยจะร่วมมือกับผู้ให้บริการโมเดล AI เพื่อทำการวิจัยต่อไป

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/04/18/ai-interpretability-startup-goodfire-raises-50m-funding/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …