Recursive Superintelligence ระดมทุน 650 ล้านดอลลาร์ สร้างโมเดล AI พัฒนาตัวเองได้

Recursive Superintelligence สตาร์ทอัพที่มุ่งพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ เปิดตัวพร้อมเงินทุน 650 ล้านดอลลาร์

Credit: Recursive

GV (กองทุนของ Alphabet) และ Greycroft เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบนี้ โดยมี Nvidia และหน่วยงานเวนเจอร์แคปปิตอลของ AMD เข้าร่วมด้วย ซึ่ง Recursive ระบุว่าการลงทุนครั้งนี้ทำให้มูลค่ากิจการของบริษัทแตะ 4.65 พันล้านดอลลาร์

บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปีนี้โดย Richard Socher อดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Salesforce ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้เปิดตัว You.com ผู้ให้บริการ API ที่โมเดล AI ใช้ในการค้นคว้าข้อมูลออนไลน์ โดยสตาร์ทอัพดังกล่าวได้รับการประเมินมูลค่ากิจการอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

ตามรายงานของ New York Times ทีมเริ่มต้นของ Recursive ประกอบด้วย Socher และพนักงานอีก 6 คน ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานมากกว่า 25 คนในซานฟรานซิสโกและลอนดอน โดยกำลังทำงานเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า “recursive self-improving superintelligence” หรือโมเดล AI ที่สามารถค้นพบความรู้ใหม่ได้ในลักษณะที่คล้ายกับนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นมนุษย์

เนื่องจากโครงข่ายประสาทเทียมในปัจจุบันยังไม่สามารถทำงานวิจัยพื้นฐานได้อย่างอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ลำดับความสำคัญแรกของ Recursive คือการสร้างโมเดล AI ที่สามารถปรับปรุงฐานโค้ดของตัวเองได้ โดยบริษัทหวังว่าโมเดลดังกล่าวจะมีความสามารถในการค้นหาวิธีพัฒนา AI ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับมนุษย์ในงานด้านวิทยาศาสตร์

AI ของบริษัทจะค้นหาวิธีปรับปรุงตัวเองผ่านการทำแบบจำลองใน “กระบวนการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อัตโนมัติแบบปลายเปิด” Recursive กล่าวว่าโมเดลจะพัฒนาไอเดียการทดลอง ทดสอบ และตรวจสอบผลลัพธ์ โดยบริษัทจะสร้างระบบป้องกันเพื่อไม่ให้ซอฟต์แวร์สร้างผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย

Recursive ระบุว่า การทดลองของโมเดล AI จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงไม่เพียงแค่ตัวโค้ด แต่รวมถึงระบบสนับสนุน ซึ่งเป็นชุดโปรแกรมเสริมที่ผู้ให้บริการ AI ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอัลกอริทึม นอกจากนี้ ระบบของ Recursive จะค้นหาวิธีปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการฝึกฝนและการอนุมานด้วย

ด้าน OpenAI ได้เริ่มใช้โมเดล GPT-5.5 ที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวแล้ว โดยบริษัทได้แบ่งคำขอการอนุมานแต่ละรายการออกเป็นส่วนย่อย ๆ และกระจายไปยังคอร์ของกราฟิกการ์ดหลายตัวเพื่อเร่งความเร็ว ซึ่งก่อนหน้านี้จำนวนส่วนย่อยในเวิร์กโฟลว์จะถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่ OpenAI ระบุว่า GPT-5.5 ได้พัฒนาวิธีการประมวลผลแบบขนานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มความเร็วในการสร้างโทเค็นได้มากกว่า 20%

บางบริษัทกำลังใช้ AI เพื่อยกระดับไม่เพียงแค่เวิร์กโฟลว์การอนุมาน แต่รวมถึงฮาร์ดแวร์ที่อยู่เบื้องหลังด้วย ตัวอย่างเช่น Alphabet ซึ่งเป็นผู้ลงทุนใน Recursive ได้ออกแบบตัวเร่งความเร็ว TPU ด้วยความช่วยเหลือของโครงข่ายประสาทเทียมที่ฝึกฝนจากพิมพ์เขียวของชิป โดยผู้สร้างระบบดังกล่าวเพิ่งเปิดตัวสตาร์ทอัพชื่อ Ricursive Intelligence เพื่อให้บริการเทคโนโลยีที่คล้ายกันแก่บริษัทอื่น

Recursive ไม่ได้เปิดเผยว่าใช้วิธีการแมชชีนเลิร์นนิงแบบใดในการขับเคลื่อน AI ที่พัฒนาตัวเองได้นี้ ขณะที่คู่แข่งอย่าง Ineffable Intelligence ซึ่งหวังจะพัฒนาโมเดลที่ค้นพบความรู้ใหม่ได้เช่นกัน กำลังใช้การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้กันทั่วไปในโปรเจกต์โมเดลภาษาขนาดใหญ่

“เราจะเริ่มต้นจากการวิจัยด้าน AI แต่ท้ายที่สุดเราหวังจะขยายขอบเขตไปสู่ฟิสิกส์ เคมี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชีววิทยาก่อนคลินิก” Socher โพสต์ข้อความบน X “AI จะมีความสำคัญต่อชีววิทยา เหมือนกับที่แคลคูลัสเคยสำคัญต่อฟิสิกส์—มันจะเป็นภาษาและวิธีคิดแบบใหม่ที่จัดการกับระบบที่ซับซ้อน และช่วยให้เราเข้าใจรวมถึงสร้างพวกมันได้ดียิ่งขึ้น”

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/05/13/recursive-superintelligence-raises-650m-build-self-improving-ai-models/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Red Hat ชู Open Source ขับเคลื่อน AI องค์กร ผนึก NVIDIA ลุย Sovereign AI รับมือภัยคุกคามยุคควอนตัม

Red Hat ชี้ Open Source คือตัวเร่งสำคัญในการนำ AI เข้าสู่ระดับองค์กร พร้อมโชว์ความพร้อมเครื่องมือจัดการ AI Lifecycle และ Agentic AI ครบทุกมิติ …

ผสานพลัง AI และ Data Platform: ยกระดับธุรกิจด้วย IBM Instana และ IBM FlashSystem [Guest Post]

ในยุคที่ Application คือหัวใจของธุรกิจ และ Data คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด องค์กรไม่สามารถมองระบบ IT แยกเป็นส่วน ๆ ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น Application, Infrastructure หรือ …