ประเมินสถานการณ์ AI Cybersecurity ในปี 2026

หลายปีที่ผ่านมาความรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ทำให้ผู้คนแตกตื่น กระทบไปถึงการตื่นตัวในการประยุกต์ใช้ระดับองค์กรเช่นกัน แต่สปีดระดับนี้ย่อมเต็มไปด้วยความเสี่ยง จากการตามไม่ทันในเทคโนโลยี เพราะ AI ช่วยทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้ายไปพร้อมกัน และยังไม่ทันคุ้นชินกันดี รู้ตัวอีกทีเราก็เดินทางเข้ายุค Agentic ไปแล้ว โดย Darktrace ได้จัดทำรายงานประเมินสถานการณ์ด้าน AI Cybersecurity ในปี 2026 ไว้ดังนี้

ประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก AI ไม่ได้เป็นเพียงความกังวลในแวดวงของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นระดับโลกเพราะแม้กระทั่ง World Economic Forum ยังเผยถึงรายงานล่าสุดของเดือนมกราคม 2026 ที่ชี้ให้เห็นว่าองค์กรตระหนักถึงประเด็นด้าน AI Security มากขึ้นเกือบ 2 เท่าเทียบกับปีก่อน

รายงานฉบับนี้ยังเผยถึงมุมมองของ CEO ที่เชื่อว่า AI ยกระดับแคมเปญความหลอกลวงได้แนบเนียนจนยกระดับความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยช่องโหว่ของ AI ต่างจากมุมของ CISO ที่ให้น้ำหนักกับ Ransomware เป็นอันดับหนึ่งเช่นเคย นี่แสดงให้เห็นว่าบรรดา CEO กำลังใคร่ครวญถึงการที่ AI เป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจของพวกเขาอย่างมีนัยสำคัญ

ในมุมของ Gartner เทรนด์ด้าน Cybersecurity 2026 กว่าครึ่งหนึ่งยกให้ AI เริ่มตั้งแต่ประเด็นของ Agentic AI ที่ได้รับสิทธิสูงและขาดการควบคุมที่เหมาะสมจนอาจละเมิดต่อกฏระเบียบขององค์กรได้ รวมไปถึงการตระหนักรู้ของพนักงานเกี่ยวกับการใช้งาน AI ซึ่ง 57% ของผู้ตอบแบบสำรวจยอมรับว่านำ AI ที่ลงทะเบียนส่วนตัวมาใช้ในการทำงาน และ 33% ยอมรับว่าให้ข้อมูลละเอียดอ่อนกับเครื่องมือที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์กร

2026 AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีองค์กรถึง 78% ที่ใช้งาน Generative AI ในหน่วยงานอย่างน้อยหนึ่งส่วน  การเติบโตนี้มาพร้อมกับความท้าทายใหม่สำหรับผู้บริหารด้านความปลอดภัย (CISO) ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการปกป้องธุรกิจจากภัยคุกคามที่ขยายตัวตามขอบเขตของ AI โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้

1.) AI Agents มาพร้อมกับภัยใหม่และช่องโหว่มากมาย

ในหลายกรณี Agents ที่กำลังเติบโตในองค์กร ได้รับการสิทธิ์ที่น่ากังวล เช่น ข้อมูลละเอียดอ่อน แอปพลิเคชันสำคัญของธุรกิจ รวมถึง Token และ API ซึ่งผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยกว่า 92% กังวลต่อผลกระทบเหล่านี้ ซึ่ง Agent ควรได้รับการกำกับดูแลถึง Identity ตามหลักการ Least-privilege พร้อมมอนิเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรได้เข้าใจภาพการทำงาน ให้สามารถควบคุมพฤติกรรมและการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเหมาะสม

2.) Generative AI Prompts

Prompts เป็นการสื่อสารระหว่างคนหรือ Agentic เข้ากับระบบ AI ซึ่งความท้าทายคือ Natural Language มีความเป็นไปได้การการผสมผสานจัดเรียงได้ไม่จำกัด ต่างกับการโจมตีแบบดั้งเดิมตาม CVE ทำให้คนร้ายจึงมีช่องทางในการประดิษฐ์ Prompt โจมตีได้มากมาย จนนำไปสู่การเผยข้อมูลสำคัญ ใช้งาน AI อย่างไม่เหมาะสม และการละเมิดการป้องกันเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้

3.) ความสำคัญของ Securing AI ในทางปฏิบัติ

ต้องบอกว่าคำสั่ง Prompt เดียวกลับส่งผลกระทบมากกว่าที่คิดในหลายด้าน เช่น การใช้ตัวตนอย่างผิดวัตถุประสงค์ การเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ผิดวัตถุประสงค์ของลอจิกแอปพลิเคชัน และความเสี่ยงใน Supply Chain ด้วยเหตุนี้องค์กรจึงต้องสร้างการป้องกันอย่างครอบคลุมทั้ง Identity, Cloud Security, Application Security, Data Security ไปจนถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งองค์กรต้องวางหลายแนวทางร่วมกัน ที่ควรมีความสามารถ ดังนี้

  • ค้นหาและควบคุม Shadow AI ได้เพื่อจำกัดกิจกรรมที่อาจละเมิดต่อการป้องกันและไม่เหมาะสมต่อองค์กร ตลอดจนการควบคุมการทำงานหรือแนะนำให้ผู้ใช้หันไปใช้เครื่องมือที่ได้รับการอนุมัติ
  • รวบศูนย์ความสามารถ Visibility ให้องค์กรมองเห็นสถานการณ์ความเสี่ยงและบังคับ Policy ได้จากเครื่องมือเดียวกัน
  • สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับตัวตนของ AI Agent ในธุรกิจ โดยต้องเริ่มจากการมองเห็น Agents ที่มีใช้ได้ทุกตัวในธุรกิจและ Supply Chain รวมถึง เข้าใจการเชื่อมต่อ การปฏิสัมพันธ์ผ่าน MCP และ บริการ(เช่น S3) โดยองค์กรต้องมีการตรวจสอบพฤติกรรมใน Cloud, SaaS, เครือข่าย และอุปกรณ์ Endpoint
  • ติดตาม Prompt ทั้งสั่งการ genAI และ Agents ได้แบบเรียลไทม์ ที่องค์กรต้องสามารถเฝ้าดู Prompt, Session และ มีความสามารถในการตอบสนองกับเครื่องมือ GenAI เหล่านั้นได้ไม่เกี่ยงว่าเป็น Low-code หรือ High-code

พฤติกรรมของ AI มีความยืดหยุ่นสูงและเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลที่ได้รับ (Dynamic Behavior) ทำให้การวิเคราะห์จากสถิติการโจมตีในอดีตไม่สามารถคาดการณ์พฤติกรรมของโมเดลที่มีความซับซ้อนได้ โดยเฉพาะเมื่อ AI ถูกนำไปใช้ในบริบททางธุรกิจที่แตกต่างกันในแต่ละองค์กร ดังนั้นการป้องกันต้องตีความเจตนาที่ซับซ้อน (Intent) และตรวจจับการเบี่ยงเบนของพฤติกรรม ทั้งจากพนักงานและ AI Agents โดย Darktrace เชื่อมั่นว่า หากมีการบริหารจัดการความปลอดภัยที่ถูกต้อง การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะกลายเป็น พลังเชิงบวกแบบทวีคูณ ที่ช่วยให้ฝ่ายป้องกันมีชัยเหนืออาชญากรไซเบอร์ได้ในอนาคต

ที่มา : https://www.darktrace.com/blog/state-of-ai-cybersecurity-2026-92-of-security-professionals-concerned-about-the-impact-of-ai-agents

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

เปิดตัว Datadog Code Security MCP ตรวจความปลอดภัยของ Code ที่ AI สร้างได้แบบ Real-Time

Datadog ได้ออกมาประกาศเปิดตัวเครื่องมือใหม่ Datadog Code Security MCP สำหรับใช้ตรวจสอบความปลอดภัยของโค้ดที่ AI เขียนขึ้นมาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ Pull Request หรือ CI Pipeline อีกต่อไป