6 วิธีการง่ายๆที่ช่วยให้อุปกรณ์ที่ใช้เล่นเน็ตของคุณปลอดภัย

จากข่าวเรื่อง “ปีหน้า เตรียมรับมือกับ DDoS Attack จากเวียดนาม อินเดีย และอินโดนีเซีย” ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจตรงที่ วัยรุ่นจากประเทศเหล่านี้เริ่มเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยของการใช้เทคโนโลยีบนระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งอาจส่งผลให้แฮ็คเกอร์ใช้ความไม่รู้ ความประมาทเลินเล่อของวัยรุ่นเหล่านั้น ในการแฮ็คอุปกรณ์ให้กลายเป็นเครื่องมือ (Botnet) เพื่อใช้โจมตีคนอื่นต่อได้

ซึ่งเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับนิสัยการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนของคนไทยหลายคนเช่นเดียวกัน ที่ไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง และอันตรายของการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น การใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนที่ดาวน์โหลดมาจากต้นทางที่ไหนก็ไม่รู้ (แต่ฟรี), การ Jailbreak เพื่อติดตั้งแอพพลิเคชันฟรี รวมทั้งการกดลิงค์โฆษณาหรือรับรางวัลต่างๆ เป็นต้น บทความนี้ ทีมงาน  TechTalkThai จึงขอแนะนำวิธีการทำให้อุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโน๊ตบุ๊คของทุกคนปลอดภัยจากภัยคุกคามบนอินเตอร์เน็ตกันนะครับ

1. ดูแล Wi-Fi ของตน เริ่มต้นด้วยการทำให้อุปกรณ์ที่กระจายสัญญาณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตปลอดภัย เช่น Router หรือสมาร์ทโฟนที่เปิดฟังก์ชันแชร์อินเตอร์เน็ต

  • ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่งเพียงพอ หลีกเลี่ยงการตั้งรหัสผ่านง่ายๆ เช่น “password” หรือ “123456” และเพิ่มความแข็งแกร่งให้รหัสผ่านโดยการใส่อักษรพิมพ์ใหญ่, อักขระพิเศษ และตัวเลขลงไปด้วย เช่น “H3||0W0r|d!” หรือสร้างข้อความสั้นๆที่สามารถจำได้ง่ายๆ เช่น “orange eagle key shoe” (ดูคำแนะนำการตั้งรหัสผ่านได้ที่ https://www.techtalkthai.com/stanford-university-password-policy/)
  • ใช้วิธีการเข้ารหัสแบบ WPA2-AES เสมอ

10_tips_stay_safe_5

2. ติดตั้งซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น เปิดใช้งานไฟร์วอลล์, ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส รวมทั้งสแกนมัลแวร์บนเครื่องเป็นระยะๆ

3. เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ Public Wi-Fi หรือ Wi-Fi ที่ไม่รู้จัก ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเชื่อมต่อจริงๆ จำไว้เสมอว่า Public Wi-Fi ที่ดี จะต้องไม่ถามข้อมูลรหัสผ่านใดๆของคุณ

4. หลีกเลี่ยงการใช้งานโปรแกรมเถื่อน หรือดาวน์โหลดมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาแน่ชัด โปรแกรมเหล่านี้อาจแฝงมัลแวร์ที่แฮ็คเกอร์ใช้เพื่อควบคุมอุปกรณ์ของคุณมาด้วยก็ได้ แนะนำให้ดาวน์โหลดผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เช่น App Store, Google Play หรือซื้อแผ่นซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เป็นต้น

5. ระวังเว็บไซต์ปลอม เว็บไซต์เหล่านี้มักมีชื่อเว็บไซต์หรือ URL ใกล้เคียงกับเว็บไซต์ของจริง แต่อาจมีการสะกดผิดไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งถ้าเจอเว็บไซต์ที่มีการสอบถามข้อมูลส่วนตัวเมื่อไหร่ ให้ลองกลับไปดูที่ URL อีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าถูกต้องเว็บไซต์

10_tips_stay_safe_3

6. คิดก่อนกด อย่ากดลิงค์ใดๆที่ส่งมาจากคนที่คุณไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นบน Email, Facebook หรือช่องทาง Chat ต่างๆ ลิงค์เหล่านี้อาจนำไปสู้เว็บไซต์ที่หลอกล่อให้คุณเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือดาวน์โหลดมัลแวร์ไปติดตั้งไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ โดยเฉพาะอีเมลล์ ควรสังเกตอีเมลล์ผู้ส่งให้ดีว่าเป็นคนที่คุณรู้จักจริงหรือไม่ เนื่องจากแฮ็คเกอร์อาจปลอมอีเมลล์ให้คล้ายคลึงกับคนที่คุณรู้จักก็ได้

เพียงแค่ 6 วิธีการง่ายๆ ก็ช่วยให้คุณรอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของแฮ็คเกอร์ และทำให้อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณปลอดภัยขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tor Browser พร้อมให้บริการบน Android แล้ว

Tor Project ไปประกาศปล่อย Tor Browser เวอร์ชันสเถียรให้ผู้สนใจดาวน์โหลดกันได้บน Google Play แล้ว

นักวิจัยสาธิต PoC 3 ช่องโหว่ Zero-day ใหม่ของ Windows ไว้บน GitHub

คงต้องกล่าวว่านักวิจัยคนเดิม (SandboxEscaper) เพิ่มเติมคืออีก 3 ช่องโหว่ Zero-day และ 1 ช่องโหว่ที่ Microsoft เพิ่งแพตช์ไปไม่นานนี้ โดยเป็นคนเดียวกับคนที่ค้นพบช่องโหว่ Zero-day บน Task …