Breaking News

ผลจัดอันดับ Top 500 Supercomputers ครั้งที่ 54 ออกแล้ว IBM ยังคงครอง 2 ตำแหน่งแรก

เว็บไซต์ TOP500 ได้ประกาศผลการจัดอันดับ Superconputers ที่แรงที่สุดในโลกครั้งที่ 54 ผลปรากฎว่าทั้งสหรัฐฯ และจีนยังคงครองตำแหน่งผู้นำเป็นส่วนใหญ่ โดยอันดับ 1 และ 2 ตกเป็นของ IBM (สหรัฐฯ) ด้วยความเร็วสูงถึง 148.6 Petaflops ในขณะที่อันดับที่ 500 มีความเร็ว 1.14 Petaflops เพิ่มจากการจัดอันดับครั้งก่อนมา 0.12 Petaflops

Credit: Oak Ridge National Lab

1. Summit (IBM/สหรัฐฯ)

ใช้งานที่ Oak Ridge National Laboratory มีความเร็ว 148.6 Petaflops ใช้ IBM Power9 CPU และ NVIDIA Tesla V100 GPU ทำงานร่วมกัน

2. Sierra (IBM/สหรัฐฯ)

ใช้งานที่ Lawrence Livermore National Laboratory มีความเร็ว 94.6 Petaflops ช้ IBM Power9 CPU และ NVIDIA Tesla V100 GPU เช่นเดียวกับ Summit

3. Sunway TaihuLight (China’s National Research Center of Parallel Computer Engineering & Technology/จีน)

ใช้งานที่ National Supercomputing Center เมือง Wuxi มีความเร็ว 93.0 Petaflops ใช้ Sunway’s SW26010 Processors จำนวนมากกว่า 10 ล้าน Cores

4. Tianhe-2A (Milky Way-2A) (China’s National University of Defense Technology/จีน)

ใช้งานที่ National Supercomputer Center เมือง Guangzhou มีความเร็ว 61.4 Petaflops ใช้ Intel Xeon CPU และ Matrix-2000 ร่วมกัน

5. Frontera (Dell/สหรัฐฯ)

ใช้งานที่ Texas Advanced Computing Center ณ University of Texas ตั้งแต่ปี 2018 มีความเร็ว 23.5 Petaflops ใช้ Intel Xeon Platinum 8280 บน Dell C6420

6. Piz Daint (Cray/สหรัฐฯ)

ใช้งานที่ Swiss National Supercomputing Centre (CSCS) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความเร็ว 21.2 Petaflops ใช้ Intel Xeon และ NVIDIA P100 ร่วมกันบน Cray XC50 ถือเป็นระบบที่เร็วที่สุดในยุโรปเวลานี้

7. Trinity (Cray/สหรัฐฯ)

ใช้งานที่ Los Alamos National Laboratory and Sandia National Laboratories มีความเร็ว 20.2 Petaflops ใช้ Intel Xeon และ Xeon Phi ร่วมกันบน Cray XC40

8. AI Bridging Cloud Infrastructure (ABCI) (Fujitsu/ญี่ปุ่น)

ใช้งานที่ National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น มีความเร็ว 19.9 Petaflops ใช้ Intel Xeon Gold และ NVIDIA Tesla V100 GPU

9. SuperMUC-NG (Lenovo/จีน)

ใช้งานที่ Leibniz-Rechenzentrum (Leibniz Supercomputing Centre) ประเทศเยอรมนี มีความเร็ว 19.5 Petaflops ใช้ Intel Xeon Platinum เชื่อมต่อด้วย Intel Omni-Path

10. Lassen (IBM/สหรัฐฯ)

ใช้งานที่ Lawrence Livermore National Laboratory มีความเร็ว 18.2 Petaflops ใช้ IBM Power9 และ NVIDIA V100 GPU

สำหรับ Supercomputer ใหม่ที่ทรงพลังที่สุดที่เข้ามาใน Top 500 Supercomputers นี้คือ AiMOS (IBM/สหรัฐฯ) อันดับที่ 24 มีความเร็ว 8.0 Petaflops ถูกใช้งานที่ Rensselaer Polytechnic Institute Center for Computational Innovations (CCI) โดยใช้ IBM Power9 CPU และ NVIDIA V100 GPU

สถิติ Top 500 Supercomputers อื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • Supercomputers จากจีนเข้ามาติดอันดับมากถึง 227 ระบบ เพิ่มขึ้นจากการจัดอันดับครั้งก่อนเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว 8 ระบบ
  • Supercomputers จากสหรัฐฯ ติดอันดับรวม 118 ระบบ แต่โดยรวมมีประสิทธิภาพสูงกว่า Supercomputers จากประเทศจีน
  • ประเทศญี่ปุ่นติดอันดับเป็นที่ 3 โดยมีจำนวน 29 ระบบ ตามมาด้วยฝรั่งเศส 18 ระบบและเยอรมนี 16 ระบบ
  • Vendor จากประเทศจีนครองแชมป์ Supercomputer ที่ติดอันดับมาที่สุด ได้แก่ Lenovo (174), Sugon (71) และ Inspur (65) ตามมาด้วย Cray และ HPE จากสหรัฐฯ (65 และ 36 ตามลำดับ ตอนนี้ Cray เป็นส่วนหนึ่งของ HPE แล้ว)
  • Intel เป็นหน่วยประมวลผลที่ถูกใช้งานใน Top 500 Supercomputers มากที่สุด คิดเป็น 470 จาก 500 ระบบ ส่วนใหญ่เป็น Xeon และ Xeon Phi
  • การเชื่อมต่อแบบ Ethernet ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็น 52% ตามมาด้วย InfiniBand 28% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากประสิทธิภาพแล้ว ระบบที่ใช้ InfiniBand จะมีอันดับสูงกว่า Ethernet มาก

ที่มา: https://www.top500.org/news/china-extends-lead-in-number-of-top500-supercomputers-us-holds-on-to-performance-advantage/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

แจกฟรี Ebook ‘Effective DevOps’

Azure ได้มีการแจกหนังสือฟรีที่ชื่อ Effective DevOps สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนดาวน์โหลดกันได้เลยครับ

NTT พร้อมเปิดให้บริการ Data Center เฟสใหม่ ที่ NTT Bangkok 2 Data Center แล้ว รองรับ AI Workload ได้ด้วยกำลังไฟ 6kW –40kW ต่อ Rack

หลังจากปี 2019 ที่ผ่านมา ทาง NTT ได้ประกาศลงทุนเพิ่มอีก 500 ล้านบาท สำหรับการขยายเฟส 3 ที่ NTT Bangkok 2 Data Center ภายใต้แบรนด์ Nexcenter เพื่อให้บริการ Data Center สำหรับธุรกิจองค์กรมาตรฐานสูง ขณะนี้ทาง NTT พร้อมให้บริการในเฟส 3 แล้ว ด้วยความสามารถรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Workload ที่ต้องใช้พลังงานในการประมวลผลสูง อย่าง AI (Artificial Intelligence) หรือ (HPC) High Performance Computing ได้เป็นอย่างดี