Cohesity เผย 5 สิ่งที่องค์กรมักละเลยในการป้องกัน Ransomware สำหรับปี 2021

ภัยคุกคามอย่าง Ransomware นั้นนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ การเฝ้าระวัง, ตรวจสอบ และปกป้องระบบ IT และข้อมูลสำคัญทางธุรกิจนั้นจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกธุรกิจมิอาจมองข้ามได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ดี การมาของ Ransomware รูปแบบใหม่ๆ, เทคนิคการโจมตีใหม่ๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในธุรกิจนั้น ก็ทำให้องค์กรไม่อาจปกป้องระบบและข้อมูลของตนเองได้อย่างครอบคลุมดีนัก และในบทความนี้เราจะเล่าถึง 5 ประเด็นสำคัญที่องค์กรมักละเลยในการปกป้อง Ransomware ไปนั่นเอง

5 สิ่งที่องค์กรมักละเลยในการป้องกัน Ransomware สำหรับปี 2021

1. ข้อมูลที่ Backup เอาไว้ในองค์กรนั้นก็ตกเป็นเป้าของ Ransomware แล้ว

เมื่อการ Backup ข้อมูลนั้นได้กลายเป็นแนวทางหลักที่ธุรกิจองค์กรใช้ในการรับมือ Ransomware เหล่าผู้พัฒนา Ransomware ก็ปรับตัวรับมือต่อแนวทางเหล่านี้ด้วยการโจมตีข้อมูล Backup โดยตรงกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้การโจมตีด้วย Ransomware นั้นยังสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด

การโจมตีเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับระบบ Backup โดยตรง หรือเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ Endpoint ที่ Ransomware สามารถโจมตีได้สำเร็จ และพยายามมองหาช่องทางในการโจมตีต่อเนื่องไปยังระบบ Backup ในภายหลัง ซึ่งข้อมูล Backup ขององค์กรบางแห่งนั้นก็อาจมีปริมาณมากถึง 80% ของข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดในองค์กรเลยทีเดียว ทำให้หากข้อมูล Backup ถูกโจมตีได้สำเร็จ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจนั้นก็จะสูงมากขึ้นไปอย่างมหาศาล

Cohesity ได้แนะนำถึงแนวทางในการรับมือกับการโจมตีรูปแบบนี้เอาไว้ด้วยการปกป้องข้อมูลในแบบ Multi-Layered ดังนี้

  • ปกป้องการทำ Backup ให้อยู่ในรูปแบบ Immutable ซึ่งไม่สามารถถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้
  • กำหนดสิทธิ์และตั้งค่าระบบเพื่อไม่ให้มีการเข้าถึงข้อมูลที่ Backup เอาไว้ได้โดยตรง เช่น ห้ามไม่ให้มีการ Mount Volume ที่จัดเก็บข้อมูล Backup ไปยังระบบอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • เปิดใช้ความสามารถ Write Once Read Many (WORM) เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ถูกสำรองเอาไว้ถูกแก้ไขได้
  • เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าถึงระบบ Backup ได้โดยง่าย

2. ช่องโหว่ที่หลากหลายมากขึ้นและข้อมูลที่กระจัดกระจายตัวมากขึ้น ก็เป็นอีกจุดสำคัญที่ทำให้ Ransomware โจมตีได้สำเร็จ

ด้วยปริมาณข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็วในทุกองค์กร และการทำงานจากทุกที่ทุกเวลาท่ามกลางวิกฤต COVID-19 นี้ ได้ทำให้ข้อมูลของธุรกิจนั้นกระจัดกระจายอย่างมาก และมีการเปิดใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปัจจัยเหล่านี้ได้ทำให้เกิดแนวทางและช่องโหว่ใหม่ๆ สำหรับการโจมตีเจาะระบบเพิ่มมากขึ้น ทำให้ Ransomware นั้นสามารถโจมตีด้วยวิธีการที่หลากหลายอันคาดไม่ถึงมากขึ้นตามไปด้วย

Cohesity ระบุว่าการรับมือกับโจทย์นี้คือการวางกลยุทธ์ระบบ IT และการจัดการข้อมูลขององค์กรเสียใหม่ โดยมีระบบส่วนกลางที่ช่วยลดการกระจัดกระจายของข้อมูลเหล่านี้ลง และมีระบบสำหรับบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลขององค์กรจากศูนย์กลาง เพื่อให้สามารถปกป้องระบบและข้อมูลทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน ลด Attack Surface ภายในธุรกิจให้เหลือน้อยลง

3. การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลที่ Backup เอาไว้ในแบบเดิมๆ ไม่เพียงพอต่อการตรวจจับ Ransomware อีกต่อไป

โซลูชันระบบ Backup หรือ Data Management ทุกวันนี้มักจะมีระบบตรวจสอบ Ransomware เบื้องต้นด้วยการตรวจว่าปริมาณข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับการ Backup ครั้งก่อนหน้ามีมากผิดปกติไหม และหากพบว่ามีมากผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณของ Ransomware ได้

โชคร้ายที่แนวทางนี้นอกจากจะไม่แม่นยำเพียงพอแล้ว การตรวจสอบด้วยวิธีการดังกล่าวนี้ก็อาจตรวจพบเมื่อสายเกินแก้ได้ ซึ่งทาง Cohesity ก็ได้แนะนำอีกแนวทางที่ได้ผลมากกว่านั้นก็คือการตรวจสอบในระดับของ File และ Audit Log เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้ตรวจพบภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม่นยำยิ่งขึ้น และช่วยปกป้องข้อมูลได้แทบจะ Real-Time เลยทีเดียว

4. Public Cloud ตกเป็นอีกเป้าสำคัญในการโจมตีของ Ransomware

การใช้งาน Cloud มากขึ้นท่ามกลางวิกฤต COVID-19 นี้ก็ทำให้หลายๆ องค์กรมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยหากอ้างอิงจากรายงานของ IDC นั้นจะพบว่า 80% ของธุรกิจนั้นเคยมีประสบการณ์ข้อมูลรั่วไหลบนระบบ Cloud และกว่า 43% ของภาคธุรกิจเคยประสบเหตุข้อมูลรั่วไหลนี้มาแล้ว 10 ครั้งหรือมากกว่า

ข้อมูลเหล่านี้ได้ชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ Cloud จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความมั่นคงปลอดภัย แต่ในการใช้งานจริงนั้นหลายองค์กรกลับไม่ได้ใช้งานอย่างมั่นคงปลอดภัยสูงสุด และทำให้เกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลหรือตกเป็นเหยื่อของ Ransomware ได้ ซึ่งทาง Cohesity ก็ได้ชี้ถึงแนวทางการรับมือกับประเด็นเหล่านี้ว่าองค์กรควรจะมีระบบสำหรับตรวจสอบและติดตามการ Backup และ Recovery ข้อมูลแบบรวมศูนย์ ที่สามารถติดตามการจัดการข้อมูลได้ทั้งบน Cloud และภายใน Data Center ขององค์กรเอง เพื่อให้สามารถจัดการกับประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที พร้อมแก้ไขช่องโหว่หรือการตั้งค่าที่ไม่มั่นคงปลอดภัยได้ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

5. ระบบ Backup และ Recovery ที่ช้า อาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับธุรกิจได้อย่างไม่คาดคิด

ประเด็นสุดท้ายที่มักพบเจอนั้นก็คือการที่ถึงแม้องค์กรจะมีการลงทุนในระบบ Backup และ Recovery ครอบคลุมในทุกๆ IT Infrastructure ที่มีการใช้งาน แต่โซลูชันเหล่านี้อาจยังเป็นเทคโนโลยีเก่าที่สามารถ Backup หรือ Recover ข้อมูลได้ช้า ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ถูก Ransomware โจมตึขึ้นมาจริงๆ การกู้คืนข้อมูลและระบบต่างๆ จึงช้าตามไปด้วย หรือในบางกรณีก็อาจกู้คืนข้อมูลมาได้ไม่หมดเพราะยัง Backup ไม่สำเร็จนั่นเอง

ปัญหานี้ไม่ได้เพียงแต่สร้างความเสียหายโดยตรงต่อธุรกิจที่ต้องหยุดชะงักเท่านั้น แต่ความล่าช้าในการดำเนินการเหล่านี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย และความเสียหายที่มีต่อภาพลักษณ์นี้ก็อาจมีมูลค่าสูงกว่าความเสียหายที่เกิดเบื้องต้นได้ 10-15 เท่าเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ Cohesity จึงแนะนำว่าการเลือกลงทุนในโซลูชัน Backup สมัยใหม่จึงต้องคำนึงถึงประเด็นด้านความเร็วให้ดี และควรมีความยืดหยุ่นในการกู้คืนข้อมูลหรือระบบไปยัง IT Infrastructure ได้หลากหลาย เพื่อที่ว่าในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ถูกโจมตีด้วย Ransomware ขึ้นมาจริงๆ นั้น องค์กรจะได้มีทางเลือกที่หลากหลายในการจัดการแก้ไขปัญหา และสามารถกู้คืนระบบหรือข้อมูลสำคัญขึ้นมาได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวที่สุดนั่นเอง

ดาวน์โหลดรายงาน, คู่มือ และ E-Book ฟรีจาก Cohesity รับฟรีทันที Grab Food Voucher มูลค่า 500 บาท

สำหรับธุรกิจองค์กรที่สนใจในแนวคิด Modern Data Management และต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถทำการลงทะเบียนที่ https://events.cohesity.com/businessresilienceforthefuture เพื่อ Grab Food Voucher มูลค่า 500 บาท และนัดพูดคุยกับทีมงาน Cohesity พร้อมรับเอกสารดังต่อไปนี้

  • รายงาน: A Forrester Total Economic Cost Savings Impact
  • รายงาน: Ransomware Recoverability Must Be A Critical Component of Your Business Continuity Plans
  • คู่มือ: A Comprehensive List of Requirements for Evaluating Modern Future Enterprise Solution
  • E-Book: 7 Reasons Cohesity Tops Legacy Backup and Data Management
  • กรณีศึกษา: Why Veritas Customers are Adopting Cohesity’s Modern Backup and Data Management Platform

สนใจโซลูชัน Data Protection และ Data Management ติดต่อ Cohesity ได้ทันที

สำหรับธุรกิจองค์กรที่สนใจในโซลูชันใดๆ ของ Cohesity สามารถติดต่อทีมงาน Cohesity ได้ทันทีที่ Billy.watcharasit@cohesity.com หรือ เบอร์มือถือ 0856496888

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ