เปิดตัว Dell Latitude 10th Generation แบตทนสุด 20 ชั่วโมง รองรับ Wi-Fi 6/Gigabit LTE

ในงาน Dell Technologies World 2019 ที่ผ่านมา มีอีกหนึ่งอัปเดตใหญ่ (ที่ทีมงาน TechTalkThai เพิ่งว่างจะมาเขียนกัน) ก็คือการเปิดตัวของ Dell Latitude อุปกรณ์ Notebook สำหรับการทำงานโดยเฉพาะใน Generation ที่ 10 ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถที่ใหม่ๆ อย่างเช่น แบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมง, การปรับไปใช้ Bio-Metric และ Multi-Factor เป็นหลัก และ Dock แบบ Modular ที่สามารถอัปเกรดได้

Credit: Dell

Dell Latitude ที่เปิดตัวมาในครั้งนี้หลายรุ่นรองรับการติดตั้ง Fingerprint Reader ภายในปุ่ม Power Button ได้ และยังรองรับ IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อให้การทำ Biometric Authentication เป็นไปได้อย่างง่ายดายด้วย นอกจากนี้ยังมีออปชันในการติดตั้ง Dell SafeScreen, Camera Privacy Shutter, FIPS 201 Contacted Smart Card Reader, Contactless Smart Card Reader พร้อม SafeID เพิ่มเติมได้ อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Dell SafeBIOS เพื่อให้การจัดการ Firmware ของเครื่องเป็นไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น

Dell Latitude รุ่นใหม่นี้ยังถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับ Dell Technologies Unified Workspace เพื่อนำเทคโนโลยีล่าสุดในการบริหารจัดการด้านการทำงานและการใช้อุปกรณ์หรือ Application ต่างๆ ภายในองค์กรมาปรับใช้ได้อีกด้วย

Dell Latitude 7000 รุ่นใหม่

Dell Latitude 7000 นี้ยังคงเป็น Notebook ทำงานรุ่น Top ในตระกูลนี้เหมือนเคย โดยมีการออกแบบให้สามารถเปิดหน้าจอใช้งานได้ด้วยนิ้วเดียว, จอที่ขอบบางลง, การใช้พลังงานที่น้อยลง และเพิ่มเทคโนโลยี SafeScreen เพื่อป้องกันการแอบมองจอเมื่อใช้งานในที่สาธารณะ โดยสามารถเลือกได้แล้วว่าจะใช้งานเป็นแบบ Carbon Fiber หรือ Aluminium ที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันในการใช้งาน

Dell Latitude 7000 รุ่นล่าสุดทั้งหมดนี้จะสามารถติดตั้ง RAM ได้สูงสุด 32GB, สามารถปรับให้แบตเตอรี่สามารถรองรับการใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง, ใช้เสา Cellular Antenna แบบ 4×4 CAT16 รองรับความเร็วระดับ Gigabit LTE และสามารถเลือกอัปเกรดเพื่อใช้ Wi-Fi 6 ได้แล้ว

Dell Latitude 5000 รุ่นใหม่

Dell Latitude 5000 ที่เป็นรุ่นรองลงมานี้ก็มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ทนทานสุดถึง 20 ชั่วโมงเช่นกัน โดยมีการปรับตัว Chassis ให้เป็นแบบ Carbon Fiber Reinforced เพื่อเพิ่มความทนทานและความเบา และสามารถเลือกหน่วยประมวลผลกราฟฟิกได้หลากหลาย

รุ่นเด่นที่เปิดตัวในงานนี้ก็คือ Latitude 5300 2-in-1 ที่เป็นแบบ Convertible ความทนทานสูงด้วยจอ Touchscreen แบบ Full HD Edge-to-Edge Corning Gorilla Glass ซึ่งสามารถมองหน้าจอได้อย่างสบายตาด้วยการเคลือบ Anti-Glare เข้าไปนั่นเอง อีกทั้งยังสามารถรองรับ RAM สูงสุดถึง 32GB และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุดได้ถึง 1TB ด้วย

Dell Latitude 3000 รุ่นใหม่

สำหรับ Dell Latitude 3000 ที่เป็นรุ่น Entry นี้ก็ได้ถูกอัปเดตให้เครื่องมีขนาดเล็กลง, หน้าตาสวยขึ้น และเพิ่มรุ่นสำหรับหน้าจอ 13 นิ้วเข้ามา ทำให้ธุรกิจองค์กรนั้นมีทางเลือกใหม่สำหรับ Notebook รุ่นเล็กๆ มากขึ้นไปอีก

เปิดตัว Modular Dock

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ถูกเปิดตัวมานี้ก็คือ Modular Dock ที่สามารถอัปเกรดได้ทั้งตัวรับและจ่ายพลังงานไปจนถึงช่องสำหรับเชื่อมต่อ โดยปัจจุบันนี้รองรับการเชื่อมต่อได้แก่ Thunderbolt 3, Dual USB-C และ Single USB-C พร้อมความสามารถ ExpressCharge และ ExpressCharge Boost ที่ช่วยให้การชาร์จ Notebook ของ Dell นั้นมีแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และ 35% ในเวลาเพียง 20 นาที

Dell เชื่อว่าความสามารถในการอัปเกรด Modular Dock เป็นส่วนๆ ได้นี้จะช่วยให้การใช้งาน Dock ในระดับธุรกิจองค์กรเป็นไปอย่างกว้างขวางและคุ้มค่ายิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะองค์กรไม่ต้องคอยเปลี่ยน Dock เรื่อยๆ ตามรอบการซื้อ Notebook ใหม่เสมอไป

สินค้าทั้งหมดเปิดวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมา


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Supermicro เปิดตัว Server รุ่นใหม่ รองรับ AMD EPYC 7002 Series พร้อมทำลายสถิติโลก 2 รายการ

Supermicro ได้ออกมาประกาศเปิดตัวทันทีหลังจากที่ AMD เปิดตัว EPYC Rome รุ่นล่าสุด ถึง Server รุ่นใหม่ในตระกูล H12 A+ สำหรับรองรับ AMD Epyc Rome 7002 Series โดยเฉพาะ โดยมีตัวเลขเชิงประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนเป็นอย่างมาก ดังนี้

Red Hat ประกาศเข้าร่วม RISC-V Foundation แล้ว

Red Hat ได้ประกาศเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ RISC-V Foundation เพื่อช่วยพัฒนาเทคโนโลยี Open Source Process Instruction Set Architecture (ISA)