[Guest Post] การรักษาความปลอดภัยแบบ Zero-Trust สำหรับองค์กรยุคใหม่

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการเปลี่ยนไปใช้มัลติคลาวด์แบบไฮบริด กำลังเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจของหลายๆ องค์กร ซึ่งขณะนี้ผู้ใช้ข้อมูลและทรัพยากรได้กระจายไปทั่วโลกทำให้ยากต่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิมที่มีการบังคับใช้ตามขอบเขตและความน่าเชื่อถือจากอุปกรณ์หรือเครือข่ายที่เชื่อมต่อ จำเป็นจะต้องถูกทบทวนเพื่อหาแนวทางที่แตกต่างออกไป

องค์กรต่าง ๆหันมาใช้โซลูชันการรักษาความปลอดภัยแบบที่ไม่ไว้วางใจใครอีกต่อไป (Zero-Trust Concept) เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลและทรัพยากรของตน โดยทำให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้เฉพาะในขอบเขตที่ จำกัด และภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น โดยใช้ 4 หลักการสร้างรูปแบบการกำกับดูและรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้ข้อมูลและทรัพยากรขององค์กร ดังนี้!!

ทำความเข้าใจผู้ใช้ข้อมูลและทรัพยากรขององค์กรเพื่อสร้างนโยบายการรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับธุรกิจ

ปกป้องทรัพยากรองค์กรโดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงแบบมีเงื่อนไขและสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอตามบริบทและนโยบายที่บังคับใช้

แก้ไขเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยโดยให้มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจให้น้อยที่สุดด้วยการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการทำ

ปรับปรุงนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจได้เร็วขึ้นเมื่อมีข้อมูลมากกว่า

Context to connect the right user, to the right data — under the right conditions

IBM Security Zero Trust จะช่วยลดความซับซ้อนและสามารถดำเนินการสู่ Zero-Trust Concept ของคุณด้วยแผนงานที่สามารถปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจของแต่ละองค์กร โดยวันนี้ผู้เขียนขอหยิบยกประเด็นการระบุตัวตนและกำนหดรูปแบบการเข้าถึงของผู้ใช้งานที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Zero-Trust มาอธิบายให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นด้วยโซลูชั่น IBM Security

Identity – การกำหนดและควบคุมนโยบายการรักษาความปลอดภัยที่ไม่ไว้วางใจด้วยการจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้และบัญชีที่มีสิทธิพิเศษทั้งหมดด้วยการเข้าใช้งานเพียงครั้งเดียว (Single Sign On: SSO), การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (Multi Factor Authentication: MFA) และการจัดการบัญชีของผู้ใช้งาน

IBM Security Verify for Workforce IAM

ให้บริการการระบุตัวตนสำหรับผู้ใช้ทุกคนรวมถึง SSO, MFA ตามความเสี่ยงและการเข้าถึงแบบปรับตัว, การจัดการ Life Cycle ของผู้ใช้และการวิเคราะห์ข้อมูลประจำตัวเพื่อหาความเสี่ยง

  • Single Sign-On (SSO) from any device

จัดเตรียม Launchpad และระบบ SSO ของแอปพลิเคชันแบบรวมศูนย์ จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยังแอปพลิเคชันในองค์กรหรือระบบคลาวด์

  • 2FA to any target system

ปกป้อง web, cloud, mobile, VPNs, และระบบปฏิบัติการด้วยแพลตฟอร์มสำหรับทำ MFA

  • User lifecycle management and compliance

ขออนุมัติ, จัดเตรียม และรับรอง (Request, Approve, Provision) การเข้าถึงแอปพลิเคชันของผู้ใช้เป็นระยะ ๆ

  • Adaptive access

ประเมินการใช้งานของผู้ใช้, อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมแบบไดนามิกด้วยระบบการให้คะแนนความเสี่ยงแบบ AI พร้อมบังคับใช้การเข้าถึงแบบ MFA เมื่อมีความเสี่ยงสูง

  • Identity analytics

ให้ข้อมูลและมุมมองแบบ 360 องศาต่อความเสี่ยงในการเข้าถึงที่เกิดขึ้นและสามารถดำเนินการตามข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเหล่านั้นได้

หากคุณผู้อ่านสนใจโซลูชั่น IBM Security Verify สำหรับการนำไปใช้ในเรื่องการระบุตัวตน, ควบคุมวิธีในการเข้าถึงภายในองค์กร หรือแม้แต่การนำไปประยุกต์ใช้กับ Zero-Trust concept สามารถติดต่อมาทางบริษัท คอมพิวเตอร์ ยูเนี่ยน ได้เลยครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนจำกัด

โทร02 311 6881 #7156 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

เขียนบทความโดย  ทวีศักดิ์  ศรีนาค

Presales Software Specialist

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด 

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ