Exposure Management คืออะไร?

Exposure Management เป็นคำศัพท์ที่หลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว แล้วนิยามที่แท้จริงเกี่ยวกับคำศัพท์คำนี้แท้จริงแล้วมีหัวข้อครอบคลุมเกี่ยวกับอะไรกันแน่ ทำไมองค์กรถึงต้องใส่ใจ จะเริ่มต้นได้อย่างไร ในบทความนี้เราจะขอขยายความเกี่ยวกับ Exposure Management กันครับ

Exposure Management เป็นกระบวนการในการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถถูกเจาะโจมตีได้ อาจจะเป็น เซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชัน คลาวด์ Endpoint เป็นต้น โดยวัตถุประสงค์ของการทำ Exposure Management ก็คือการตรวจตราพื้นผิวการโจมตีขององค์กรเพื่อค้นหาจัดการช่องโหว่ จุดอับต่อการโจมตีก่อนที่คนร้ายจะหาเจอ ซึ่งกระบวนการด้าน Exposure Management ได้รับการพูดถึงในหลายรูปแบบ โดยเราจะขออนุญาตยกตัวอย่างจาก Crowdstrike ที่อธิบายไว้ ดังนี้

1.) ค้นหาสินทรัพย์ที่ถูกเจาะได้

ความยุ่งยากของการค้นหาก็จะเป็นไปตามลักษณะของธุรกิจ โดยตัวอย่างคำว่าสินทรัพย์ดิจิทัล คือ เว็บแอปพลิเคชัน, DNS record, IoT, อุปกรณ์ OT (Operational Technology), API, Endpoint, ทรัพยากรบน Cloud ซึ่งการทราบถึงสินทรัพย์เหล่านี้จะช่วยให้เกิดความเข้าใจและลำดับความสำคัญได้ต่อไป

2.) จับคู่พื้นผิวการโจมตี

พิจารณาดูว่าเปิดช่องทางไหนเอาไว้บ้างเช่น บริการที่เข้าถึงได้สาธารณะ พอร์ทที่เปิดให้เข้าถึงได้ว่าจำเป็นหรือไม่ ช่องโหว่ของแอปและระบบปฏิบัติการ แม้กระทั่งข้อมูลที่อาจรั่วไหลอย่าง metadata หรือแม้กระทั่งการเปิดเผยข้อความ debug ซึ่งขั้นตอนนี้ช่วยให้องค์กรเข้าใจความคิดของผู้โจมตีและรู้ถึงสิ่งที่เปิดหน้าอยู่

3.) ประเมินความเสี่ยง

ทำแผนที่ของพื้นผิวการโจมตีและเส้นทางการโจมตีเพื่อประเมินความเสี่ยงเข้ากับแต่ละสินทรัพย์นำไปสู่การประเมินระดับความเสี่ยง เช่น ข้อมูลสำคัญเก็บอยู่กับสินทรัพย์ใด ความน่าจะเป็นที่การเปิดเผยสินทรัพย์นี้เสี่ยงต่อการโจมตี หากถูกโจมตีจะเกิดผลกระทบอย่างไร

4.) จัดลำดับความสำคัญของการถูกโจมตี

เมื่อประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์แล้ว ก็สามารถลำดับความสำคัญว่าการเปิดเผยสินทรัพย์นั้นเหมาะหรือไม่ แก้ไขหรือบรรเทาปัญหา หรือรอได้

5.) ลดทอนโอกาสถูกโจมตีในสินทรัพย์

ในขั้นตอนนี้คือการลงมือกระทำการกำจัดความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์ ซึ่งอาจประกอบด้วยหลายกิจกรรม เช่น แพตช์ช่องโหว่ สั่งปิดพอร์ทที่ไม่จำเป็น แก้ไขนโยบายการเข้าถึง หรือปิดกั้นไม่ให้เข้าถึง

6.) ติดตามอย่างต่อเนื่อง

การเปิดเผยพื้นผิวการโจมตีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ดังนั้นองค์กรต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่องทั้งลำดับความสำคัญหรือช่องโหว่ไหมของสินทรัพย์นั้น

การทำ Exposure Management ก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรในหลายด้าน เริ่มต้นจากการปรับปรุงการป้องกันสู่เชิงรุกเพราะทราบไว้แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นได้บ้างตรงไหน ดีกว่ารอให้เหตุเกิดขึ้น และถ้าเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง นอกจากนี้องค์กรยังสามารถสื่อสารให้ได้เข้าใจตรงกันและวางงบประมาณที่มีจำกัดได้เหมาะกับสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้วย

อย่างไรก็ตามการทำ Exposure Management มาพร้อมกับความท้าทายด้วยเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วองค์กรมักขาดบุคลากรที่มีทักษะจำเป็น รวมถึงงบประมาณเองที่จำกัด ในขณะที่ภัยจาก Supply Chain ก็มีให้เห็นมากขึ้น

Exposure Management ต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายตัวเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์เพราะจากขั้นตอนข้างต้นจะเห็นได้ว่า Exposure Management มีทั้งเรื่องของการประเมินความเสี่ยง ช่องโหว่ การรู้จักสินทรัพย์ พื้นผิวการโจมตี และการต่อสู้กับภัยคุกคามด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าไม่มีเครื่องมือไหนดีที่สุด แม้จะมี Vendor พยายามอัดฟีเจอร์ต่างๆเข้ามารวมกัน ทั้งนี้องค์กรยังสามารถอาศัยเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วได้เช่น

  • เครื่องมือสแกนหาช่องโหว่ของแอปพลิเคชัน คลาวด์ เครือข่าย โฮสต์ ฐานข้อมูล API หรืออะไรก็ตามในระบบไอที
  • เครื่องมือช่วยค้นหาสินทรัพย์ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้เราได้รู้จักตัวเองว่ามีสินทรัพย์อะไรบ้างจะได้จัดทำข้อมูลเหล่านั้น เพื่อการติดตาม รู้จุดอ่อน และไม่พลาดการรับรู้ว่ามีอยู่ของสินทรัพย์เหล่านั้น รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำรายงานตามระเบียบบังคับขององค์กรด้วย
  • เครื่องมือจัดการแพตช์ ช่วยในการระบุ ติดตาม อัปเดตแพตช์ให้แอปหรือบริการทันสมัยอยู่เสมอ
  • เครื่องมือติดตามความมั่นคงปลอดภัย ช่วยติดตามความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง อาจจะมีการกวาดข้อมูลหลายส่วน เช่น เครือข่าย กิจกรรมผู้ใช้ และอื่นๆ เพื่อป้อนให้แก่ทีมเฝ้าระวังภัยคุกคาม
  • เครื่องมือวิเคราะห์ภัยจากภายนอกว่ามีสินทรัพย์อะไรของเราเปิดเผยอยู่
  • เครื่องมือจัดการพื้นผิวการโจมตีของสินทรัพย์ไซเบอร์ จะมีการจัดทำคลังสินทรัพย์ วาดแผนที่จับคู่ภัยทั้งจากภายในภายนอก

คำสองคำนี้มักเหมือนมีความเกี่ยวโยงกันซึ่งในความเป็นจริงแล้วจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า Vulnerability Management เป็นกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งภายใน Exposure Management โดยอย่างหลังที่เรากำลังโฟกัสในบทความนี้จะมีกิจกรรมที่กว้างกว่าทั้งการทราบถึงสินทรัพย์ รู้ว่าอะไรเปิดเผยอยู่ รู้ว่ามีช่องโหว่หรือจุดอ่อนอย่างไร เสี่ยงอย่างไรจากพื้นผิวการโจมตีใด

หรือถ้าจะให้เจาะลึกไปกว่านั้นก็คือ Exposure Management จะเน้นไปที่การสำรวจ ติดตาม บรรเทาความเสี่ยงของพื้นผิวการโจมตีต่อสินทรัพย์ที่ถูกเจาะได้ ในขณะที่ Vulnerability Management จะเน้นไปที่การค้นหา แก้ไข และบรรเทาช่องโหว่ โดยการจัดทำคลังระบบและแอป สแกนเครือข่ายและลำดับจุดอ่อนอาจด้วยปัจจัยคะแนนความรุนแรง

คำสองคำนี้มักเหมือนมีความเกี่ยวโยงกันซึ่งในความเป็นจริงแล้วจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า Vulnerability Management เป็นกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งภายใน Exposure Management โดยอย่างหลังที่เรากำลังโฟกัสในบทความนี้จะมีกิจกรรมที่กว้างกว่าทั้งการทราบถึงสินทรัพย์ รู้ว่าอะไรเปิดเผยอยู่ รู้ว่ามีช่องโหว่หรือจุดอ่อนอย่างไร เสี่ยงอย่างไรจากพื้นผิวการโจมตีใด

หรือถ้าจะให้เจาะลึกไปกว่านั้นก็คือ Exposure Management จะเน้นไปที่การสำรวจ ติดตาม บรรเทาความเสี่ยงของพื้นผิวการโจมตีต่อสินทรัพย์ที่ถูกเจาะได้ ในขณะที่ Vulnerability Management จะเน้นไปที่การค้นหา แก้ไข และบรรเทาช่องโหว่ โดยการจัดทำคลังระบบและแอป สแกนเครือข่ายและลำดับจุดอ่อนอาจด้วยปัจจัยคะแนนความรุนแรง

Exposure Management เป็นกระบวนการที่ประกอบไปด้วยขั้นตอนมากมาย เช่น การค้นหาสินทรัพย์ การติดตามเรียลไทม์ ลำดับความสำคัญ ประเมินความเสี่ยง และแก้ไขปัญหา ดังนั้นการหาทางจัดทำระบบที่เป็นอัตโนมัติได้จึงเป็นเรื่องจำเป็น ยิ่งหากมี AI/ML ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้องค์กรควรหมั่นตรวจทานถึงความเสี่ยงกำเนิดใหม่ ผลลัพธ์ของการวางกลยุทธ์และมาตรการ สุดท้ายคือการให้ความรู้แก่บุคลากรให้พวกเขาเข้าใจว่าอะไรเป็นความเสี่ยงต่อการถูกเจาะในระบบดิจิทัลและจะป้องกันอย่างไร เช่น ในมุมของนักพัฒนาก็ควรเข้าใจเรื่องการเขียนโค้ดอย่างปลอดภัย ในขณะที่ไอทีก็ควรเข้าใจความเสี่ยงจากการให้สิทธิ์สูงโดยไม่จำเป็น

ที่มา :

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …