Amazon RDS คืออะไร ?

Amazon Relational Database Service (RDS) เป็นบริการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) บน Cloud ของ AWS ที่พร้อมให้บริการด้วยความสะดวกรวดเร็ว สามารถปรับขนาด (Scale) เพิ่มลดตามความต้องการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น 

โดย Amazon RDS เป็นบริการสร้าง Relational Database บน Cloud ที่ AWS ได้เตรียมทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ให้พร้อมใช้งาน ซึ่งช่วยทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถลดภาระงานได้หลาย ๆ ทั้งการติดตั้ง บำรุงรักษา อัปเดต Patch สำรองข้อมูล คัดลอกข้อมูล หรือแม้กระทั้งการขยายขนาดเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานตามช่วงเวลาได้อย่างยืดหยุ่นและมีความอัตโนมัติ เพื่อทำให้การบริการมีความพร้อมใช้งานสูง (High Availability) 

ที่สำคัญ ผู้ใช้งาน Amazon RDS สามารถเลือกใช้ Database Engine ยอดนิยมได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น MySQL, PostgreSQL, MariaDB, Oracle, SQL Server หรือแม้กระทั่งเลือกใช้เป็น Amazon Aurora ที่ทาง AWS ได้ปรับ Throughput ของ MySQL และ PostgreSQL ให้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว กล่าวคือเพียงแค่เลือกใช้เป็น Amazon Aurora ก็สามารถใช้งานฐานข้อมูลที่ Compatible หรือเหมือนกับ MySQL หรือ PostgreSQL ที่เร็วขึ้นแล้วนั่นเอง

รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับ Amazon RDS และ Amazon Aurora สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เอกสาร Documentation

ที่มา: https://aws.amazon.com/rds/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง