Western Digital เปิดตัวเทคโนโลยี MAMR ใช้สร้าง HDD ความจุ 40TB ได้

Western Digital Corp. (WDC) ได้ออกมาเปิดตัวความสำเร็จของการนำเทคโนโลยี Microwave-Assisted Magnetic Recording (MAMR) มาใช้ในการผลิต Hard Disk Drive (HDD) ความจุสูงยิ่งกว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน และคาดว่าจะสามารถนำมาใช้สร้าง HDD ความจุ 40TB ได้ภายในปี 2025 นี้

Credit: Storage Review

 

แนวคิดของ MAMR นี้คือการใช้ Spin Torque Oscillator เพื่อสร้าง Microwave Field สำหรับใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการบันทึกข้อมูลได้ในพื้นที่ขนาดเล็กโดยไม่ทำให้ความทนทานของการจัดเก็บข้อมูลลดลง และในอนาคตก็จะสามารถทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ถึง 4 Terabit ต่อ 1 ตารางนิ้ว และนำไปใช้สร้าง 40TB HDD ได้นั่นเอง

MAMR นี้ต่างจาก Heat-assisted Magnetic Recording (HAMR) ซึ่งเป็นอีกเทคโนโลยีที่เคยถูกเปิดตัวมาก่อนหน้าในประเด็นที่ว่า HAMR นั้นเริ่มเจอกับปัญหาทางด้านวัสดุศาสตร์และความทนทานในการจัดเก็บข้อมูลแล้ว แต่ MAMR ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านั้นเลย

อย่างไรก็ดี ถัดจากนี้ไปสิ่งที่ WDC ต้องทำต่อไปคือการพัฒนาหัวอ่านสำหรับ MAMR ให้มีความแม่นยำและทนทาน เพื่อให้สามารถผลิต HDD ที่ใช้ MAMR ออกมาสู่ตลาดให้ได้ ซึ่งทาง WDC เองก็ได้เริ่มมีการพัฒนาแล้วด้วยการใช้เทคโนโลยีการผลิดขนาดเล็กเป็นพิเศษร่วมกับกระบวนการ Damascene

HDD รุ่นแรกของ WDC ที่จะใช้ MAMR นี้คาดว่าจะถูกวางจำหน่ายภายในปี 2019

 

ที่มา: http://www.storagereview.com/wd_unveils_its_microwaveassisted_magnetic_recording_technology

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

หัวเว่ย คลาวด์ เสริมศักยภาพพันธวณิชลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน 30% พร้อมเร่งสปีดการจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ [PR]

หัวเว่ย คลาวด์ ประกาศความร่วมมือกับพันธวณิช (Pantavanij) แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กร และสร้างรากฐานที่มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรองรับ AI สำหรับอนาคตของระบบจัดซื้อจัดจ้างอัจฉริยะ

พลิกการดิสรัปของเวอร์ชวลไลเซชัน เป็นโอกาสสร้างนวัตกรรมแอปพลิเคชัน [PR]

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา การบริหารต้นทุนของเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายการเปลี่ยนผ่านด้านไอทีระลอกแรก โดยเน้นดึงศักยภาพใหม่ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ x86 ที่เคยกำหนดทิศทางของศูนย์ข้อมูลมาตลอด จนถึงวันนี้ โลกยุคใหม่ที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วและเวิร์กโฟลว์ด้าน AI กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังทดสอบขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม และบีบให้หลายองค์กรต้องปรับตัว