สรุปงานสัมมนาออนไลน์ VMware Intrinsic Security for the cloud Era

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาทาง VMware ได้จัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกันคอนเซปต์ของ Intrinsic Security หรือเรารู้จักกันดีในผลิตภัณฑ์ของ NSX ทางทีมงาน TechTalkthai จึงขอสรุปสาระสำคัญของงานมาให้ทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ

ก่อนที่จะตระหนักถึงความสำคัญของ Security เราต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันสถานการณ์และความเสี่ยงด้าน Cybersecurity นั้นเป็นอย่างไร โดยในงานครั้งนี้มีวิทยากรรับเชิญพิเศษคือคุณ Parichart Jiravachara, Risk Advisory จาก Deloitte มาตอบคำถามในข้างต้นไว้ดังนี้

  • ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่อยากจะทำ Digital Transformation ด้วยการไปใช้บริการคลาวด์ แต่พนักงานยังขาดทักษะ ในการใช้เครื่องมือใหม่ๆ จึงนำพาไปสู่เหตุการณ์ Breach อย่างมากมาย
  • งบประมาณของ Security มักจะเป็นส่วนที่น้อยที่สุดในโปรเจ็ค Transformation เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นอย่าง AI, Analytics, IoT ทั้งที่จริงแล้วหากเกิดรูรั่วขึ้น บริษัทจะได้รับความเสียหายมากกว่าที่คาดคิดมากนัก
  • การโจมตีของแฮ็กเกอร์ส่วนใหญ่กว่า 91% จะไม่สร้างอีเว้นต์ให้ระบบตรวจจับรับรู้ และการโจมตีอาจเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที รวมถึงแฮ็กเกอร์อาจจะฝังตัวอยู่นานหลายเดือนก่อนลงมือโจมตีจริง

อย่างไรก็ดีในอนาคตอันใกล้มีรายงานที่บ่งชี้ว่าความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์จะมีมูลค่าได้ถึง 6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้เองเราควรถามตัวเองได้แล้วว่าเราพร้อมแล้วจริงหรือไม่ ที่จะทำ Transformation ในด้านการป้องกันองค์กรต้องการป้องกันตัวเองให้ได้จำเป็นต้องตอบคำถามให้ได้ 3 ข้อคือ 1.) เข้าใจภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นกับอค์กรแล้วหรือยัง 2.) นโยบายหรือวิสัยทัศน์ขององค์กรเป็นอย่างไร และสุดท้าย 3.) ศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานในองค์กรเป็นอย่างไร 

ความท้าทายของทีม Security ในปัจจุบัน

จากภาพประกอบจะเห็นได้ว่าปัจจุบันภาพของ Cybersecurity มีความท้าทายเกิดขึ้น 5 ด้านคือ

1.) Beyond Perimeter – การขุดคลองล้อมปราสาทหรือการวางแนวป้องกันรอบนอก ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว สาเหตุเพราะองค์กรมีการใช้งานกระจัดกระจายไปทั้งใน Cloud, Edge และ Data Center ของตน

2.) Beyond Malware – มัลแวร์ได้พัฒนาเทคนิคการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้นให้สามารถหลบการตรวจจับของโซลูชันเดิมๆ ให้ไม่แสดงอาการใน Sandbox หรือหลบเลี่ยงการสแกนใน Firewall หรือ IDS/IPS

3.) Too many tools – องค์กรกับลังเผชิญกับภาวะท่วมท้นไปด้วยเครื่องมือบริหารจัดการ ทำให้ทีมงาน Security หรือผู้ดูแลภาคส่วนต่างๆ อาจเลินเล่อทำให้ระบบมีช่องโหว่ได้

4.) Too many silo – มีการเกิดใหม่ของภาคส่วนงานมากมายเช่น ทีม Security, Network, DevOps และอื่นๆ จึงทำให้เกิดช่องว่างในการทำงานร่วมกันเกิดเป็นช่องโหว่ได้

5.) Too little context – โซลูชันในองค์กรโดยทั่วไปไม่ได้เข้าใจบริบทการทำงานของแอปพลิเคชันอย่างแท้จริง ดังนั้นการประยุกต์แนวทางการป้องกันอย่างเหมาะสมจึงเป็นไปได้ยาก 

จะเห็นได้ว่าเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป เทคโนโลยีการป้องกันแบบเดิมจึงได้สามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อีกต่อไป จึงเป็นที่มาของคำว่า ‘Intrinsic Security’ ที่หมายถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริงที่ VMware นำเสนอ

Intrinsic Security 

คอนเซปต์ของ Intrinsic Security อันที่จริงแล้วคือการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในทุกส่วนของ Infrastructure หรือเป็นโซลูชันที่สามารถป้องกันการใช้งานใน Infrastructure ได้อย่างแท้จริงนั่นเอง โดยมีองค์ประกอบ 4 ส่วนหลักคือ Cloud Security, Network Security, Workload Security และ Workspace Security

VMware ได้นำเสนอโซลูชันในหลายภาคส่วนที่สามารถตอบโจทย์ภาพของวงจร Intrinsic Security ไว้ทั้งเทคโนโลยี XDR หรือความสามารถทั้ง EDR (Endpoint Detect&Response) และ NDR (Network Detect&Response) เพื่อตอบโจทย์ใน Endpoint หรือการรองรับ Workload ทั้งจาก Physical Server, VM, Container, Private/ Public Cloud นอกจากนี้ VMware ยังส่วนประมวลผลที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีจาก Lastline และ Carbon Black ที่ถูกควบรวมกิจการเข้ามา ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้รับมาจะถูกวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันภัยคุกคามได้เป็นอย่างดี

NSX Service-defined Firewall

ในส่วนของ NSX นั้นเป็นด้าน Software-defined ของ VMware ที่สามารถปฏิบัติงานในเรื่องของ Network ในหลายฟังก์ชันทั้ง Security, Cloud Native, Automation และ Multi-cloud Networking แต่สำหรับฟังก์ชันด้าน Security นั้นความโดดเด่นที่ประจักษ์ชัดของ NSX Service-define Firewall นั้นคือการเข้าใจภาพของเทคโนโลยีในทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริง โดยมีองค์ประกอบคือ

  • Segmentation – NSX สามารถทำการแบ่งโซนการใช้งานได้รับดับ Micro Segmentation หรือตามการใช้งาน (ภาพประกอบด้านบน) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบ Physical หรือ Container หรือแม้ว่าจะอยู่บน Public Cloud ก็ตาม ซึ่งในการใช้งานจริงระบบจะสามารถสร้าง Dynamic Rule ให้เหมาะสมกับการใช้งานและสามารถ Deploy Policy ได้จากส่วนกลางนั่นเอง
  • Signature-based – ในความสามารถของ NSX ยังมีฟังก์ชันด้าน Signature ทั้ง IDS/IPS, Firewall และอื่นๆ
  • Network Traffic Analysis & Response – NSX ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานได้ในระดับของเครือข่าย ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาแอปพลิเคชันในรูปแบบของ Microservice ด้วย (ตามภาพประกอบด้านล่างแสดงถึงการดูทราฟฟิคในระดับ Service)

โดยสรุปแล้วก็คือคอนเซปต์ของ Intrinsic Security ได้มองไปที่ภาพใหญ่ของ Infrastructure ซึ่ง VMware มีโซลูชันในแต่ละภาคส่วนอยู่แล้วว่าจะเป็น Carbon Black, vRealize Network Insight, Workspace ONE, NSX นอกจากนี้ VMware ยังได้เน้นไปที่การเป็น Software-defined ที่ทำให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัว และยืดหยุ่นที่จะรองรับการใช้งานได้ในทุกสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้เอง Intrinsic Security จาก VMware จึงสามารถตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กรได้อย่างแท้จริง

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ