สรุปไฮไลท์งาน VMware Explore 2025 ที่ลาสเวกัส – ปูทางสู่ Private Cloud และนวัตกรรม AI แห่งอนาคต

ในงาน VMware Explore 2025 ที่ลาสเวกัสได้สร้างความตื่นตัวด้วยการประกาศครั้งสำคัญและข้อมูลเชิงลึกทางกลยุทธ์ที่กำลังพลิกโฉมวงการ Private Cloud และนวัตกรรม AI ทิศทางที่ชัดเจนในงานประชุมใหญ่ประจำปีนี้ได้ปูทางสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในโลกของเทคโนโลยีองค์กร

บทความสรุปนี้ TechTalkThai จะช่วยให้คุณไม่พลาดพัฒนาการที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านไอทีและนักพัฒนา แม้จะไม่ได้เข้าร่วมงานด้วยตัวเอง เรามาเจาะลึกไฮไลท์สำคัญที่ช่วยลดความซับซ้อนของคลาวด์และวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอนาคตขององค์กรกันเลยครับ

รายงานจากงาน VMware Explore 2025 เผยให้เห็นถึงก้าวสำคัญของ Broadcom ด้วยการเปิดตัว VMware Cloud Foundation (VCF) 9.0 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “แพลตฟอร์ม Private Cloud ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวครั้งแรกของอุตสาหกรรม (The First Unified Private Cloud Platform)” โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความซับซ้อนในการบูรณาการระบบ Private Cloud ซึ่งเป็นความท้าทายหลักที่องค์กรต้องเผชิญ

ตัวเลขทางสถิติสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของตลาด:

  • 92% ของบริษัทต่าง ๆ ยังคงเชื่อมั่นในความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Private Cloud
  • 7 ใน 10 ขององค์กรทั้งหมดได้ดำเนินการหรือกำลังวางแผนที่จะนำ Workload กลับคืน (Repatriate) จาก Public Cloud มาสู่ Private Cloud

แม้จะมีความเชื่อมั่นสูง แต่ปัญหาหลักที่ฉุดรั้งประสิทธิภาพคือ “ความซับซ้อนในการบูรณาการ” ส่วนประกอบหลักต่าง ๆ ทั้ง Compute (ประมวลผล), Networking (เครือข่าย), และ Storage (จัดเก็บข้อมูล) เข้าด้วยกัน

VCF 9.0 ขจัดความซับซ้อน ชนะ Public Cloud ใน 3 ด้าน

Broadcom ได้นำเสนอ VCF 9.0 แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายหลัก ๆ ที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องเผชิญ และทำให้ Private Cloud สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่า Public Cloud ได้ใน 3 ด้านสำคัญ คือ:

  1. ความปลอดภัย (Security)
  2. ต้นทุน (Cost)
  3. การควบคุม (Control)

ปฏิวัติประสบการณ์นักพัฒนา: โฟกัสที่โค้ด ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐาน

VCF 9.0 สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับประสบการณ์ของนักพัฒนา (Developer Experience) ด้วยการกำจัดความกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานออกไป นักพัฒนาที่ทำงานกับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ที่รันอยู่บนคอนเทนเนอร์ (Containers) เพียงแค่ต้องการเขียนโค้ดโดยใช้เครื่องมือ DevOps ที่พวกเขาคุ้นเคยเท่านั้น

แพลตฟอร์มนี้จึงช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว โดยที่ฝ่ายไอทียังคงสามารถรักษา “แนวป้องกันที่จำเป็น (Guardrails)” เพื่อปกป้องการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องแลกความเร็วในการพัฒนา

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://news.broadcom.com/releases/vmware-explore-2025-walmart-vcf

ในงาน VMware Explore 2025 Broadcom ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยมีการประกาศขยายความร่วมมือกับ Canonical ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ Open-Source ที่น่าเชื่อถืออย่าง Ubuntu

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานรวมซอฟต์แวร์ Open-Source ของ Canonical เข้ากับแพลตฟอร์ม VMware Cloud Foundation (VCF) เพื่อยกระดับความสามารถและเร่งความสำเร็จของลูกค้า

ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากความร่วมมือนี้อย่างกระชับ คือ:

  • เร่งการส่งมอบแอปพลิเคชันสมัยใหม่: ช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งมอบแอปพลิเคชันแบบ Container-based และแอปพลิเคชัน AI ได้เร็วขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • ลดต้นทุนและความเสี่ยง: การผนึกกำลังกันของ VCF และซอฟต์แวร์ Open-Source ช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมไปพร้อมกับการลดต้นทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
  • ระบบนิเวศที่บูรณาการ: ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศที่มีการบูรณาการสามารถมอบมูลค่าที่สูงกว่าการใช้โซลูชันแบบแยกส่วน

กล่าวโดยสรุปคือ การรวมพลังระหว่าง Broadcom และ Canonical เป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์และ AI ที่ทันสมัยบน Private Cloud ที่เชื่อถือได้และคุ้มค่า

Broadcom ได้ตอกย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Private Cloud ด้วยการประกาศว่า VMware Private AI Services จะกลายเป็นส่วนประกอบมาตรฐานของ VMware Cloud Foundation (VCF) 9.0

การผนวกรวมครั้งนี้ทำให้ VCF 9.0 ก้าวข้ามไปสู่การเป็น “แพลตฟอร์ม AI-Native” อย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถนำโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud ที่ทันสมัยและปลอดภัยไปใช้งานในระดับใหญ่ โดยมี AI ฝังอยู่เป็นแกนหลัก

นวัตกรรม AI ที่พร้อมใช้งานใน VCF

ลูกค้า VCF จะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรม AI ล้ำสมัยทันที ซึ่งรวมถึง:

  • Intelligent Assist for VCF: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (Operational Efficiency) ด้วยระบบช่วยเหลืออัจฉริยะ ทำให้การจัดการโครงสร้างพื้นฐานง่ายและเร็วขึ้น
  • Model Context Protocol (MCP) Support: รองรับโปรโตคอล MCP เพื่อการผสานรวมโมเดล AI เข้ากับแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น
  • Multi-accelerator Model Runtime: เปิดโอกาสให้องค์กรสามารถปรับใช้โมเดล AI ได้อย่างยืดหยุ่นบนฮาร์ดแวร์เร่งความเร็ว (Accelerators) ที่หลากหลาย เช่น AMD และ NVIDIA GPUs โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแอปพลิเคชันเดิม

การทำให้ Private AI as a Service เป็นส่วนประกอบหลักของ VCF 9.0 นี้ เป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์ของ Broadcom ที่จะมอบเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม AI ที่ปลอดภัยและสามารถปรับขนาดได้ในทุกองค์กร

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://www.vmware.com/solutions/cloud-infrastructure/private-ai

Broadcom ได้ให้ความสำคัญสูงสุดของความปลอดภัยในสภาพแวดล้อม Private Cloud สมัยใหม่ โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด (Regulated Industries) โดยได้เปิดตัวโซลูชันใหม่ล่าสุดคือ VCF Advanced Cyber Compliance พร้อมกับการอัปเดตที่สำคัญในผลิตภัณฑ์ VMware vDefend และ VMware Avi Load Balancer

การเสริมประสิทธิภาพเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ (Cyber Resilience), การปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance), และความปลอดภัย โดยโซลูชัน VCF Advanced Cyber Compliance ทำงานโดยการผสานรวมเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างครอบคลุม ทั้งในด้าน:

  • การจัดการนโยบาย (Policy Management)
  • ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Security)
  • ความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience)

การผสานรวมนี้ช่วยให้ลูกค้า VCF สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดายยิ่งขึ้น

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blogs.vmware.com/cloud-foundation/2025/08/26/new-cyber-compliance-advanced-service/

ในงาน VMware Explore 2025 Broadcom ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมองค์กรสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมุ่งเน้นการสร้าง “แพลตฟอร์มข้อมูลและแอปพลิเคชันที่พร้อมสำหรับ AI” เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยข้อมูลเฉพาะขององค์กร

หัวใจสำคัญของการประกาศคือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการภายใต้ตระกูล Tanzu ซึ่งเป็นรากฐานสำหรับ “Agentic AI (ระบบ AI ที่ตัดสินใจและดำเนินการได้ด้วยตนเอง)” และเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะ:

1. VMware Tanzu Data Intelligence: Data Lakehouse ขุมพลังข้อมูล

  • Tanzu Data Intelligence คือแพลตฟอร์ม Data Lakehouse ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึงและการจัดการข้อมูลองค์กร
  • มอบการเข้าถึงที่รวมเป็นหนึ่งเดียวและมีความหน่วงต่ำ สำหรับข้อมูลหลายรูปแบบ (Multimodal Data) ในระดับใหญ่
  • ข้อมูลที่พร้อมใช้และปลอดภัยนี้คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการวิเคราะห์ (Analytics) พัฒนาแอปพลิเคชัน และสร้างขีดความสามารถของ Agentic AI

2. VMware Tanzu Platform 10.3: เร่งการพัฒนา Generative AI อย่างปลอดภัย

  • Tanzu Platform 10.3 มุ่งเน้นการเร่งการพัฒนาและผสานรวมความสามารถของ Generative AI เข้าไปในแอปพลิเคชันขององค์กรอย่างปลอดภัย
  • ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI
  • ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้ Generative AI ในแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ยังคงปฏิบัติตามแนวทางและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขององค์กร (Guardrails)

การผนึกกำลัง ของ Tanzu Data Intelligence (การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่) และ Tanzu Platform 10.3 (การนำโมเดล AI มาประยุกต์ใช้) ทำให้ Broadcom สามารถนำเสนอโซลูชันครบวงจรเพื่อเร่งการส่งมอบซอฟต์แวร์อัจฉริยะและเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://www.vmware.com/products/app-platform/tanzu-data-intelligence
อ้างอิงข้อมูลจาก: https://blogs.vmware.com/tanzu/powering-the-next-generation-of-ai-applications-with-tanzu-platform-10-3

Broadcom และ Walmart ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ โดย Broadcom ได้รับเลือกให้เป็นผู้จำหน่ายเชิงกลยุทธ์ สำหรับโซลูชันซอฟต์แวร์ Virtualization ของ Walmart ความร่วมมือนี้เป็นการตอกย้ำถึงการยอมรับ VMware Cloud Foundation (VCF) ในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่จะช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง Walmart สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และรักษาความเป็นเลิศในการดำเนินงานไว้ได้

การยอมรับในตลาดสำหรับ VMware Cloud Foundation นั้นโดดเด่นอย่างมาก โดยมี 9 ใน 10 ของบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 ชั้นนำได้ตัดสินใจใช้งานแพลตฟอร์มนี้แล้ว ที่น่าสนใจที่สุดคือการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Walmart ซึ่งเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลกใน Fortune 500 โดย Broadcom ได้รับเลือกให้เป็นผู้จำหน่ายเชิงกลยุทธ์สำหรับโซลูชันซอฟต์แวร์ Virtualization

Walmart จะใช้ประโยชน์จาก VCF เพื่อผลักดันเป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่:

  • รวมศูนย์การปฏิบัติงานทั่วโลก: ใช้ VCF ในการรวมระบบปฏิบัติการที่มีการกระจายตัวอยู่ทั่วโลกของ Walmart ให้เป็นหนึ่งเดียว
  • ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง: ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าทั้งในร้านค้า ช่องทางออนไลน์ และผ่านอุปกรณ์มือถือหรือ Smart Phone
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน: ปรับปรุงความสามารถในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • เร่งการส่งมอบบริการนวัตกรรม: ขับเคลื่อนการพัฒนาและการส่งมอบบริการใหม่ ๆ สู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ VMware ของ Broadcom สามารถเสริมศักยภาพให้องค์กรขนาดใหญ่สร้างความเปลี่ยนแปลงและรักษาความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานได้อย่างไร

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://news.broadcom.com/releases/vmware-explore-2025-walmart-vcf

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ NVIDIA เพื่อนำเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัยมาสู่ VMware Cloud Foundation (VCF) โดยตรง ซึ่งเป็นการเสริมศักยภาพให้องค์กรและผู้ให้บริการคลาวด์สามารถ สร้าง, ปรับใช้, และขยาย โมเดล AI ยุคถัดไป บนเซิร์ฟเวอร์ AI ขั้นสูงภายในสภาพแวดล้อม Private Cloud ของตน

การผสานรวมครั้งนี้มุ่งตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นสำคัญดังนี้:

  • รองรับ NVIDIA Blackwell GPUs: รวมถึงการสนับสนุน NVIDIA RTX PRO 6000 Server Edition GPUs ซึ่งเป็นการเปิดทางให้ลูกค้าเข้าถึงฮาร์ดแวร์ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การบูรณาการเครือข่าย NVIDIA: ผสานรวมเทคโนโลยีเครือข่ายของ NVIDIA เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูง
  • เสริมประสิทธิภาพ VMware Private AI Foundation with NVIDIA: ยกระดับขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม Private AI เดิม เพื่อการใช้งาน AI ที่ดียิ่งขึ้น

การนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับการประมวลผลเร่งความเร็วของ NVIDIA นี้ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในด้าน ทางเลือก, ความยืดหยุ่น, และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ในองค์กรได้อย่างลงตัว

อ้างอิงข้อมูลจาก: https://news.broadcom.com/releases/vmware-explore-2025-nvidia-vcf
อ้างอิงข้อมูลจาก: https://www.vmware.com/products/cloud-infrastructure/private-ai-foundation-nvidia

การประกาศต่าง ๆ จากงาน VMware Explore 2025 ที่ลาสเวกัส ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Broadcom ในการลดความซับซ้อนของคลาวด์ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบอนาคตทางเทคโนโลยีของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมที่กล่าวสรุปมาข้างต้นเหล่านี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่มีความหมาย โดยมีหัวข้อหลักที่สรุปได้ดังนี้:

  • แพลตฟอร์ม Private Cloud ที่รวมเป็นหนึ่งเดียว: การเปิดตัว VMware Cloud Foundation (VCF) 9.0 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Private Cloud ที่รวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุม, ประหยัดต้นทุน, และมีความปลอดภัยเหนือกว่า Public Cloud
  • ความสามารถด้าน AI-Native: การผนวก VMware Private AI Services เข้าเป็นส่วนประกอบมาตรฐานของ VCF 9.0 ทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็น AI-Native อย่างสมบูรณ์ พร้อมรองรับการประมวลผลด้วย GPUs ล่าสุดของ NVIDIA และ AMD
  • ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ที่เหนือกว่า: การเปิดตัวโซลูชัน VCF Advanced Cyber Compliance เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแล
  • ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์: การเป็นพันธมิตรกับผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Canonical (Ubuntu) และ NVIDIA รวมถึงการเป็นผู้จำหน่ายเชิงกลยุทธ์ให้กับ Walmart เพื่อเร่งการพัฒนา AI และแอปพลิเคชันสมัยใหม่

สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถและสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจในการแข่งขัน ควรพิจารณาถึงศักยภาพของ VMware Cloud Foundation 9.0, Private AI Services และความสามารถด้านความปลอดภัยที่ได้รับการเสริมประสิทธิภาพแล้ว เพื่อเพิ่มศักยภาพของ Private Cloud ในองค์กรของคุณ

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: vmwareconnect@vstecs.co.th

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ