ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อฝ่าวิกฤติธุรกิจด้วย MLOps บน Microsoft Azure

ในยุคภาวะวิกฤติเศรษฐกิจการวางแผนระยะยาวย่อมเป็นไปได้ยาก แต่สิ่งที่ต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องก็คือการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ยิ่งภาวะโรคระบาด Covid-19 ข้อมูลที่ได้จากแพลฟอร์มดิจิทัลยิ่งมีคุณค่าอย่างมหาศาล ดังนั้นหากองค์กรไหนสามารถรีดประโยชน์จากข้อมูลได้สูงสุด องค์กรนั้นก็มีโอกาสที่จะฝ่าฟันรอดพ้นจากวิกฤตินี้และกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนได้อีกครั้ง

ด้วยเหตุนี้การ Transformation องค์กรให้เกิด MLOps จึงเป็นสิ่งจำเป็นและจะยิ่งมีประสิทธิภาพทวีคูณเมื่อจับคู่กับ Cloud ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาทาง Microsoft Azure ผู้ให้บริการ Cloud ยักษ์ใหญ่ที่ผนึกกำลังกับ bluebik group ผู้เชี่ยวชาญและให้คำปรึกษาโปรเจ็คด้าน AI/ML ได้จัดสัมมนาออนไลน์ขึ้นทาง TechTalkThai จึงขอสรุปงานครั้งนั้นมาให้ติดตามกันอีกครั้ง

รู้จักกับ bluebik group

bluebik เป็นผู้เชี่ยวชาญและให้คำปรึกษาในด้าน Digital Transformation โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากมายกว่า 100 ชีวิตที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น Data Scientist ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนแปลงโจทย์ทางธุรกิจและ Implement โปรเจ็ค AI/ML ให้เกิดขึ้นจริงเพื่อสนับสนุนทางธุรกิจ ครบวงจรรวมไปถึงการจัด Training อีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ bluebik ได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในเบื้องหลังของโปรเจ็คในหน่วยงานจากรัฐและเอกชนหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีบริการในอีกหลายแขนงอย่างการให้คำปรึกษาด้าน Cloud Technology, PDPA และ Data Governance เป็นต้น

ความท้าทายจากภาวะปกติใหม่กับโปรเจ็คทางดิจิทัล

จากสถานการณ์โรคระบาดที่ทุกประเทศกำลังเผชิญอยู่ทำให้เกิดภาวะทางวิกฤติเศรษฐกิจ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคใหม่ที่เราเรียกว่า ‘New Normal’ เช่นการทำงานจากที่บ้าน การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน หรือเปลี่ยนแปลงช่องทางการเข้าถึงการให้บริการโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้โปรเจ็คด้านดิจิทัลขององค์กรจึงได้รับผลกระทบใน 4 หัวข้อดังนี้

  • Cashflow – งบการลงทุนด้านไอทีถูกตัด ดังนั้นการวางแผนเพื่อลงทุนก้อนใหญ่ย่อมเป็นไปไม่ได้ 
  • Predictability – จากเดิมที่ความต้องการทางธุรกิจสามารถคาดการณ์ได้ แต่วันนี้เราไม่รู้แล้วว่าเหตุการณ์จะจบลงอย่างไร หรือเมื่อไหร่ ดังนั้นการลงทุนอย่างคาดการณ์ไม่ได้ย่อมมีความเสี่ยงต่อธุรกิจ
  • Mobility/Communication – เมื่อทุกคนทำงานจากที่บ้านหรือนอกสถานที่ จะทำอย่างไรที่จะสื่อสารและทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับที่เคย หรือบางองค์กรยังไม่สามารถรับมือได้กระทั่งการปรับตัวเพื่อทำงานแบบรีโมต
  • Agility – เมื่อทุกอย่างถูกผลักดันขึ้นสู่โลกดิจิทัล เหตุการณ์หรือความต้องการย่อมเกิดขึ้นได้อย่างผันผวนและรวดเร็ว ดังนั้นจะทำอย่างไรจึงจะสามารถตามความเร็วของธุรกิจได้ทัน ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่

อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม แต่องค์กรย่อมทราบดีอยู่แล้วว่า การใช้ประโยชน์จากข้อมูลจะต้องดำเนินต่อไปอย่างละเว้นไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้วอาจจะถูกคู่แข่งทิ้งห่างออกไปจนไม่สามารถกลับมาสู่ตลาดได้อีก

เหตุผลที่โปรเจ็คด้าน AI/ML ล้มเหลว

แม้ว่าในทั่วโลกหรือประเทศไทยเองจะตื่นตัวกับการริเริ่มโปรเจ็คด้าน AI/ML มาระยะหนึ่งแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีโปรเจ็คเพียง 22% เท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จและสามารถนำไปใช้กับธุรกิจให้เห็นผลลัพธ์ได้จริง โดย bluebik ได้เผยถึงสาเหตุที่องค์กรล้มเหลวกับการเริ่มต้นโปรเจ็ค AI/ML ไว้ดังนี้

1.) Data Scientist เองไม่เข้าใจโจทย์ของฝั่งธุรกิจ จึงไม่รู้ว่าจะนำโมเดลไปแก้ปัญหาได้อย่างไร

2.) เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่าง Data Engineer และ Data Scientist ซึ่งฝ่ายเตรียมข้อมูลไม่ได้เข้าใจถึงโมเดลอย่างแท้จริง จึงได้ข้อมูลที่มีคุณภาพต่ำและส่งผลต่อผลลัพธ์ต่อการสร้างโมเดล

3.) องค์กรปฏิบัติเรื่อง Data Governance ได้ไม่ดีตั้งแต่แรก จึงพบ Format ของข้อมูลหลากหลายอย่างไม่มีมาตรฐาน ทำให้เสียเวลาหรือรวมข้อมูลไปใช้ต่อได้ยาก

4.) ความถนัดที่แตกต่างกันของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน เช่น ภาษาโปรแกรม เครื่องมือ หรือเฟรมเวิร์กที่ใช้สร้างโมเดล

5.) ข้อมูลล้าสมัย ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง Covid-19 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแต่โมเดลสร้างมาจากข้อมูลในอดีต ทำให้โมเดลมีความแม่นยำน้อยลงและใช้ไม่ได้ในที่สุด

6.) เทรนโมเดลด้วยข้อมูลน้อยกว่าความเป็นจริงมาก ทำให้พอเจองานจริงจึงได้ผลไม่แม่นยำ

นิยามของ MLOps

MLOps เกิดจากการรวมกันของ Machine Learning (ML), Developer (DEV) และ Operation (OPs) ซึ่งหลายคนคงจะคุ้นเคยกับศัพท์คำว่า DevOps อยู่แล้ว ทั้งนี้หมายความว่าจะต้องมีความรู้และทักษะเรื่องของ Machine Learning เข้ามาด้วยนั่นเอง

มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจมีคำถามว่าแล้วองค์กรจะเริ่มพัฒนา MLOps ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร ซึ่งทาง bluebik ก็ได้แบ่งขั้นตอนไว้ 4 เฟสคือ

  • Experiment – การที่องค์กรมีทีม Data Scientist มาศึกษา เรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลว่าจะนำโมเดลไปใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ
  • Reproduce – ต้องเพิ่มความสามารถเช่น Version Control หรือการติดตามพารามิเตอร์ ว่าจะสร้างทำงานซ้ำๆ เพื่ออัปเดตโมเดลได้อย่างไร
  • Operationalize – จะเอาต้นแบบที่ได้มาไป Deploy จริงได้อย่างไร CI/CD ได้หรือไม่
  • Automate Cycle – กระบวนการทั้งหมดข้างต้นจะต้องทำได้อย่างอัตโนมัติ

ด้วยเหตุนี้เองสิ่งที่องค์กรต้องไปให้ถึงเพื่อทำให้โปรเจ็ค AI/ML เกิดขึ้นได้จริงคือต้องแก้ปัญหาเรื่องของการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน กำหนดกระบวนการในการพัฒนาและต้องตรวจสอบความถูกต้องได้ รวมถึงต้องติดตามคุณภาพของโมเดลและต้องรับข้อมูลใหม่มาพัฒนาโมเดลได้เสมอ สุดท้ายวงจรในการพัฒนาทั้งหมดควรเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติด้วย

อย่างไรก็ตามในภาพของกระบวนการทำงานจริง ทีมงาน MLOps จะมีขั้นตอนย่อยถึง 7 ขั้นตอนคือ Planning, Version Control, Data Validation, Pipeline, Behavior Validation, CI/CD และ Monitoring โดยจากภาพประกอบจะเห็นได้ว่าองค์กรต้องมีการใช้เครื่องมือต่างๆ มากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประโยชน์ของ MLOps

แม้ว่าการเริ่มต้น MLOps อาจดูเหมือนว่าทำได้ยาก ลงทุนสูง แต่เมื่อกล่าวถึงประโยชน์ต่อไปนี้ก็นับว่าเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างคุ้มค่า

  • Less Dependency -องค์กรจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนทีมงานได้ หากมีเฟรมเวิร์กต้นแบบอ้างอิง เพราะมีการเก็บโค้ดและพารามิเตอร์อย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่ต้องมาศึกษาหรือเขียนโค้ดใหม่แต่แรก
  • Better Performance – การที่ทุกส่วนประกอบมีการตรวจสอบ ทำให้สามารถอธิบายเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของการทำงานได้ ว่าทำไมประสิทธิภาพของโมเดลถึงดีหรือแย่ โมเดลใหม่ดีกว่าหรือแย่กว่าเดิมอย่างไร
  • Lower Cost – เมื่อมีเฟรมเวิรก์อ้างอิงและทำงานได้อย่างอัตโนมัติ ทีมงานจะสามารถปรับปรุงโมเดลได้ง่ายอย่างมีระบบ เวลาที่ต้องเรียนรู้ของทีมก็น้อยลง ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนน้อยลงและเข้าสู่การแข่งขันได้เร็วมากขึ้นด้วย จึงตอบโจทย์การตลาดได้อย่างแท้จริง

เพิ่มประสิทธิภาพ MLOps เท่าตัวบน Microsoft Azure 

จากเรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า MLOps เป็นหน้าที่ที่ต้องเกี่ยวพันกับเครื่องมือจำนวนมาก จึงเป็นไปได้ยากที่องค์กรจะหาคนที่มีทักษะในทุกเรื่อง แม้ทำได้ก็กินเวลาไม่น้อย ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริหารคงไม่ถูกใจสิ่งนี้ เพราะนี่คือยุคของปลาเร็วกินปลาช้า ดังนั้นจะดีกว่าไหมหากองค์กรสามารถทดลองเริ่มต้น MLOps ได้ไว มีต้นทุนต่ำ และทีมงานผู้เชี่ยวชาญไม่ต้องลำบากกับการสับเปลี่ยนหน้าเครื่องมือแต่ละตัว โดย Microsoft Azure มีเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้จริงไว้อย่างครอบคลุมแล้ว (ภาพประกอบด้านบน)

Microsoft Azure มีเครื่องมือตั้งแต่ Infrastructure พื้นฐานทั้ง Storage, Compute เครื่องมือด้าน Collaboration, Version Control , Pipeline, Machine Learning, CI/CD ไปจนถึงการ Monitoring ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถเชื่อมต่อกับ Service ด้าน Security, Edge&IoT และอื่นๆ โดยหากองค์กรลองแล้วพบว่าโครงการ Machine Learning ไม่ตอบโจทย์ขององค์กร ก็เพียงแค่จ่ายตามที่ใช้จริงไปเท่านั้น นี่ยังไม่นับรวมถึงเรื่อง Availability และ Scalability จึงกล่าวได้ว่าหากองค์กรเริ่มต้น MLOps จับคู่กับ Cloud จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโปรเจ็คด้าน AI/ML ได้เท่าตัวเลยทีเดียว

ผู้สนใจสามารถติดต่อทีมงานมืออาชีพจาก bluebik group ได้ที่นี่

หากท่านสนใจริเริ่มโปรเจ็คด้าน AI/ML หรือต้องการคำปรึกษาจากมืออาชีพในด้าน Digital Transformation สามารถติดต่อทีมงานได้ที่ hello@bluebik.com หรือเบอร์โทรศัพท์ 02-636-7011 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์บริษัทได้ที่ https://www.bluebik.com/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ