UNICEF ขอเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ “WASH Young Changemakers Programme 2nd Edition”

ปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมของโลกเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกตระหนักดีทุกวันนี้ ในส่วนของ UNICEF มีความศรัทธาในตัวของคนรุ่นใหม่ว่าจะเป็นพลังในการช่วยโลกในวันพรุ่งนี้ จึงขอชวนเข้าร่วมโครงการ “WASH Young Changemakers Programme 2nd Edition” เพื่อส่งไอเดียในการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ของโลกเข้ามาประกวดกัน

โครงการ WASH Young Changemakers Programme รุ่นที่ 2 ได้เปิดกว้างให้นำเสนอไอเดียในการใช้เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำเช่น ขาดแคลนแหล่งน้ำจืด รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรอื่นๆ โดยผู้สนใจต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • อายุไม่เกิน 30 ปี
  • อยู่ในภูมิภาคเอเซียตะวันออก หรือเกาะในโซนแปซิฟิค 
  • มีเวลา 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตลอดเวลา 3 เดือน

สำหรับผู้สนใจควรเตรียมไอเดียและตอบคำถามให้ได้ว่าสิ่งที่ต้องการนำเสนอจะแก้ปัญหาได้อย่างไร อีกทั้งทาง UNICEF ยังเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในครัวเรือน (ต้นทุนต่ำ) และมีผลในวงกว้าง โดยผู้สมัครจะได้พูดคุยกับทีมงานให้คำปรึกษาและอาจจะได้พบปะกับคอนเนคชันที่น่าสนใจในอนาคต สำหรับผู้สนใจลงทะเบียนได้ก่อน 15 เมษายนนี้ที่ F6S – https://www.f6s.com/wash-young-changemakers-programme-2021/apply/ (ฟรี)

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง