[Guest Post] บริษัท SOSECURE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Threat Intelligence พัฒนาโดยคนไทย มากความสามารถ ในราคาที่จับต้องได้

ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับซึ่งเราก็คงจะเห็นกรณีศึกษากันหลายกรณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยแนวคิดเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกพูดถึงมากขึ้นและ Framework นึงที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากคือ Cybersecurity Framework จากสถาบัน NIST (National Institute Standard and Technology) ที่เน้นแนวคิดเรื่องการของตรวจจับให้เร็วและตอบสนองไวดังนั้นเทคโนโลยีที่จะตรวจจับการโจมตีหรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ดีและสามารถทำงานร่วมกับทีมSOC (Security Operation Center) และทีม Security ขององค์กรได้คือ Threat Intelligence จึงเป็นส่วนประสอบสำคัญการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กร

SOSECURE ขอแนะนำ Threat Intelligence Platform “SOSECURE Threat inSight” ที่พัฒนาโดยคนไทยที่มีความสามารถในการตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายและข้อมูลรั่วไหลทั้งในรูปแบบ Public Web และ Dark Web ที่ช่วยให้ทีมสามารถตอบสนองกับเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วด้วยการรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายในองค์กรณ์นำมาจัดรูปแบบและสร้างความเชื่อมโยงถึงกันเพื่อให้ทีม Security สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีโดยทางทีม SOSECURE จะทำการประสานงานร่วมกับลูกค้าเพื่อกลั่นกรองข้อมูลและช่วยรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่างๆ

ระบบจะทำการ Feed ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆและจะทำการเก็บข้อมูลที่ Management Console และจะดำเนินการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลก่อนที่จะส่งไปแจ้งเตือนและแสดงผลข้อมูล

ฟีเจอร์หลักของ Threat inSight

Platform SOSECURE Threat inSight

  • เป็นระบบที่รวบรวมภัยคุกคามจากแหล่งข้อมูลต่างๆและสามารถตรวจจับภัยคุกคามในเชิงรุกทั้งการตรวจจับช่องโหว่ลการเฝ้าระวังจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเช่น Vulnerability ,Social Media ,Darkweb และยังสามารถติดต่อหรือเชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์ Log (SIEM) ได้อีกด้วยและสามารถบริหารจัดการข้อมูลผ่านหน้า Dashboard ของระบบ

Cybersecurity News

  • บริการส่งข่าวสารด้าน Cybersecurity ที่มีความเกี่ยวข้องกับรูปแบบธุรกิจของลูกค้าและแจ้งเตือนลูกค้าเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือต่อภัยคุกคามไซเบอร์Threat Feed – บริการส่งข้อมูล IoC ที่เชื่อมต่อจากผู้ให้บริการต่างๆจากให้บริการ Threat Sharing ทั่วโลกโดยจะส่งข้อมูลดังต่อไปนี้- Suspicious Domain- Suspicious IP- C&C IP- Malicious URL- Phishing Domain & URL- CVE (Common Vulnerability Exposure

Threat and Indicator Lookup

  • ตรวจสอบหรือทำการเชื่อมต่อด้วยวิธีการ Search จากแหล่งข้อมูลและฐานข้อมูลการโจมตีหรือฐานข้อมูล Threat Indicator ต่างๆทั้งภายในและภายนอกเพื่อตรวจจับและตรวจสอบข้อมูลต่างๆที่เป็นปัจจุบันและเพิ่มความแม่นยำมากขึ้น

Vulnerability Detection

  • การตรวจจับช่องโหว่ต่างๆที่เกิดขึ้นในเครื่องแม่ข่ายหรือ Asset ต่างๆในระบบโดยจะมีการตรวจจับและแจ้งเตือนโดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลช่องโหว่ (CVE) ที่เป็นมาตรฐานสากลซึ่งรองรับทั้งรูปแบบ Active Scanning และ Passive Scanning

SIEM & API Integration

  • ระบบสามารถเชื่อมต่อกับระบบวิเคราะห์ Log Analysis (SIEM) หรือการทำ SIEM Integrationในรูปแบบต่างๆได้และสามารถปรับแต่ง Format ของ Log ให้รองรับต่ออุปกรณ์ต่างๆรวมไปถึงการเชื่อมต่อด้วย REST-API เพื่อให้เชื่อมต่อกับระบบได้ดียิ่งขึ้น

Perimeter Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับและสแกน Asset เช่น IP Address ,Sub-Domain ที่สามารถเข้าถึงจาก Internet หรือในรูปแบบ OSINT (Open-source Intelligence) เพื่อนำมาเฝ้าระวังจากการโจมตีและช่องโหว่ที่มีผลกระทบต่อเครื่อง Server ต่างๆ

Compromise Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับการถูกยึดเครื่องและบัญชีต่างๆของระบบเช่น Email, Active Directory Account จากฐานข้อมูลและแหล่งข้อมูลรั่วไหลทั้งใน Public Web ,Dark Web และการทำ System Compromise ด้วยการทำ Threat Hunting โดยตรวจสอบจากIndicators ต่างๆภายในระบบเช่น Webshell และ Backdoor Activities ต่างๆอย่างต่อเนื่องในรูปแบบ Software Agent และเชื่อมต่อผ่าน Network

Data Leak Monitoring

  • ระบบสามารถตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ทาง Social Media และ Dark Web และแหล่งข้อมูลต่างๆที่ Attacker นำมาเผยแพร่ Social Media, Dark Web

Web Defacement Monitoring

  • ะบบสามารถตรวจจับการเปลี่ยนหน้าเว็บด้วยวิธีการ Web Defacement ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรทั้งจากการตรวจสอบจากฐานข้อมูลการโจมตีด้วยเทคนิค Web Defacement และการตรวจจับจาก Web Server ถ้า Hacker มีการUpload ไฟล์เพื่อทำการ Deface เพื่อตรวจจับการบุกรุกของ Hacker

Customer Benefit

  • ทำให้องค์กรมีระบบที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใช้สำหรับการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้กับระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร
  • สามารถตรวจจับช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากบริการที่เข้าถึงได้จาก Internet ทั้งในรูปแบบของ External Assessment และ Internal Assessment
  • สามารถตรวจจับข้อมูลรั่วไหลและการแหล่งข้อมูลภายนอกเช่น Public Web และ Dark Web
  • ตรวจจับเข้าถึงในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้โจมตีหรือ Hacker ที่ทำให้องค์กรสามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและดำเนินการตอบโต้ได้ทันที
  • สนับสนุนและปิด Gap ข้อกำหนดใน NIST Cybersecurity Framework ในหัวข้อต่อไปนี้

ID.RA-1: Asset vulnerabilities are identified and documented

ID.RA-2: Cyber threat intelligence and vulnerability information is received from information sharing forums and sources

ID.RA-3: Threats, both internal and external, are identified and documented

ID.RA-4: Potential business impacts and likelihoods are identified

ID.RA-5: Threats, vulnerabilities, likelihoods, and impacts are used to determine risk

DE.CM-4: Malicious code is detected

DE.CM-6: External service provider activity is monitored to detect potential cybersecurity events

DE.CM-8: Vulnerability scans are performed

DE.AE-4: Impact of events is determined

DE.AE-3: Event data are aggregated and correlated from multiple sources and sensors

Why SOSECURE

ทางบริษัท SOSECURE มีความเชี่ยวชาญในด้านCybersecurity และมีประสบการณ์ในมากกว่า 10 ปีและมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆทั้งในด้าน Penetration Testing ,Security Operation Center ,Digital Forensics ,Incident Response และThreat Hunting ได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม SOSECURE Threat inSight ที่มีความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ในระดับสากลโดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆเป้าหมายเพื่อให้องค์กรสามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้จริงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในราคาที่จับต้องได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร. 061 564 5294

Line : https://lin.ee/CboTkeu

Website : https://insight.sosecure.co.th

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …