คลื่นลูกใหม่ของภัยไซเบอร์ – จากความเสี่ยง Supply Chain สู่การโจมตีด้วย AI โดย ActiveMedia

ปี 2025 คือปีที่ภัยไซเบอร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่มัลแวร์ทั่วไปอีกต่อไป องค์กรทุกระดับกำลังเผชิญกับคลื่นลูกใหม่ของความเสี่ยง ตั้งแต่จุดบอดใน Supply Chain ไปจนถึง Ransomware ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งฉลาดและอันตรายยิ่งขึ้น ภายในงาน Tech Forum Bangkok 2025 by TechTalkThai คุณพงศ์อินทร์ ชูสุวรรณ์ Technical Educator จาก ActiveMedia (Thailand) ได้มาอัปเดตแนวโน้มภัยคุกคามทางไซเบอร์ล่าสุด พร้อมแนวทางการสร้าง Cyber Resilience เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับการโจมตีและสามารถเติบโตได้อย่างมั่นใจ

แนวโน้มภัยคุกคามทางไซเบอร์ปี 2025 ไม่ต่างไปจากเดิม รูปแบบการโจมตีใหม่ๆ ยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจริงๆ คือ มันเร็วขึ้น เก่งขึ้น และซับซ้อนขึ้น การป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรต้องมองถึงความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวให้ได้อย่างรวดเร็วหลังถูกโจมตีด้วย

“ไม่มีโซลูชันใดที่สามารถป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ได้ 100% เพราะมันมีมนุษย์เป็นปัจจัยอยู่ มนุษย์ทำให้อัตราการโจมตีทางไซเบอร์สำเร็จพุ่งสูงขึ้นได้ ปัจจุบันเราไม่ถามกันแล้วว่า องค์กรจะโดนโจมตีหรือไม่ เพราะยังไงก็โดนแน่นอน แต่สิ่งที่เราต้องถาม คือ ถ้าโดนโจมตีแล้ว องค์กรของเราจะลุกกลับขึ้นมาได้เร็วแค่ไหน” –– คุณพงศ์อินทร์กล่าวถึงแนวทางการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน

องค์กรยุคดิจิทัลมีการทำงานร่วมกับบุคคลที่สามหรือผู้ให้บริการภายนอก เช่น Cloud Provider, Software House, System Integrator ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรควบคุมไม่ได้ ช่องโหว่เล็กๆ เพียงหนึ่งของผู้ให้บริการเหล่านี้ อาจกลายเป็นช่องทางให้แฮ็กเกอร์เจาะเข้ามาสู่ระบบขององค์กร เกิดเป็นการโจมตีผ่าน Supply Chain สร้างความเสียหายไม่แพ้การโจมตีองค์กรโดยตรง ยิ่งองค์กรพึ่งพาบุคคลที่สามมากเท่าใด ความเสี่ยงการโจมตีผ่าน Supply Chain ก็สูงมากเท่านั้น

การรับมือกับการโจมตีผ่าน Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพจึงไม่ใช่การป้องกัน แต่เป็นการสร้าง Cyber Resilience ที่ยืดหยุ่นและทนทาน ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ

  • Detect Fast – ตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดยั้งความเสียหายตั้งแต่ยังไม่ลุกลาม
  • Respond Effectively – ตอบสนองอย่างมีประสิทธฑิภาพ เพื่อควบคุมสถานการณ์และจำกัดผลกระทบ
  • Recover Quickly – ฟื้นฟูระบบและการทำงานกลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว เพื่อให้องค์กรเดินหน้าต่อได้

เดือนสิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา ESET ค้นพบ PromptLock ซึ่งเป็น Ransomware ตัวแรกของโลกที่ใช้ GenAI ถึงแม้ว่าต่อมาจะได้รับการยืนยันว่า Ransomware ดังกล่าวเป็นงานวิจัยของ New York University แต่ PromptLock ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการเรียนรู้และปรับตัวได้เองของมัลแวร์ ตั้งแต่การสแกนสภาพแวดล้อมเพื่อตรวจสอบเป้าหมาย การเข้ารหัสไฟล์ที่สำคัญๆ ก่อน ไปจนถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมโจมตีเพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ ไม่ได้มีรูปแบบการทำงานที่ตายตัวเหมือน Ransomware ในปัจจุบัน

“AI กำลังเปลี่ยนเกมของภัยคุกคามทางไซเบอร์ สู่การโจมตีที่สามารถปรับตัวและทำงานเองได้โดยอัตโนมัติ เสมือนเป็นสิ่งมีชีวิตดิจิทัลที่เรียนรู้และเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เองตามสภาพแวดล้อม โดยใช้พลังการวิเคราะห์จาก AI ไม่โจมตีแบบตายตัวอีกต่อไป ส่งผลให้มาตรการควบคุมแบบเดิมที่พึ่งพา Signature ไม่สามารถตรวจจัยภัยคุกคามแบบใหม่เหล่านี้ได้” –– คุณพงศ์อินทร์กล่าวเสริม

เมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เปลี่ยนไปจากเดิม องค์กรต้องก้าวสู่แนวทางใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการป้องกัน การตรวจจับ และการจัดการความเสี่ยงจากภายใน

ESET เป็นผู้ให้บริการโซลูชัน Cybersecurity มานานกว่า 30 ปี โดยมี Core Technology คือ ESET LiveSence ที่ผสานรวมระบบ Machine Learning, Threat Intelligence และข้อมูลการวิเคราะห์เชิงลึกจากทีมนักวิจัยของ ESET เข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการตรวจจับภัยคุกคามตั้งแต่เฟส Pre-execution, Execution ไปจนถึง Post-execution รวมถึงให้ข้อมูลเพื่อป้องกันการโจมตีรูปแบบเดิมซ้ำในอนาคต

โซลูชันของ ESET ประกอบด้วย

  • ESET Endpoint & Server Security – ปกป้อง Server และ Endpoint ครอบคลุมระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux, Android และ iOS สามารถบริหารจัดการได้จากศูนย์กลางผ่าน On-premises และ Cloud
  • ESET CLOUD – Cloud Sandbox สำหรับตรวจจับการโจมตีแบบ Zero Day และให้บริการ Threat Intelligence
  • ESET Inspect – ระบบ XDR สำหรับตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นบนระบบต่างๆ แบบเรียลไทม์
  • ESET Secure Authentication – Multi-factor Authentication สำหรับป้องกันการล็อกอินที่ไม่พึงประสงค์
  • ESET Endpoint & Full Disk Encryption – ปกป้องข้อมูลสำคัญและลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอกด้วยการเข้ารหัสข้อมูลตามข้อกำหนดของ PDPA
  • ESET Cloud Office Security – รักษาความมั่นคงปลอดภัยการใช้ Cloud Apps เช่น Microsoft 365 และ Google Workspace
  • ESET Vulnerability & Patch Management – ระบบบริหารจัดการช่องโหว่ของซอฟต์แวร์แบบครบวงจร

ล่าสุด ESET ได้เปิดตัว Ransomware Remediation ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่บน ESET Endpoint Security เพื่อทำงานคู่กับฟีเจอร์ Ransomware Shield โดยจะทำหน้าที่สำรองข้อมูลกรณีที่ถูกโจมตี แล้วดำเนินการกู้คืนข้อมูลให้โดยอัตโนมัติหลัง Ransomware ถูกกำจัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรจะไม่สูญหายหรือถูกเข้ารหัสอย่างแน่นอน

SearchInform เป็นโซลูชัน Data Loss Prevention (DLP) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหา จัดหมวดหมู่ไฟล์ ตรวจสอบพฤติกรรมในองค์กร ไปจนถึงการจัดการความเสี่ยงภายในแพลตฟอร์มเดียว มีจุดเด่นที่สามารถเลือกป้องกันได้หลายระดับ ได้แก่

  • Basic – ให้บริการ FileAuditor สำหรับค้นหาและจัดหมวดหมู่ข้อมูลสำคัญขององค์กรโดยอัตโนมัติ พร้อมตรวจสอบและติดตามสิทธิ์ในการเข้าถึง
  • Advanced – ให้บริการระบบ DLP บน Workstation เพื่อป้องกันการรับส่งข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์บนช่องต่างๆ ทั้งอีเมล แชต การสั่งพิมพ์เอกสาร หรือการถ่ายรูปหน้าจอ ทั้งยังสามารถเข้ารหัสข้อมูลได้อีกด้วย
  • Expert – ให้บริการ DLP, UEBA และ Forensics สำหรับป้องกันข้อมูลรั่วไหลและเก็บหลักฐานการกระทำความผิดพร้อมบริบทอย่างครบถ้วน สนับสนุนด้วยเทคโนโลยี AI

ผู้ที่สนใจอัปเดตเทรนด์ภัยคุกคามใหม่อย่าง Supply Chain Attack และ AI-Powered Ransomware รวมถึงโซลูชันการรักษาความมั่นคงปลอดภัยจาก ESET และ SearchInform สามารถรับชมวิดีโอเรื่อง “คลื่นลูกใหม่ของภัยไซเบอร์ – จากความเสี่ยง Supply Chain สู่การโจมตีด้วย AI” บรรยายโดย คุณพงศ์อินทร์ ชูสุวรรณ์ Technical Educator จาก ActiveMedia (Thailand) ในงาน Tech Forum Bankok 2025 by TechTalkThai ได้ที่นี่

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ