Sundar Pichai ชี้ ในอนาคต AI จะเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่กว่าการใช้ไฟฟ้าหรือไฟในชีวิตของมนุษย์

ในงาน World Economic Forum ที่จัดขึ้นที่ Davos ทาง Sundar Pichai ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง Google ได้ออกมาชี้ถึงวิสัยทัศน์ว่าในอนาคตนั้น AI จะกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อมนุษยชาติยิ่งกว่าไฟฟ้าหรือไฟเสียอีก และยังย้ำถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งหมดด้วยว่า เราจะต้องนำข้อดีของมันออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดข้อเสียหรือโทษของมันให้ส่งผลกระทบต่อสังคมให้ได้น้อยที่สุด

Credit: World Economic Forum

 

มุมของ Sundar Pichai ที่เติบโตมาในประเทศอินเดียและได้อยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกแก่ผู้คนในสังคมของเขามาอย่างต่อเนื่อง เขาจึงมองเทคโนโลยีใหม่ๆ ในแง่ดีและมองที่ประโยชน์ของมันเป็นหลัก โดยเขาได้เล่าถึงสมัยเด็กที่เขาต้องรอถึง 5 ปีกว่าที่เขาจะได้มีโทรศัพท์เครื่องแรกใช้ และนั่นก็เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก และเขาก็เชื่อว่า AI ก็จะเป็นอีกเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของมนุษยชาติในอนาคต

อย่างไรก็ดี เขาได้แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงในเทคโนโลยี AI ว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกประเทศชาติต้องหารือร่วมกัน และ AI ควรเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้ในอนาคต

 

ที่มา: https://www.weforum.org/agenda/2018/01/google-ceo-ai-will-be-bigger-than-electricity-or-fire/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา Confluent – Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams [16 ก.ย. 2026 ณ St Regis Bangkok]

Confluent ขอเชิญ CIO, CTO, CDO, CAIO, AI Engineer, Data Engineer, Data Scientist, Cloud Engineer, Software Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนา “Confluent - Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams” ณ โรงแรม The St. Regis Bangkok ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026

ยกระดับการทำงานและการเรียนรู้ ด้วย “ZTE Smart Conference” เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ที่ใครก็ใช้งานได้ง่ายๆ [Guest Post]

ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) กลายเป็นเรื่องปกติ “ห้องประชุม” และ “ห้องเรียน” ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับการรวมตัวกันอีกต่อไป แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนทั้งที่อยู่ในห้องและคนที่อยู่ห่างไกลให้รู้สึกเหมือนอยู่ด้วยกัน การมีระบบ Conference ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น