สรุปงานสัมมนาออนไลน์ “Zero Trust with NSX Firewall and Advanced Threat Prevention”

Zero Trust เป็นคำที่เราได้ยินอยู่บ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี Zero Trust เป็นคอนเซปต์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยผลิตภัณฑ์เพียงตัวเดียว แต่ต้องมีการบูรณาการในทุกๆจุดของการใช้งาน สำหรับ VMware เองได้จัดงานสัมมนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อแนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ NSX ที่สามารถตอบโจทย์การทำ Zero Trust ขององค์กรได้ในหลายๆส่วน

‘Trust Nothing, Verify Everything’ — ใจความสำคัญของ Zero Trust ก็คือการไม่ให้ความไว้วางใจหรือเชื่อในสิ่งใด ซึ่งทุกการเข้าใช้งานจะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด อย่างไรก็ดีในยุคปัจจุบัน Attack Landscape ขององค์กรได้เปลี่ยนไปมาก ด้วยสาเหตุเพราะวิถีการทำงานแบบใหม่ (Work Anywhere) ที่ต้องเปิดให้มีการเข้าใช้งานจากทางไกล ซึ่งต้องเจอกับอุปกรณ์แปลกใหม่ เช่น IoT หรืออุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน ดังนั้นจึงสร้างความท้าทายให้แก่องค์กรที่ต้องการทำ Zero Trust ไม่น้อยเลยทีเดียว

NIST ได้ให้คำนิยามของ Zero Trust ว่าไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ใดตัวหนึ่ง แต่เป็นโมเดลการป้องกันที่ประกอบด้วยปัจจัย 3 ประการที่ต้องทำให้ได้ ประการแรกต้องสามารถปกป้องการคืบคลานของภัยคุกคามในองค์กร (Lateral Movement) ซึ่งเป็นกิจกรรมของคนร้ายที่เข้าสู่องค์กรได้แล้วและพยายามขยายวงการโจมตีไปยังจุดอื่นในองค์กร

ประการที่สองต้องมีโมเดลด้าน Security ย่อยๆที่สำหรับในแต่ Workload ได้ ประการสุดท้ายต้องสามารถ Provision Security Control ได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการหลอมรวมกันเป็น Zero Trust ที่แท้จริง

ปัญหาของการป้องกันแบบเดิมๆ

สิ่งที่เห็นได้ชัดสำหรับ Infrastructure ในการป้องกันองค์กรแบบเก่า ก็คือสนใจแค่ทราฟฟิคระหว่าง North-West หรือข้อมูลที่ไหลเข้า-ออกองค์กรเท่านั้น จึงมักให้ความสำคัญกับการจัดหา Firewall เพื่อดูแลข้อมูลเหล่านั้นเป็นหลัก แต่อันที่จริงข้อมูลส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากทราฟฟิคภายในหรือ South-East นั่นหมายความว่าองค์กรกำลังมองข้ามภัยอันตรายส่วนนี้ไป

ไม่เพียงเท่านั้นองค์กรจะต้องเผื่อ Firewall ให้มีขนาดใหญ่ไว้ก่อนเพื่อรองรับการขยายตัว และแทบเป็นไปไม่ได้เลยหากวันหนึ่งต้องการเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อทำ Segmentation ระหว่างทราฟฟิคภายใน เพราะเป็นเรื่องยุ่งยากที่ต้องมีการทำ Virtual Lan แถมยังกินประสิทธิภาพของ Firewall อย่างมาก ในที่สุดจึงตามมาด้วยการลงทุนเพิ่มมหาศาล ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของโซลูชัน Software-defined Firewall หรือ VMware NSX

VMware NSX

VMware NSX เป็นมากกว่าโซลูชันด้าน Security แต่เป็นรวบรวมความสามารถมากมายในการป้องกันเครือข่าย ที่สอดคล้องกับนิยามจาก NIST ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยความสามารถหลัก 3 ส่วนที่ VMware นำเสนอในครั้งนี้คือ

1.) Segmentation

คำว่า Segmentation นี้ครอบคลุมไปถึงคำโฆษณาทางการตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Micro-segmentation, Network Segmentation, Application Re-zoning และ Distributed Firewall ต่างอยู่ในหัวข้อที่ VMware NSX นำเสนอ โดยฟีเจอร์ที่สำคัญมีดังนี้

  • สามารถสร้าง Rule ให้มีผลตามช่วงเวลา
  • ความสามารถ Applied To ช่วยบังคับใช้กับเป้าหมายได้มากกว่า Firewall ทั่วไป
  • รองรับการคัดกรองของ FQDN หรือ URL Filtering ทั้งแบบกำหนด URL ตายตัวหรือเลือกจากประเภทของทราฟฟิค
  • เข้าใจทราฟฟิคระดับ L7  เช่น กำหนดให้อนุญาตเฉพาะ Https ที่ใช้งาน TLS 1.2 ขึ้นไป
  • NSX-I (Intelligence) ในกรณีที่แอดมินไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นตั้งค่า Rule อย่างไร NSX สามารถช่วยทำ Rule Recommendation ให้ได้ เพียงแค่สร้างให้ระบบได้เรียนรู้ทราฟฟิคในช่วงเวลาและเป้าหมายที่สนใจ
  • NSX-T ยังสามารถมองเห็น Network Topology ได้ลึกลงไปถึงระดับ Container ภายใน
  • Firewall for Container อีกเรื่องที่องค์กรกำลังมองหาคือความสามารถในการป้องกัน Container ซึ่ง NSX ได้มีความสามารถนี้ให้อยู่แล้ว โดยมีปลั๊กอินที่สามารถคุยกับ SDN และสามารถบริหารจัดการได้จาก Security Admin หรือมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของ DevOps โดยตรงก็ได้เช่นกัน
  • NSX ยังสามารถทำ Micro-segmentation ที่มองไปถึงคลาวด์ได้ เพื่อการบังคับใช้ Policy ได้ในทุกสภาพแวดล้อม ในรูปแบบของ Cloud Enforcement และ NSX Enforcement

2.) IDS/IPS

NSX ยังมาพร้อมกับความสามารถ IDS/IPS เรียบร้อยแล้ว ซึ่งปกติต้องลงทุนอีกมาก ทำให้องค์กรอาจจะหลีกเลี่ยงหรือให้ความสำคัญน้อยลงมา สำหรับความโดดเด่นของฟีเจอร์นี้คือ

  • เปิดใช้งานได้ง่าย (เพียงกดเปิดตามภาพประกอบด้านบน)
  • สำหรับเครื่องใดที่ไม่ต้องการ Join เข้ามา สามารถใช้โหมด Standalone เข้ามาดูแลตรงนี้ได้
  • มี Signature บางส่วนของ OWASP มาให้ ซึ่งปกติแล้วเป็นหน้าที่ของ Web Application Firewall ในผลิตภัณฑ์รายอื่น
  • สามารถป้องกันการ Lateral Movement ภายในองค์กร
  • สามารถเปิดโหมด Passive เพื่อให้ตรวจจับความผิดปกติก่อน โดยไม่มีการบล็อกที่อาจไปรบกวนการทำงาน เมื่อมั่นใจแล้วค่อยเปิดให้บล็อกจริงภายหลัง
  • สามารถตรวจจับมัลแวร์ได้ในระดับ Hypervisor

3.) NTA / NDR

จากการเข้าซื้อกิจการของ Lastline ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Anti-malware และ Network Traffic Analysis & Respond ซึ่ง VMware ได้เพิ่มเข้ามานำเสนอภายใต้ NSX โดยฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Advanced Threat Protection นี้คือ

  • กลไกของ NTA ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือการใช้ machine learning มาประมวลผล 2 ส่วน ในตอนแรกที่ยังไม่รู้ทราฟฟิคแน่ชัดจะคัดแยกด้วย Unsupervised Model หลังจากนั้จะทำการลด False Positive ต่อด้วย Supervised Model
  • กลไกการทำ Network Sandboxing ของ VMware นั้นลึกซึ้งกว่าปกติ เพราะทั่วไปแล้วการมัลแวร์หลายตัวสามารถตรวจจับการจำลองสภาพแวดล้อมในระดับ OS ได้ แต่เทคโนโลยีของ VMware ได้ลงลึกไปจนถึงการ Emulate Hardware และ Hypervisor ที่ทำให้มัลแวร์ไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นสภาพแวดล้อมจำลอง
  • มีการนำเสนอโซลูชันทั้งในรูปแบบของ On-premise และคลาวด์

สำหรับความสามารถทั้งหมดที่กล่าวมาของ NSX ในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าครอบคลุมโจทย์ส่วนใหญ่ขององค์กร ซึ่งการทำงานยังสามารถเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งนี้จึงตอบโจทย์ Zero Trust ตามนิยามทั้ง 3 ประการจาก NIST ดังนั้นจะดีกว่าไหมหากท่านสามารถเริ่มทำ Zero Trust ได้ตั้งแต่วันนี้ด้วย VMware NSX ที่ครบ จบ ง่าย และลงทุนต่ำกว่าวิธีการแบบเดิมๆ

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ