สรุปงาน SAP Solutions Summit 2019 และการพูดคุยกับคุณนพดล ถึงแนวโน้มธุรกิจและ SAP ที่ต้องรู้สำหรับปี 2019 นี้

ในงานสัมมนา SAP Solutions Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้และได้พูดคุยกับคุณนพดล เจริญทอง Sales Director แห่ง SAP Indochina ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากมายทั้งในเชิงธุรกิจและเทคโนโลยี จึงขอนำเนื้อหาและบทสนทนาต่างๆ มาสรุปให้ผู้อ่านกันดังนี้ครับ

ERP ในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไทยเริ่มเข้าใจแล้วว่า SAP คือ Cloud Company

หากพูดถึงชื่อของ SAP เราคงต้องคุยกันเรื่อง ERP กันก่อน ซึ่งคุณนพดลเองก็ได้เล่าถึงภาพรวมของตลาด ERP ในไทยว่ายังคงเติบโตอย่างเข้มแข็ง ด้วยกระแสด้านการทำ Digital Transformation ที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในธุรกิจหลายอุตสาหกรรม ในขณะที่ทาง SAP เองก็ได้มีการผลักดันโซลูชันด้านระบบ ERP สำหรับธุรกิจหลากหลายขนาดและตอบโจทย์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้ง SAP All-in-One สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่, SAP Business One สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึง SAP Business ByDesign สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการนำ Best Practice ในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ จาก SAP ไปประยุกต์ใช้งาน

ประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในตลาดประเทศไทยนั้น ก็คือการที่ธุรกิจในทุกขนาดเปิดรับต่อการนำเทคโนโลยี Cloud มาใช้งานกันอย่างเต็มที่แล้ว จากแต่เดิมที่ภาคธุรกิจนั้นเคยกังวลว่าระบบงานสำคัญอย่าง ERP นั้นควรจะย้ายขึ้น Cloud ดีหรือไม่ กลายเป็นทุกวันนี้ Cloud กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งไปแล้วด้วยจุดเด่นทั้งด้านความคุ้มค่า, ความเร็วในการเริ่มต้นดำเนินโครงการ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยที่ทาง SAP และเหล่าผู้ให้บริการเองสามารถช่วยดูแลรักษาระบบได้ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถหันไป Focus กับการทำงานและสร้างนวัตกรรมอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลถึงการดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure กันอีกต่อไป

ด้วยทิศทางนี้เองก็ส่งผลให้ SAP Business ByDesign ที่เป็นบริการ ERP บน Cloud นั้นเริ่มได้รับความสนใจสูงยิ่งขึ้นจากธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งด้วยการที่ระบบนั้นมี Best Practice Process สำหรับใช้งานในแต่ละภาคส่วนของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมที่ชัดเจน ก็ทำให้การนำไปปรับใช้เข้ากับธุรกิจนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้งานระบบ ERP เลยก็ว่าได้

ส่วนทางด้าน SAP Business One ที่มี Partner ของ SAP หลายรายช่วยกันผลักดันตลาดอยู่นี้ ก็ถือว่ามีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี อีกทั้งยังมีตลาดขนาดใหญ่ และยังมีความยืดหยุ่นที่ธุรกิจต่างๆ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งในแบบ On-Premises และ Cloud ก็ทำให้ SAP Business One นี้ถูกเลือกใช้เป็นระบบ ERP แรกของหลายๆ ธุรกิจ และยังเป็นตัวเลือกหลักที่ธุรกิจต่างๆ จะเปลี่ยนจากการใช้งาน Software บัญชีหรือ ERP ค่ายอื่นๆ มาใช้งานแทนด้วย

สุดท้าย SAP All-in-One ซึ่งเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจองค์กรนั้น กระแสหลักที่เกิดขึ้นก็คือการที่ลูกค้าธุรกิจองค์กรย้ายระบบเดิมไปสู่ SAP S/4HANA เพื่อให้ระบบหลังบ้านนั้นสามารถรองรับรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงหลากหลายได้มากขึ้น ด้วยกระแส Digital Transformation ที่ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องลองผิดลองถูกทำธุรกิจด้วยวิธีการใหม่ๆ หรือเปิด Business Unit ใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง SAP S/4HANA ที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีประสิทธิภาพสูงนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถลองสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยยังคงมีระบบ ERP ที่รองรับต่อกระบวนการการทำงานรูปแบบใหม่ๆ ได้อยู่ตลอดนั่นเอง

Experience Economy: ERP ตอบคำถาม What แต่ Qualtrics จะเข้ามาช่วยตอบคำถาม Why

หัวข้อใหญ่อันหนึ่งที่คุณนพดลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือการเข้าซื้อกิจการของ Qualtrics โดย SAP ที่ถือเป็นดีลใหญ่แห่งปี ซึ่งเทคโนโลยีของ Qualtrics เองนี้ก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจต่างๆ ที่เดิมทีถึงแม้จะมี ERP ซึ่งมีข้อมูลการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วนจนทำให้เหล่าผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ (What) แต่เทคโนโลยีของ Qualtrics นี้จะเข้ามาตอบคำถามว่าทำไมเหตุการณ์ต่างๆ ถึงเกิดขึ้นกับธุรกิจ (Why) ได้

แนวโน้มหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแบรนด์ใหญ่ทั่วโลกนั้นก็คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าหรือ Experience อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและการให้บริการให้เหนือกว่าคู่แข่งและสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นการตลาดสู่ลูกค้าในระยะยาวที่ทุกวันนี้ต่างมี Loyalty ลดน้อยลงจากความฉาบฉวยของสื่ีอในโลกออนไลน์

โซลูชันของ Qualtrics นี้คือการรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้าหรือทีมงาน เพื่อนำข้อมูลที่เป็น Unstructured Data เหล่านี้มาทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจด้วยเทคโนโลยี AI, Deep Learning และ Machine Learning โดย Qualtrics เองนี้รองรับการถูกนำไป Integrate เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้การออกแบบ Workflow เพื่อรวบรวมความคิดเห็นหรือความพึงพอใจในกระบวนการต่างๆ นั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

การนำ Qualtrics มาใช้งานนี้จะตอบโจทย์ทั้งการรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้า, พนักงาน, มุมมองต่อผลิตภัณฑ์ และมุมมองต่อแบรนด์ได้ ซึ่ง 4 โจทย์นี้ก็ถือเป็นโจทย์หลักที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญอยู่แล้ว

SAP นั้นมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะผลักดันตลาดของ Qualtrics ในเมืองไทยให้เติบโตหลังจากนี้ โดยโซลูชันนี้มีทีมงานคนไทยมาประจำการอยู่แล้ว ดังนั้นหากธุรกิจใดสนใจก็สามารถเริ่มต้นพูดคุยกับทาง SAP ได้ทันที

เมื่อถามถึงภาพของอนาคตว่า Qualtrics จะรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลภาษาไทยได้เมื่อไหร่ คำตอบที่ได้นั้นคือ “อีกไม่นานเกินรอ” ดังนั้นเหล่านักการตลาดชาวไทยก็สามารถเริ่มศึกษาเทคโนโลยีของ Qualtrics รอกันไว้ได้เลยครับ น่าสนใจมากๆ โดยทาง Qualtrics เปิดให้เราสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งานความสามารถเบื้องต้นกันได้ฟรีๆ ที่ https://www.qualtrics.com ครับ

Robotic Process Automation อีกหนึ่งกระแสสำคัญที่ธุรกิจต้องเริ่มนำไปใช้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถือเป็นกระแสมาแรงมากในช่วงที่ผ่านมานี้ก็คือการใช้ Robotic Process Automation หรือ RPA ในการเปลี่ยนงานบนโลก Digital ต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติด้วยการทำ Automation และ SAP เองก็มีโซลูชัน RPA นี้เป็นของตัวเองแล้วภายใต้ชื่อ SAP Intelligent Robotic Process Automation

กรณีการใช้งานหลักอันหนึ่งที่เกิดขึ้นในหลายธุรกิจของ RPA นั้น ก็คือการนำ RPA มาใช้ผสานระบบ ERP เข้ากับ Business Application หรือ Data Source อื่นๆ ภายนอก ซึ่งการที่ SAP มีโซลูชันของ RPA เองนี้ก็ทำให้การ Integrate ระบบเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งกว่าในอดีต และมั่นใจได้ว่าโซลูชัน RPA นี้จะรองรับกับ Application ต่างๆ ของ SAP ได้เป็นอย่างดี

คุณนพดลให้ความเห็นว่าสำหรับการที่ธุรกิจจะนำ RPA ไปใช้งานได้อย่างประสบความสำเร็จนั้น ต้องไม่มองว่าการเริ่มต้นใช้งาน RPA นั้นเป็นโครงการ แต่การใช้งาน RPA จะต้องกลายเป็นทักษะการใช้เครื่องมือพื้นฐานของพนักงาน และมีความต่อเนื่องในการแปลงกระบวนการการทำงานต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติไปเรื่อยๆ ในขณะที่เทคโนโลยี RPA นั้นจะต้องอยู่ในบทบาทของ Platform ที่สนับสนุนทุกงานของทุกแผนกในธุรกิจองค์กรได้

SuccessFactors ไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดการทรัพยากรบุคคลง่ายขึ้น แต่ยังรองรับเทรนด์ OKR ที่ถูกใช้งานควบคู่กับ KPI ได้ด้วย

สำหรับ SAP SuccessFactors ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยเองก็กำลังเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยในปี 2018-2019 ที่ผ่านมานี้ กรณีการประยุกต์ใช้งาน SAP SuccessFactors นั้นได้ขยายไปสู่การรองรับการนำแนวคิดด้าน Objectives and Key Results หรือ OKR ที่เป็นกระแสว่าจะมาแทน KPI ในงานหลายๆ บทบาทในอนาคตด้วย

ความน่าสนใจของการนำ OKR ไปใช้งานในภาคธุรกิจนี้ ก็คือการที่จะทำให้พนักงานแต่ละคนเห็นเป้าหมายของสิ่งที่ตนเองต้องบรรลุได้ชัดเจนมากขึ้น และเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจองค์กรในวงกว้างมากขึ้น เรียกได้ว่าการทำงานของพนักงานแต่ละคนนั้นจะอิงไปกับเป้าหมายหลักของธุรกิจองค์กร ไม่ได้อิงกับ KPI ที่หลายครั้งอาจพาให้พนักงานมุ่งเน้นการบรรลุ KPI มากกว่าการที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้จริง

นอกจากแนวคิดด้าน OKR แล้ว สภาพแรงงานของตลาดในประเทศไทยเองก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ SAP SuccessFactors นั้นเติบโตเป็นอย่างมาก ด้วยจำนวนจำกัดของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทั้งภายในและภายนอกองค์กร ทำให้หลายๆ ธุรกิจนั้นต้องรักษาพนักงานเก่งๆ ที่ตนเองมีอยู่เดิมเอาไว้ด้วยการวิเคราะห์เชิงลึกและตอบโจทย์ชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้น เช่น หากเบื่องานก็สามารถย้ายไปทำงานตำแหน่งอื่นที่จะยังคงใช้ทักษะของพนักงานได้ในขณะที่พนักงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ตนเองสนใจ ไปจนถึงการปรับกระบวนการในการ Recruit และเก็บข้อมูลผู้สมัครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เรียกได้ว่า SAP SuccessFactors นี้ถูกนำมาใช้ในการจัดการกับ Skilled Worker ในทุกอุตสาหกรรมเลยก็คงไม่ผิดนัก

เทคโนโลยีอื่นๆ เองก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นกัน

เนื่องจาก SAP เองนั้นมีเทคโนโลยีที่หลากหลาย และมีโอกาสได้ร่วมงานกับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม คุณนพดลจึงได้แบ่งปันแง่มุมของแต่ละเทคโนโลยีสั้นๆ เอาไว้ดังนี้

  • IoT ยังคงได้รับความสนใจจากหลายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและมีโครงการทดสอบกันมากมาย
  • AI เริ่มถูกใช้งานจริงในลูกค้าองค์กรหลายๆ ที่เนื่องจาก SAP มีการ Embedded เทคโนโลยี AI, Deep Learning, Machine Learning ลงไปโดยตรงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการนำข้อมูลธุรกิจไปใช้สร้าง AI ก็เริ่มเกิดให้เห็นขึ้นแล้ว
  • Blockchain กลายเป็นกลยุทธ์ในระยะยาวของหลายองค์กร ซึ่งทาง SAP เองก็เข้าไปช่วยจัด Workshop ด้าน Design Thinking ช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบและสร้างประโยชน์ใหม่ๆ ได้มากขึ้น
  • SAP Ariba เริ่มได้รับความสนใจจากแผนกจัดซื้อของธุรกิจองค์กร ที่จะมาช่วยให้การจัดซื้อเป็นไปได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • SAP Concur เองก็ได้รับความสนใจจากธุรกิจข้ามชาติจำนวนมาก เพราะสามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานได้เป็นอย่างดี

PDPA ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกฎหมายในปี 2020 นี้

ประเด็นสุดท้ายที่คุณนพดลทิ้งท้ายเอาไว้ในการพูดคุยครั้งนี้ ก็คือเรื่องของกฎหมาย Personal Data Protection Act หรือ PDPA ที่จะมีการบังคับใช้อย่างจริงจังในอนาคตอันใกล้ ที่จะทำให้เหล่าธุรกิจทั่วไทยต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าและคู่ค้า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่จะต้องทำให้ธุรกิจมีการเสริมขั้นตอนต่างๆ เข้ามามากขึ้น

ในมุมของคุณนพดลนั้น PDPA ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ยากขึ้น แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและเป็นสากลยิ่งขึ้น โดยในช่วงนี้เราเองก็จะเริ่มเห็นธุรกิจใหญ่ของไทยในตลาดหลักทรัพย์เริ่มเดินหน้าโครงการด้าน PDPA กันแล้วอย่างจริงจัง ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กและกลางเองก็ต้องเริ่มต้นศึกษาและเรียนรู้จากตัวอย่างของธุรกิจอื่นๆ ให้ดี

SAP เองมีโซลูชันที่ชื่อว่า SAP Customer Data สำหรับใช้ในการบริหารจัดการประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าโดยเฉพาะ ซึ่งคุณนพดลก็เล่าว่าโซลูชันนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากลูกค้าธุรกิจที่ใช้ SAP ในทุกวันนี้ และกำลังมองหาจุดสมดุลระหว่างการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้ามาใช้ในการวิเคราะห์และการทำการตลาดอย่างแม่นยำ กับการตอบรับต่อข้อกฎหมายไปด้วยในตัว


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft เข้าซื้อกิจการ Mover บริการย้ายข้อมูลจาก Cloud Storage อื่นมายัง OneDrive

Microsoft ได้ออกมาประกาศเข้าซื้อกิจการของ Mover ผู้พัฒนาโซลูชันด้านการย้ายข้อมูลจาก Cloud Storage อื่นๆ มายัง OneDrive เพื่อให้ผู้ใช้งาน Microsoft 365 สามารถย้ายข้อมูลเดิมที่เคยใช้งานมาได้ง่ายขึ้น

บริหารจัดการการตั้งค่า Wireless LAN อย่างชาญฉลาดด้วย AI จาก Aruba AirMatch

เมื่อการใช้งานระบบ Wireless LAN ได้กลายมาเป็นการเชื่อมต่อพื้นฐานของแทบทุกอุปกรณ์ในปัจจุบัน การปรับแต่งระบบเครือข่ายไร้สายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเหมาะสมกับการทำงานนั้นก็กลายเป็นเรื่องยากด้วยปัจจัยที่ต้องประเมินนั้นเยอะขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด Aruba ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถดูแลรักษาระบบเครือข่ายได้ง่ายขึ้น จึงได้พัฒนา AirMatch ซึ่งนำเอา AI มาใช้ในการทำ Wi-Fi RF Management โดยอัตโนมัติขึ้นมาเป็นตัวช่วยนั่นเอง