Samsung เปิดตัวหน่วยความจำ DDR5-7200 ขนาด 512GB

ในงาน Hot Chips 33 ทาง Samsung ได้ประกาศถึงการพัฒนาชิปหน่วยความจำ DDR5-7200 ขนาด 512GB เตรียมวางจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้

Credit: Samsung

Samsung DDR5-7200 เป็นการนำเอา DDR5 Die วางซ้อนกันเป็นจำนวน 8 ชั้น ซึ่งปรับปรุงจาก DDR4 ที่มีการวางซ้อนกันเพียง 4 ชั้นเท่านั้น ถึงแม้ว่าจำนวน Die จะมากขึ้น แต่ Samsung สามารถพัฒนาให้ลดพื้นที่ว่างระหว่างชั้นได้ถึง 40% ทำให้มีความหนาลดลงเหลือเพียง 1.0mm ได้ ต่างจาก DDR4 ที่มีความหนา 1.2mm โดยประสิทธิภาพโดยรวมของ DDR5 นั้นเพิ่มขึ้น 40% และมีความจุเพิ่มขึ้นจาก DDR4 ถึง 2 เท่า นอกจากนี้ DDR5 ยังถูกปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำงานที่แรงดันไฟฟ้า 1.1V และยังใส่เทคโนโลยี On-die Error-correction coe (ODECC) เข้ามาอีกด้วย เพื่อช่วยในการรักษาความถูกต้องของข้อมูล

Samsung เตรียมจะพัฒนาและผลิต DDR5-7200 512GB ออกมาภายในปลายปีนี้ โดยเน้นพัฒนาชิปแบบ 512GB สำหรับตลาดองค์กร และ 64GB สำหรับตลาด Consumer อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ไว้ว่าตลาดโดยรวมจะเปลี่ยนมาใช้ DDR5 ภายในปี 2023 หรือ 2024

ที่มา: https://www.tomshardware.com/news/samsung-reveals-ddr5-7200-512gb-ram

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

ADVICE ผนึกพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ปั้น “Advice Business Solutions”ชูบทบาท AI Integrator รุกตลาด B2B เต็มรูปแบบ [PR]

บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร (IT Ecosystem)  เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ขยายบทบาทสู่ตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) อย่างเต็มรูปแบบ …

เจาะลึกโอกาสธุรกิจ Quantum Computing มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ไม่ได้มีแค่ประโยชน์ทางธุรกิจ แต่กลับมาพร้อมกับภัยคุกตามใหม่

Quantum Computing กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมสู่ยุคแห่งการสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบไร้ขีดจำกัด โดยคาดว่าจะพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลกและสร้างมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 ในขณะเดียวกัน ขีดความสามารถอันมหาศาลนี้ก็นำมาซึ่งภัยคุกคามต่อระบบการเข้ารหัสข้อมูลที่ใช้ในปัจจุบัน องค์กรจึงต้องเร่งปรับตัวสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยในยุคควอนตัม