เผยงานวิจัย Storage แบบใหม่ ใช้คลอรีนเก็บข้อมูลได้ 62.5TB ในขนาด 1 ตารางนิ้ว

ทีมนักวิทยาศาสตร์แห่ง TU Delft ได้พัฒนาเทคโนโลยีการใช้อะตอมของคลอรีนมาเก็บข้อมูล Bit ได้ และทำให้การจัดเก็บข้อมูลขนาด 1 Kilobyte นั้นสามารถทำได้ในพื้นที่เพียงประมาณ 100 นาโนเมตร และเก็บข้อมูลได้มากถึง 62.5TB ต่อตารางนิ้ว ซึ่งมากกว่า Hard Drive ในปัจจุบันนี้ถึงราวๆ 500 เท่า

tu_delft_chlorine_atom_storage

แนวคิดนี้จะเริ่มต้นจากการนำอะตอมของคลอรีนมาเรียงอยู่บนผิวอะตอมของทองแดง และทำการเขียนและลบข้อมูลโดยการใช้ Scanning Tunneling Microscope ในการสลับตำแหน่งของช่องว่างระหว่างอะตอมของคลอรีนบนผิวของอะตอมทองแดงให้กลายเป็น Data Block ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับ QR Code ให้มี Pattern รูปแบบต่างๆ ที่แทนข้อมูลตามที่ต้องการได้ อีกทั้งยังสามารถทำการ Mark เพื่อระบุได้อีกด้วยว่าอะตอมในบริเวณนี้ได้สูญเสียคุณสมบัติในการจัดเก็บข้อมูลไปแล้วได้ ทำให้สามารถจัดการกับการเสื่อมของกลุ่มอะตอมคลอรีนในการจัดเก็บข้อมูลได้

แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่พร้อมออกสู่ตลาดในเวลานี้ เพราะระบบ Storage ดังกล่าวสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดมากๆ และเย็นถึง 77 เคลวินหรือ -321 องศาฟาเรนไฮต์ อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีนี้ก็มีข้อได้เปรียบเทคโนโลยีอื่นมากๆ เมื่อต้องการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และปัจจัยเดียวที่จะนำเทคโนโลยีนี้ออกมาสู่ตลาดให้ได้ก็มีเพียงแค่เวลาในการวิจัยเท่านั้น

ลองดูคลิปอธิบายเทคโนโลยีนี้ได้เลยครับ

ที่มา: https://www.engadget.com/2016/07/19/atom-scale-storage/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …