นักวิจัยพบช่องโหว่ระดับ Protocol บน 4G LTE นำไปสู่การโจมตีได้อีก 19 รูปแบบ

กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเปิดเผยถึงการค้นพบช่องโหว่บน 4G LTE Protocol ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างข้อความปลอมๆ, ดักรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้งาน, ทำให้แบตเตอรี่ของผู้ใช้งานหมดลงอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย 4G LTE โดยสามารถปลอมตัวเป็นผู้ใช้งานคนอื่นๆ ได้

 

Credit: http://wp.internetsociety.org/ndss/wp-content/uploads/sites/25/2018/02/ndss2018_02A-3_Hussain_paper.pdf

 

ช่องโหว่นี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเพราะนอกจากจะกระทบกับ 4G LTE ที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกแล้ว 5G เองก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นที่ระดับ Protocol ของ LTE 3 ส่วน ได้แก่ Attach, Detach และ Paging นั่นเอง ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่ Protocol โดยตรงก็จะส่งผลต่อ Backward Compatibility ของระบบที่จะลดลง

ช่องโหว่เหล่านี้ทำให้ทีมนักวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เกิดเป็นการโจมตีรูปแบบใหม่ได้มากถึง 10 รูปแบบ และใช้โจมตีด้วยวิธีการแบบเดิมที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วอีกถึง 9 รูปแบบ โดยการใช้เครื่องมือชื่อ LTEInspector ที่ทีมวิจัยได้ทำการพัฒนาขึ้นมา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานและรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการนำไปใช้โจมตีต่อเนื่องในภายหลัง

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเอกสารฉบับเต็มได้ที่ http://wp.internetsociety.org/ndss/wp-content/uploads/sites/25/2018/02/ndss2018_02A-3_Hussain_paper.pdf ครับ

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2018/03/05/4g_lte_protocol_vulnerabilities/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

พบบั๊กบน Facebook API รูปภาพของผู้ใช้กว่า 6.8 ล้านคนเสี่ยงหลุดสู่ภายนอก

Facebook ออกแถลงการณ์ พบบั๊กบน Application Programming Interface (API) สำหรับรูปภาพบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตน ซึ่งอาจทำให้บุคคลที่สามสามารถเข้าถึงรูปภาพของผู้ใช้กว่า 6,800,000 คนเกินกว่าที่กำหนดไว้ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

สหรัฐฯ เตือนประชาชนอยู่ในความสงบ หลังพบอีเมลสแปมขู่วางระเบิดทั่วสหรัฐฯ

ตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ ออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนอยู่ในความสงบ หลังพบแคมเปญอีเมลสแปมขู่วางระเบิดแพร่กระจายในหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ชิคาโก ดีทรอยต์ ซาน ฟรานซิสโก และวอชิงตัน หากไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ $20,000 (ประมาณ 650,000 บาท) ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและการอพยพหนีออกจากอาคารไปทั่วทั้งสหรัฐฯ