Pure Storage ถูกรับเลือกให้เป็น Leader ใน 2020 Magic Quadrant for Primary Storage Arrays ในตำแหน่งขวาบนสุด

รายงาน 2020 Magic Quadrant for Primary Storage Arrays ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้วโดยมี Pure Storage ที่ได้อยู่ในตำแหน่งขวาบนสุด ซึ่งหมายถึงการที่เป็นแบรนด์ที่มี Ability to Execute และ Completeness of Vision มากที่สุดในบรรดาผู้พัฒนาระบบ Storage นั่นเอง

Credit: Pure Storage

ในรายงานฉบับนี้มีผู้ผลิต Storage ด้วยกัน 13 ราย โดย Pure Storage ได้ขึ้นรั้งเป็นอันดับหนึ่งในทุกๆ ด้านโดยมีจุดเด่นได้แก่การที่สามารถนำเทคโนโลยี NVMe มาสู่ลูกค้ารายเดิมๆ ด้วยการอัปเกรดที่ไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบได้, การที่ลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจกับผลิตภัณฑ์และบริการที่สูงมากจากความง่ายในการใช้งานและความยืดหยุ่นของโซลูชันด้าน Cloud และการเปิดตัว FlashArray//C ที่นำ QLC 3D NAND มาใช้ทำให้ Flash Storage นั้นสามารถมีค่าใช้จ่ายที่เทียบเท่ากับ HDD โดยได้ความจุที่ใกล้เคียงกัน ในประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกว่าได้

ทางด้าน Gartner นั้นได้ทำนายถึงแนวโน้มของตลาด Enterprise Storage เอาไว้ 3 ประเด็น ดังนี้

  • ภายในปี 2025 จะมีธุรกิจองค์กรอย่างน้อย 50% ที่เปลี่ยนการลงทุนระบบ Storage ไปสู่รูปแบบ OpEx จากปัจจุบันที่การลงทุนรูปแบบนี้ยังมีไม่ถึง 10%
  • ภายในปี 2023 จะมีธุรกิจองค์กรอย่างน้อย 20% ที่ใช้เครื่องมือบริหารจัดการ Cloud Storage เพื่อเชื่อมผสานการทำงานระหว่างระบบ On-Premises Storage เข้ากับ Public Cloud เพื่อรองรับการทำ Backup และ Disaster Recovery
  • ภายในปี 2025 จะมีธุรกิจองค์กรอย่างน้อย 20% ที่ใช้ NVMe-oF จากปัจจุบันนี้ที่ยังมีไม่ถึง 5%

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลจากรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.purestorage.com/resources/gartner-magic-quadrant-primary-storage.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

IBM FlashSystem : พลิกโฉมการจัดการ Storage ด้วย Agentic AI และพร้อมตรวจจับ Ransomware ได้ใน 60 วินาที

เมื่อธุรกิจเปลี่ยนโฉมสู่การแข่งขันด้วยความเร็ว ระบบ IT จึงถูกท้าทายให้ต้องเป็น ตัวแบก ไม่ใช่ ตัวถ่วง แม้วันนี้เราจะปลดล็อกศักยภาพในการพัฒนาแอปพลิเคชันได้รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภัยร้ายอย่าง Ransomware ที่พุ่งเป้าทำลายปราการด่านสุดท้ายอย่าง Backup Data อีกทั้งยังมีความกดดันด้านงบประมาณที่ทำให้องค์กรต้องขบคิดอย่างหนัก …

Donald Trump ลงนามคำสั่งพัฒนา Quantum Computer พร้อมรับมือภัยไซเบอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าเกิดขึ้นภายใน 2028

Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งเร่งผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี Quantum Computer ประสิทธิภาพสูงสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พร้อมยกระดับการป้องกันระบบของหน่วยงานภาครัฐจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้อง ย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับจีน ซึ่งอาจพลิกโฉมวงการวิทยาศาสตร์และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในอนาคต โดยตั้งเป้าเกิดขึ้นภายปี 2028