การป้องกันและตรวจจับมัลแวร์ขั้นสูงด้วย Microsoft 365 Defender

ในปัจจุบันภัยคุกคามสมัยใหม่ได้มีการปรับตัวให้มีความซับซ้อนมากขึ้นโดยใช้เทคนิคขั้นสูงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจาก Antivirus Software หรือ เครื่องมือการเฝ้าระวังภัยทาง cyber ต่างๆ (Security Monitoring Tools) ต่างๆ เพราะมัลแวร์สมัยใหม่เน้นไปที่การแฝงตัวอย่างเงียบๆในระบบของเหยื่อ โดยไม่แสดงพฤติกรรมให้ถูกตรวจจับได้ง่ายๆ โดยจะเห็นได้จากข่าวว่าบางองค์กรถูกคนร้ายแฝงตัวนานนับปี เพื่อลอบขโมยข้อมูลสำคัญก่อนจะถูกตรวจจับได้

ดังนั้น Microsoft 365 Defender ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้องค์กรตรวจจับ (Detect) ป้องกัน (Protect) และตอบสนอง (Response) กับภัยคุกคุกคาม ได้แบบครบวงจรกล่าวคือ การ Detect จาก E-Mail, อุปกรณ์ของผู้ใช้งาน, Identity ผู้ใช้งาน ไปจนถึง Cloud ไม่ว่าการใช้งานของ user จะอยู่ที่ไหนหรือใช้งานบนอุปกรณ์ใดๆก็ตาม

โดยวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงกรณีศึกษาหนึ่งที่ Microsoft 365 Defender สามารถช่วยป้องกันการโจมตีบนอุปกรณ์ปลายทางที่ถูกมัลแวร์ Adrozek เข้าเล่นงาน

กรณีศึกษา Adrozek: มัลแวร์สุดซับซ้อน

อย่างที่กล่าวไปแล้วแคมเปญการโจมตีรูปแบบใหม่มักเน้นไปที่การแฝงตัวอย่างเงียบๆและยาวนาน (Advance Persistent Threat) โดยเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาหลายทวีปของโลกได้เผชิญกับมัลแวร์ที่น่าสนใจตัวหนึ่งที่ชื่อ Adrozek ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรงอะไรนัก แต่เชื่อหรือไม่ว่าพบการคุกคามของมัลแวร์ตัวนี้ถึง 30,000 อุปกรณ์ต่อวันในช่วงเดือนสิงหาคม เบื้องหลังพฤติกรรมของมัลแวร์เป็นดังนี้

1.) เหยื่อนั้นจะเริ่มติดมัลแวร์จากการใช้งาน Internet มาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเลยว่าติด มัลแวร์แล้ว กล่าวคืออาจจะมาจากการเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ถูกคนร้ายเจาะเข้ามาแล้วฝังมัลแวร์เข้าไปยังเว็บไซต์นั้นๆ และในขณะเดียวกันเครื่องของผู้ใช้งานก็มีช่องโหว่บางอย่างเช่น บราวน์เซอร์หรือปลั๊กอินที่ไม่อัปเดต 

2.) เมื่อเครื่องติดมัลแวร์เข้ามาได้แล้ว์จะแฝงตัวอยู่ในโฟลเดอร์ Program Files ของบราวน์เซอร์และตั้งชื่อเป็นเหมือนซอฟต์แวร์ปกติ

3.) เข้าไปแก้ไขการตั้งค่าของบราวน์เซอร์เพื่อให้มัลแวร์สามารถ Inject โฆษณาที่ต้องการเข้าไปยังหน้าผลลัพธ์ของ Search Engine โดยจากรูปประกอบด้านซ้ายคือผู้ใช้ปกติ เทียบกับด้านขวาในเหยื่อที่ถูกโจมตีและแสดงโฆษณาของคนร้ายไว้บนสุด

4.) มีการเพิ่มสคริปต์ในบราวน์เซอร์เช่น Chrome ถูกแก้ไข Default Plugin โดยทั้งหมดก็เพื่อให้มัลแวร์สามารถติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุม มัลแวร์ตัวนั้น เพื่อทำการเพิ่มเนื้อหาพวกโฆษณาต่างๆ มาแสดงผลบนเครื่อง Search engine ของเครื่องเหยื่อ ในขณะเดียวกันก็มีขโมยข้อมูลของเหยื่อออกไป

5.) แก้ไข DLL ของบราวน์เซอร์เพื่อไม่ให้ Security Tool ตรวจมัลแวร์เจอ และถึงแม้ว่าบราวน์เซอร์บางตัวจะมีการตั้งค่าเกี่ยวกับความปลอดภัยไว้ แต่ มัลแวร์ก็สามารถก็ยังสามารถอำพรางตัวเองได้ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ

6.) มัลแวร์จะแก้ Registry และสร้าง Windows Service ที่ชื่อ ‘Main Service’ ซึ่งจะทำให้มัลแวร์สามารถรันตัวเองได้อย่างอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทเครื่องขึ้นมา

Adrozek เป็นมัลแวร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถโจมตีบราวน์เซอร์ได้หลากหลายทั้ง Chrome, Firefox, Edge และ Yandex ซึ่งในกรณีของ Firefox มัลแวร์ยังสามารถลอบขโมยข้อมูล Credentials ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคที่ซับซ้อนเพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจจับของ Security Tool โดยมีจำนวนโดเมนกว่า   159 แห่งถูกใช้เพื่อโฮสต์กว่าหมื่น URL เพื่อนำส่ง มัลแวร์และยังสลับส่งไฟล์ปกติปะปนกับไฟล์อันตรายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเลี่ยงการตรวจจับ

จะเห็นได้ว่า Adrozek เป็นมัลแวร์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอันตรายใดๆ มีจุดประสงค์เพียงแค่การแฝงโฆษณา แต่ถ้าดูพฤติกรรมในเชิงลึกแล้ว จะเห็นว่าการโจมตีแบบนี้ Hacker สามารถที่จะปฎิบัติการอย่างอื่นได้อีก ซึ่งอาจจะสร้างผลกระทบร้ายแรงในอนาคตได้ องค์กรจึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นเครื่องมือตรวจจับมัลแวร์แบบเดิมที่พึ่งพาเพียง Signature นั้นไม่เพียงพออีกต่อ ซึ่ง Microsoft เองได้นำเสนอเครื่องมือที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นภาพและตรวจจับพฤติกรรมของมัลแวร์ได้อย่างครอบคลุมด้วย Microsoft 365 Defender

รู้จักกับ Microsoft 365 Defender

หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ Microsoft Defender Antivirus (AV) ที่ติดมาใน Windows 10 เป็นอย่างดี ซึ่งข้อเด่นคือการที่ Microsoft ได้ใช้ Machine Learning เพื่อดูพฤติกรรมและจัดการบล็อก Adrozek ในเครื่องปลายทางเอาไว้ อย่างไรก็ดีในการป้องกันระดับองค์กรนั้นอาจจะต้องใช้เครื่องมือที่ครอบคลุมมากกว่านี้ ซึ่ง Microsoft 365 Defender สามารถจัดการได้

Microsoft 365 Defender เป็นเครื่องมือที่ตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามสำหรับองค์กรอย่างครบครัน เพราะตอบโจทย์ทั้งก่อนและหลังการโจมตี โดยใช้ได้ทั้งในเชิงการป้องกัน (Protect) ตรวจจับภัยคุกคาม (Detect) สืบค้นหาภัยคุกคาม (Investigate) และตอบสนอง (Response) โดยจุดเด่นก็คือการที่สามารถบูรณาการข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน อาทิเช่น ข้อมูลการแจ้งเตือนภัยคุกคาม, ข้อมูลการยืนยันตัวตนการใช้งานของ user, ข้อมูลของอุปกรณ์ที่ใช้งานของ user เป็นต้นโดย Microsoft 365 Defender มีองค์ประกอบ 4 ส่วนดังนี้

  • Microsoft Defender for Endpoint – เป็นเครื่องมือที่ตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามที่ระดับอุปกรณ์ (Endpoint) ขั้นสูง โดยจะทำงานต่อยอดจาก Microsoft Defender Antivirus เช่น การใช้ Machine Learning เพื่อมาช่วย Zero day attack, การหยุดสกัด มัลแวร์บนอุปกรณ์ที่โดนโจมตี ไม่ให้ขยายวงกว้าง ลุกลามต่อไปยังเครื่องอื่นๆ
  • Microsoft Defender for Office 365 – เป็นเครื่องมือที่ตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามที่ระดับบริการ Office 365 เช่น ป้องกัน Phishing email, ป้องกัน มัลแวร์บน OneDrive, Sharepoint
  • Microsoft Defender for Identity – เป็นเครื่องมือที่ตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติของผู้ใช้งาน เช่นมีการ Login หลายๆ ครั้งไปยังอุปกรณ์ในระบบด้วย user หนึ่งแต่ไม่สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น เป็นต้น
  • Microsoft Cloud App Security – เป็นเครื่องมือที่จะทำงานร่วมกับ Microsoft Defender ที่จะดูแลความปลอดภัยของการใช้งานข้อมูลบน Cloud ยี่ห้ออื่น เช่น Saleforce เป็นต้น

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ :

  1. https://www.microsoft.com/security/blog/2020/12/10/widespread-malware-campaign-seeks-to-silently-inject-ads-into-search-results-affects-multiple-browsers/
  2. https://docs.microsoft.com/en-us/microsoft-365/security/mtp/microsoft-threat-protection?view=o365-worldwide
  3. https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/security/microsoft-365-defender

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ