เปิดตัว OpenAI Privacy Filter โมเดลขนาดเล็กสำหรับกรองข้อมูลส่วนบุคคล รันแบบ Local ได้

OpenAI ได้ออกมาประกาศเปิดตัว OpenAI Privacy Filter ซึ่งเป็น Open-Weight Model ขนาดเล็กสำหรับตรวจจับและปกปิดแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล (PII) ในรูปแบบข้อความได้

Credit: OpenAI

Open AI ระบุว่าโมเดลดังกล่าวนี้เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้าง AI ได้อย่างปลอดภัย โดย Privacy Filter นี้ถูกออกแบบให้สามารถรองรับ Workflow ด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ด้วย Throughput ที่สูง จึงสามารถตรวจสอบเนื้อหา PII ที่ปะปนอยู่ในข้อความแบบ Unstructured ได้อย่างรวดเร็ว และทำการทดแทนเนื้อหาที่ตรวจพบได้ด้วย Label ที่กำหนด

อีกจุดเด่นที่น่าสนใจมากคือโมเดลนี้มีขนาดเล็กมาก และสามารถติดตั้งใช้งานแบบ Local ได้ ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจจับและทดแทนข้อมูลส่วนบุคคลได้ 8 หมวดหมู่ ได้แก่

  • private_person
  • private_address
  • private_email
  • private_phone
  • private_url
  • private_date
  • account_number (เช่น เลขบัญชีธนาคาร, เลขบัตรเครดิต)
  • secret (เช่น รหัสผ่าน และ API Key)

ปัจจุบัน OpenAI ได้เปิดให้ใช้งานโมเดลนี้ได้ภายใต้ Apache 2.0 License ผ่านทาง https://huggingface.co/openai/privacy-filter และ https://github.com/openai/privacy-filter โดยสามารถนำไปทดลองใช้, ปรับแต่ง, ใช้งานเชิงพาณิชย์ และ Fine-Tune ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานได้

ที่มา: https://openai.com/index/introducing-openai-privacy-filter/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

OpenAI เปิดตัว Presence โซลูชัน AI Agent สำหรับองค์กร ยกระดับความน่าเชื่อถือและการควบคุมบนการใช้งานจริง

OpenAI เปิดตัว Presence โซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับใช้ AI Agent ได้อย่างปลอดภัยและอยู่ภายใต้การควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ เพราะปัจจุบันความท้าทายขององค์กรไม่ใช่แค่พิสูจน์ว่าเทคโนโลยี AI ทำงานได้จริงหรือไม่ แต่คือการทำให้ AI Agent มีความน่าเชื่อถือและมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะรับมือกับเวิร์กโฟลว์ที่มีมูลค่าสูงบนการใช้งานจริง

ทดสอบเร็วขึ้น 10 เท่า ยกระดับจาก Manual & Script-based สู่ Codeless Test Automation ด้วย Tricentis Tosca

ในยุคที่องค์กรต้องเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ความเร็วในการพัฒนาซอฟต์แวร์กลายเป็นหัวใจสำคัญ องค์กรส่วนใหญ่กลับต้องเผชิญกับ “คอขวด” (Bottleneck) ในกระบวนการทดสอบระบบ (Software Testing) เมื่อวิวัฒนาการของการทดสอบระบบเดินทางมาถึงจุดที่แนวทางแบบเดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป