OpenAI เพิ่มฟังก์ชัน Search ใน ChatGPT เตรียมชิงบัลลังก์ Google เร็ว ๆ นี้

เมื่อวานนี้ OpenAI ได้เพิ่มฟังก์ชันสืบค้น (Search) ในหลากหลายรูปแบบเข้าไปในโมเดล ChatGPT แล้ว โดยจะไม่ได้แยกออกมาเป็นอีกเครื่องมือหรืออีกผลิตภัณฑ์แล้ว เตรียมแข่งขันชิงบัลลังก์กับ Google หลังจากนี้

Google ของ Alphabet นั้นได้เป็นเจ้าตลาดระบบสืบค้นข้อมูล (Search) มาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามแข่งขันของ Bing จาก Microsoft รวมทั้งสตาร์ตอัปหน้าใหม่อย่าง Perplexity ที่เป็นแชทบอท AI สำหรับสืบค้นข้อมูลเชิงลึกที่หนุนโดย Amazon และ NVIDIA 

อย่างไรก็ดี อาจยังเรียกว่าห่างไกลจากส่วนแบ่งตลาดของ Google ที่แทบทั้งโลกใช้งาน 

หากแต่หลังจากนี้อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว โดยล่าสุด OpenAI ได้ประกาศเพิ่มฟังก์ชัน Search เข้าไปใน ChatGPT แชทบอทยอดนิยมที่มีผู้เข้าใช้งานทั่วโลกเติบโตเร็วที่สุด 100 ล้านบัญชีภายใน 2 เดือน ซึ่งอาจจะสามารถดึงส่วนแบ่งตลาด Search จาก Google ไปได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดย Search บน ChatGPT จะสามารถประมวลผลเป็นภาษาธรรมชาติแล้วให้ผลลัพธ์เป็นคำตอบที่คัดสรรมาแล้วพร้อมกับแหล่งที่มาอ้างอิงได้อย่างชัดเจน แทนที่จะเป็นแบบลิสต์ที่ใช้งานบน Google ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถคลิกไปดูแหล่งที่มาต้นทาง พร้อมกับสามารถถามตอบ Follow-up เพื่อพูดคุยในเชิงลึกในหัวข้อนั้น ๆ ต่อได้เลยอีกด้วย 

เบื้องหลังของ Search บน ChatGPT นั้นคือเวอร์ชัน Fine-Tuned ของ GPT-4o โดยต่อยอดจาก SearchGPT ที่ทดสอบในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้ที่ใช้งาน ChatGPT Plus และ Team จะสามารถเข้าถึงได้แล้ว ส่วนในเวอร์ชัน Enterprise และ Edu สำหรับภาคการศึกษาจะสามารถเข้าถึงได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ รวมทั้งเวอร์ชันฟรีที่จะเริ่มทยอยใช้งานได้ในเดือนถัด ๆ ไป

เรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดของ ChatGPT จาก OpenAI ที่น่าสนใจ ซึ่ง Search ที่คนทั้งโลกใช้งานในรูปแบบของลิสต์จาก Google มาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนานนั้นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้ตรงกับความต้องการใช้งานที่กำลังจะเปลี่ยนไปในเร็ว ๆ แล้ว ก็เป็นได้

ที่มา: 

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

ค่าใช้จ่าย AI ต่อพนักงานในกลุ่มบริษัทชั้นนำลดลงเกือบ 10% แม้การใช้งานยังโตต่อเนื่อง

ข้อมูลการใช้จ่ายจาก Ramp ผู้ให้บริการด้าน Payment ในระดับองค์กร ครอบคลุมลูกค้ากว่า 70,000 แห่ง ชี้ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในเดือนสิงหาคม โดยมีลูกค้า Ramp เพียง 56% …