นักวิจัยจาก MIT คิดค้นเซนเซอร์ใช้ใต้น้ำได้โดยไม่ต้องมีแบตเตอรี่

นักวิจัยจาก MIT ได้เผยถึงการคิดค้นเซนเซอร์ที่สามารถใช้ใต้น้ำ เช่น วัดอุณหภูมิ ติดตามชีวิตใต้น้ำหรืออื่นๆ ทั้งนี้กระบวนการเหล่านั้นทำได้โดยไม่ต้องติดแบตเตอรี่ให้

credit : Techcruch

หลักการก็คือนักวิจัยได้ใช้คลื่นเสียงในการสื่อสาร โดยภาคตัวส่งนั้นได้นำส่งพลังงานไปพร้อมๆ กันเพียงพอที่ตัวรับจะใช้สะท้อนสัญญาณกลับมาหรือไม่ก็ได้ ให้ตีความได้ในลักษณะไบนารี่ (1 และ 0) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพลังงานที่ต้องใช้จะเกิดจากภาคส่งอย่างเดียวเท่านั้น อันที่จริงแล้วกลไกภายในก็คือการใช้ Piezoelectric Resonator ที่เราใช้ในไมโครโฟนกันมาเป็นร้อยปีแล้วนั่นเอง (เป็นชุดวงจรที่ออกแบบมาทำงานด้านเสียง) เพื่อตอบสนองคลื่นเสียงหรือรักษารูปร่างของการสะท้อนให้เหมาะตามอุปกรณ์เซนเซอร์ที่เราจะใช้

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อไปนักวิจัยหวังว่าจะปรับปรุงให้ทำงานได้ไกลขึ้นหรือทำงานร่วมกับเซนเซอร์ชนิดอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการฝ่าข้อจำกัดที่มีนัยสำคัญมากทีเดียวต่ออนาคตของ IoT กับเรื่องใต้น้ำครับ สามารถชมวีดีโอสาธิตได้ด้านล่างครับ

ที่มา :  https://techcrunch.com/2019/08/20/mit-develops-a-sensor-that-can-work-underwater-without-a-battery-and-send-back-data/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

บริษัท ลีโอกัส จำกัด สร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมองค์กร เปิดตัว AILEO “Human Digital™” นิยามใหม่ของ AI สำหรับธุรกิจ [PR]

โลกธุรกิจกำลังก้าวผ่านขีดจำกัดเดิมของการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความเร็วในการทำงาน แต่สำหรับองค์กรส่วนใหญ่ นวัตกรรมเหล่านี้ยังถูกจำกัดกรอบเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ หรือผู้ช่วยตอบคำถามเบื้องต้นที่ไร้ชีวิตชีวา ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เรียกร้องการตอบสนองที่รวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง องค์กรระดับ …

พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ เผยองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มี Machine และ AI Identity  แซงหน้ามนุษย์ในอัตรา 111 เท่า [PR]

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ agentic AI ก่อให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแลภัยคุกคามที่ระบบป้องกันแบบเดิมไม่สามารถครอบคลุมได้ ปัจจุบัน ‘Identity’ ได้กลายเป็นช่องทางการโจมตีอันดับหนึ่ง แซงหน้าการโจมตีด้วยมัลแวร์ขององค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปแล้ว ความท้าทายนี้ได้เปลี่ยนแปลงภาพรวมด้านภัยไซเบอร์ไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก Machine และ AI Identity ในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่าจำนวนพนักงานในองค์กรถึง …