[PR] ไมโครซอฟท์ประกาศกลยุทธ์ใหม่เพื่อพลิกโฉมเสริมศักยภาพ และขยายตลาดให้พันธมิตรบรรลุผลสำเร็จที่ดียิ่งขึ้น

พร้อมมอบรางวัลพันธมิตรไทยในงาน FY18 Microsoft Thailand Inspire 

C

กรุงเทพฯ 24 พฤศจิกายน 2560 – บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ฉลองความสำเร็จพันธมิตรธุรกิจ ในงาน FY18 Microsoft Thailand Inspire  ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ พร้อมมอบรางวัล Microsoft Thailand Partner Award 2017 จำนวน 5 สาขา ให้แก่คู่ค้าที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างโดดเด่นในยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “One Commercial Partner” เพื่อช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมพันธมิตรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดในการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล

ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันให้กับธุรกิจทั่วโลก ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการทางธุรกิจด้วยดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับ 4 มิติหลัก คือ การเสริมศักยภาพให้กับพนักงาน การยกระดับการเข้าถึงและให้บริการลูกค้า การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพลิกโฉมผลิตภัณฑ์และบริการ

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจองค์กร ขนาดกลาง ขนาดย่อม และบริหารพันธมิตร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังปรับตัวในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบยี่สิบปี การขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าในยุคการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลทำให้เกิดโอกาสทางการตลาดทั่วโลกมูลค่าสูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยโอกาสที่มากมายขนาดนี้ พันธมิตรของเราได้เริ่มมีการปรับตัว ปรับองค์กรเพื่อเพิ่มความสามารถและโอกาสที่จะขยายตลาดได้มากที่สุด ในปีนี้ไมโครซอฟท์จึงให้ความสำคัญกับการเป็นผู้ช่วยสำคัญในการพัฒนาความสามารถของพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นด้านความเชี่ยวชาญทางการตลาด ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และด้านอื่น ๆ ที่พันธมิตรต้องการ นอกจากนั้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการตอบสนองลูกค้า ทั้งกลุ่มองค์กรและกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไมโครซอฟท์มีการลงทุนจัดตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อว่า “Worldwide Inside Sales” ใน 4 เมืองหลักทั่วโลก โดยหน่วยงานนี้ประกอบด้วยทีมงานในด้านต่าง ๆ ที่จะให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าของไมโครซอฟท์ ตั้งแต่สร้างความรู้จักสินค้าและโซลูชั่นใหม่ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ สร้างความเข้าใจในธุรกิจและนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเราจะทำงานร่วมกันกับพันธมิตรเพื่อสร้างความพอใจในการนำเอาเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ไปปรับใช้ในธุรกิจ และพันธมิตรสามารถสร้างการโอกาสทางการตลาดอื่นๆ กับลูกค้านั้น ๆ ได้

ไมโครซอฟท์มีความภูมิใจที่เราได้มีการนำพันธมิตรให้เป็นจุดศูนย์กลางในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “One Commercial Partner” ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก คือ 1) การร่วมพัฒนาศักยภาพของพันธมิตรทั้งเชิงเทคนิคและการตลาด สนับสนุนการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา เสริมโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ 2) การทำการตลาดแนวใหม่โดยเน้นที่ลูกค้าเป็นหลัก ด้วยการช่วยวิเคราะห์หากลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมและเทคนิคที่จะใช้เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนั้น และ 3) การร่วมขายกับทีมผู้เชี่ยวชาญในความต้องการของลูกค้านั้นๆ ทั้งหมดนี้ไมโครซอฟท์จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมและความร่วมมือ พร้อมสานวัฒนธรรมการทำงานที่คำนึงถึงพันธมิตรเป็นสำคัญ เพื่อทำให้พันธมิตรบรรลุผลสำเร็จในการขับเคลื่อนลูกค้าให้พร้อมรับการปฏิรูปธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ”

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญกับพันธมิตรเป็นอันดับหนึ่ง พันธกิจของเรา คือ การเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและองค์กรบนโลกประสบความสำเร็จได้มากกว่า และพันธมิตรก็เป็นส่วนที่ทำให้เราบรรลุพันธกิจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นได้จากการที่เราดำเนินธุรกิจกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ผ่านการขยายเครือข่ายพันธมิตรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไมโครซอฟท์จึงคำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเน้นย้ำการสร้างวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรที่แข็งแกร่งซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี ทั้งการสร้างความแตกต่างในการทำงาน สนับสนุนการริเริ่มสร้างสรรค์ พร้อมรับความเสี่ยงมาพัฒนาเป็นโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานอันมั่นคงในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตร เพื่อสร้างทรัพย์สินและองค์ความรู้ร่วมกันพร้อมตอบโจทย์ลูกค้า และเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน ทั้งยังช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างไม่สิ้นสุด”

สำหรับในปี 2560 นี้ ไมโครซอฟท์มอบรางวัลใน 5 สาขา แก่พันธมิตรจำนวน 4 องค์กร โดยใช้เกณฑ์หลายด้านประกอบกันในการตัดสิน อาทิ ความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของไมโครซอฟท์ การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและโซลูชั่นไปสู่คลาวด์ การผสมผสานเทคโนโลยีคลาวด์ในการให้บริการลูกค้า การให้บริการคลาวด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ยอดจำหน่ายสินค้า ความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในเกณฑ์สูงและมีความต่อเนื่อง  เป็นต้น

บริษัทที่ได้รับรางวัล Microsoft Thailand Partner Award 2017 ทั้ง 5 สาขา ได้แก่

  1. รางวัล Microsoft Enterprise Business Solution of the year 2017 ได้แก่ บริษัท เอ็มเวิร์จ จำกัด ในเครือของกลุ่มบริษัท G-ABLE
  2. รางวัล Microsoft SMB Business Solution of The Year 2017 ได้แก่ บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด
  3. รางวัล Microsoft Distribution Partner of The Year 2017 ได้แก่ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  4. รางวัล Microsoft Cloud Solution Partner of The Year 2017 ได้แก่ บริษัท ไรป์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
  5. รางวัล Microsoft Value Added Reseller Partner of The Year 2017 ได้แก่ บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด

###

ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์

บริษัท ไมโครซอฟท์ ผู้นำระดับโลกในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่มุ่งเสริมประสิทธิภาพการสร้างสรรค์ในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ทุกคนและทุกองค์กรทั่วโลกให้บรรลุผลสำเร็จทีดียิ่งกว่า

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ทางศูนย์ข่าวสารประเทศไทยhttp://news.microsoft.com/th-th/ และทวิตเตอร์ @MicrosoftTH

About TechTalkThai PR 2

Check Also

เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ [PR]

เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล …

ก้าวข้ามการลงทุน AI: หัวเว่ยชี้แนวทางสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของไทยในยุค AI [PR]

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถต่อยอดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กลายเป็นความสามารถในการใช้ AI ที่สร้างประโยชน์ได้จริงต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโดยรวมได้อย่างไร