.Net Framework หลายเวอร์ชันกำลังจะหมดอายุในปี 2022

Microsoft ได้ประกาศหยุดการดูแลและออกแพตช์ให้ .NET Framework หลายเวอร์ชันในอีก 1 ปีหลังจากนี้

Credit: Microsoft

.NET Framework ที่อยู่ในรายการหมดอายุคือ 4.5.2, 4.6 และ 4.6.1 ในวันที่ 26 เมษายนปี 2022 ซึ่งหลังจากนั้นจะไม่มีการอัปเดตด้านความมั่นคงปลอดภัยหรือให้ความดูแลด้านเทคนิคอีกต่อไป โดย Microsoft ได้แนะนำให้ผู้ใช้งานอัปเกรตเป็นเวอร์ชัน 4.6.2 ขึ้นไปเพื่อไปต่อ และสำหรับนักพัฒนาที่ใช้งาน .NET เวอร์ชันเก่า (4-4.6.1) สามารถอัปเดตเฉพาะ Runtime ในแอปได้ เพราะสว่นใหญ่ไม่น่าจะกระทบอะไรมากนัก ทั้งนี้มีเพียงเวอร์ชัน 4.6 ที่มาพร้อมกับ Windows 10 Enterprise LTSC เท่านั้นที่จะได้ไปต่อถึงตุลาคมปี 2025 

อย่างไรก็ดีทั้งหมดเป็นสาเหตุมาจากเรื่องของ SHA-1 ที่ .NET Framework เหล่านั้นใช้ทำ Digital Signed ซึ่งเป็นที่รับรู้กันมาสักพักใหญ่แล้วว่ามีช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัย 

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-announces-end-of-life-for-multiple-net-framework-versions/


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ปกป้องข้อมูลและกู้สถานการณ์จาก Ransomware โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM FlashSystem Cyber Vault

ทุกวันนี้ การรับมือกับ Ransomware ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กรไปแล้ว และแน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาโซลูชันระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะ Enterprise Storage เองต่างก็ได้มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

[Video] รู้จักโซลูชัน IBM FlashSystem Cyber Vault: ปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจจาก Ransomware แบบอัตโนมัติ

ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้ IBM FlashSystem Cyber Vault ในการรับมือกับ Ransomware ในแบบอัตโนมัติได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการ ต่อยอดจากการใช้เพียง IBM FlashSystem และ IBM Safeguarded Copy เพื่อปกป้องข้อมูล Snapshot จากการถูกโจมตีเพียงเท่านั้นได้