วิศวฯ เกษตรเผยวิสัยทัศน์ พัฒนา Private Cloud ด้วย Nutanix สร้างนักศึกษายุค 4.0

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เขมะฑัต วิภาตะวนิช รองคณะบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารองค์กร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์ของคณะวิศวฯ ในการพัฒนาระบบ Private Cloud เพื่อใช้ภายในองค์กร และรองรับการต่อยอดเพื่อผสานองค์ความรู้ระหว่างภาควิชาและคณะต่างๆ ได้มากขึ้น มุ่งสร้างบุคลากรตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 ให้ได้ในบทบาทของมหาวิทยาลัย ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอนำมาสรุปให้ได้อ่านกันดังนี้ครับ

 

เทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจของทุกธุรกิจ การเปิดให้อาจารย์และนักศึกษาเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้จึงกลายเป็นประเด็นที่สำคัญขึ้นมาเป็นอย่างมาก

ด้วยการที่เทคโนโลยีนั้นจะกลายเป็นศูนย์กลางของทุกๆ ธุรกิจแห่งอนาคตในแทบทุกสาย ทุกคณะในมหาวิทยาลัยจึงต้องเริ่มปรับตัวเพื่อเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาให้มากขึ้น และสามารถสร้างหรือพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองขึ้นมาให้ได้ การทำให้อาจารย์และนักศึกษาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้มากที่สุดจึงกลายเป็นหนทางในการเตรียมความพร้อมสู่ประเทศไทย 4.0 ได้เป็นอย่างดี

ด้วยแนวคิดนี้ ทำให้ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เตรียมวางแผนมาเป็นระยะเวลานานในการวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน IT เพื่อให้เหล่าอาจารย์และนักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ตั้งแต่การวางระบบเครือข่ายเชื่อมต่อระหว่างอาคารด้วยความเร็วระดับ 10-20Gbps, การให้บริการระบบเครือข่ายไร้สาย จนในที่สุดก็ก้าวมาสู่การพัฒนาระบบ Private Cloud เพื่อให้บริการเครื่องแม่ข่ายสำหรับใช้ในการเรียนการสอน, การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกันได้อย่างอิสระ ทั้งสำหรับภายในคณะวิศวฯ เองและคณะอื่นๆ ด้วยก็ตาม

อีกประเด็นสำคัญที่ทางคณะวิศวฯ ม.เกษตรให้ความสำคัญค่อนข้างมาก ก็คือประเด็นของลิขสิทธิ์การใช้งาน Software ที่ถูกผลักดันให้กลายเป็นการซื้อลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องมาเพื่อให้บริการ และมีระบบในการส่งลิขสิทธิ์ให้ผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องด้วยนั่นเอง

 

เปลี่ยนมุมมอง จาก IT ที่เป็นเทคโนโลยี ให้กลายเป็นบริการแทน Cloud จึงกลายเป็นหนทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อตอบสนองต่อบทบาทของระบบ IT ที่จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต รูปแบบการจัดซื้อและดูแลรักษาระบบ IT ของทางคณะก็ได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องมีการดูแลรักษาด้วยตัวเองทั้งหมด ก็มีการทำ Maintenance กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการรายต่างๆ เพื่อ Outsource ภาระหน้าที่ตรงนี้ออกไป ทำให้ทางคณะสามารถมุ่งเน้นไปที่การวางนโยบายเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมในด้านการศึกษาให้ดีขึ้นได้ เพื่อให้การสนับสนุนอาจารย์และนักศึกษาสู่ยุคประเทศไทย 4.0 และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาให้ได้ แทนที่จะต้องเสียเวลามาคอยดูแลรักษาเอง

ในมุมของการจัดซื้อและจัดหาระบบ IT ให้กับอาจารย์และนักศึกษารายต่างๆ เองก็ถูกเปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นบริการด้วยเช่นกัน การจัดทำระบบ Private Cloud ขึ้นมาครั้งนี้จึงถือเป็นหัวใจสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทำให้งานวิจัยหรือการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ ที่ต้องการระบบแม่ข่ายเพื่อใช้งาน Software ต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างยืดหยุ่น โดยเฉพาะเมื่องบสนับสนุนงานวิจัยได้ตัดส่วนของการลงทุนทางด้าน IT ออกไปหมดแล้ว

ปัจจุบันทางคณะได้เริ่มสร้างบริการ Cloud ในลักษณะของ IaaS และ PaaS ขึ้นมาแล้วด้วย Nutanix จำนวน 7 Node พร้อม Nutanix AHV ระบบ Hypervisor และ Nutanix Prism ระบบบริหารจัดการที่พร้อมสำหรับการทำ Software-defined Data Center (SDDC) ได้เลยในตัว อีกทั้งยังสามารถแยกระบบเพื่อแบ่งทรัพยากรสำหรับทำ Production และ Testing ได้ โดยในอนาคตก็มีแผนที่จะทำ SaaS ด้วยการนำเทคโนโลยี VDI มาใช้ต่อยอดบนระบบ Cloud เหล่านี้ เพื่อให้บริการ Virtual Desktop พร้อมๆ กับ Software ให้ผู้ใช้งานได้เลย แนวทางนี้จะช่วยให้การทำ Consolidation ภายในองค์กรเป็นจริงขึ้นมาได้ และช่วยให้การบริหารจัดการระบบต่างๆ เป็นไปได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นในระยะยาว พร้อมกับช่วยลดความซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในการลงทุน

แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนกลยุทธ์มาในลักษณะนี้ ก็ทำให้การต่อ MA ของเทคโนโลยีต่างๆ ที่เคยลงทุนมาถือเป็นสิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้อีกเลยในการลงทุนแต่ละปี ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมงบประมาณในส่วนนี้เอาไว้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเลือกใช้เทคโนโลยีต่างๆ ก็ต้องมองถึงการดูแลรักษาในระยะยาวให้ได้มากขึ้น ดังนั้นการเลือกใช้งานเทคโนโลยีที่ดูแลรักษายาก และต้องใช้ทักษะสูงอย่างระบบ Open Source จึงต้องถูกพิจารณามากขึ้นในอนาคต

 

Private Cloud ภายในมหาวิทยาลัย จะกลายเป็นศูนย์กลางของการสร้างนวัตกรรมด้วยการนำศาสตร์หลายด้านมาผสานกัน

ทางคณะวิศวฯ มองว่าการสร้างนวัตกรรมสำหรับยุคประเทศไทย 4.0 นี้ ต้องอาศัยการผสานองค์ความรู้จากหลายๆ สายมารวมกัน แต่ส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้แน่ๆ ในแทบทุกโครงการก็คือการพัฒนาระบบ Application ดังนั้นระบบ Private Cloud ภายในมหาวิทยาลัยในลักษณะนี้จึงจะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีการลงทุนซ้ำซ้อนเรื่อยๆ และด้วยการที่ทางคณะวิศวฯ เองมีระบบ Private Cloud ให้ใช้งานนี้ก็ทำให้สามารถเกิดการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ 4 รูปแบบ

  • ทำให้นักศึกษาภายในคณะวิศวฯ ไม่ว่าจะภาคใดก็ตาม สามารถใช้หัดพัฒนา Application เองได้
  • ทำให้นักศึกษาและอาจารย์ภายในคณะ สามารถใช้ทรัพยากรเพื่องานวิจัยได้ ซึ่งงานวิจัยในฝั่ง Simulation, AI และ Big Data จะเติบโตเป็นอย่างมากในอนาคต
  • ทำให้นักศึกษาและอาจารย์ระหว่างภาควิชาภายในคณะวิศวฯ สามารถร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาได้
  • ทำให้นักศึกษาและอาจารย์ระหว่างคณะวิศวฯ และคณะอื่นๆ สามารถร่วมมือกันเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทั้งเหล่าคณาจารย์และนักศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สามารถติดต่อเพื่อขอใช้ทรัพยากรบนระบบ Private Cloud นี้ได้ทันที

 

เผยอนาคต อยากให้นักศึกษาเลือกเรียนในวิชาที่ตนเองอยากเรียนได้เลย ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยความเป็นภาควิชาอีกต่อไป

แนวคิดหนึ่งที่ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังพูดคุยกันอยู่ถึงความเป็นไปได้ในอนาคต คือการเปิดให้นักศึกษาสามารถเข้ามาเรียนได้โดยไม่ต้องเลือกภาควิชา แล้วใช้วิธีการว่าให้เลือกเรียนในวิชาที่ต้องการเอาเอง จนตอนเรียนจบค่อยนำหน่วยกิตต่างๆ มาดูว่าจะได้วุฒิของภาควิชาใดบ้าง แทนที่จะต้องเลือกภาควิชามาแต่แรกเลย

แนวคิดนี้ถูกนำมาพูดคุยเนื่องจากแนวโน้มในอนาคตนั้น ทางคณะมองว่าบุคลากรในอนาคตนั้นจะต้องมีความรู้ในศาสตร์ต่างๆ มากกว่า 1 ด้าน ไม่เช่นนั้นอาจไม่สามารถแข่งขันได้ในอนาคต การเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนมาเป็นลักษณะนี้แทนก็ทำให้นักศึกษา 1 คนสามารถเลือกเรียนเนื้อหาจากหลากหลายภาควิชาได้ในระหว่างการศึกษา รวมถึงยังจะทำให้นักศึกษารู้กันระหว่างภาควิชากันมากขึ้น เกิดโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้นไปด้วยในตัว

 

ก็ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจไม่น้อยครับ กับการขยับตัวของภาคการศึกษาไทยในการรับมือกับยุคสมัยของประเทศไทย 4.0


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Zoom มีกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565

สถานการณ์ COVID-19 ช่วยเพิ่มปริมาณงานให้ Zoom มากขึ้นกว่าที่เคยเป็น ส่งผลให้หุ้นของบริษัทปรับเพิ่มขึ้น 15% จากการซื้อขายระยะยาว ผลพวงมาจากการเดิมพันเพื่อความอยู่รอดในระดับองค์กรด้วยรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Working ที่ขับเคลื่อนบน Zoom Video Communications

[Guest Post] Cloud HM พร้อมดูแลทั้งระบบ Cloud, OS และ App ของคุณแล้ววันนี้ ด้วยบริการ Anywhere Managed Services

Cloud HM ผู้เชี่ยวชาญด้าน Multi Cloud และเป็น 1 ใน Top 3 ของผู้ให้บริการ Cloud ในประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวบริการ Anywhere …