แนะนำ Kinetic Open Storage Project – Hard Drive ที่ทำงานแบบ Key-Value ผ่าน Ethernet รองรับความต้องการของ Cloud

kinetic_open_storage_project

Kinetic นี้เดิมเป็น Hard Drive ที่ถูกพัฒนาโดย Seagate โดย Drive และละลูกจะมี Controller ที่เชื่อมต่อกับ Ethernet ได้เป็นของตัวเอง เพื่อให้ Application ต่างๆ มาเรียกข้อมูลที่เก็บอยู่ในแบบ Key-Value ได้ผ่าน API ทำให้สามารถ Offload การประมวลผลต่างๆ ออกจากฝั่ง Server ไปได้ค่อนข้างมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของ Application ดีขึ้น ในขณะที่ยังสามารถ Scale ได้อย่างง่ายดาย

kinetic_open_storage_drive

แต่ในปัจจุบันนี้ Seagate ได้ประกาศ Open Source สำหรับโครงการ Kinetic แล้วภายใต้ชื่อ Kinetic Open Storage Project และเป็นส่วนหนึ่งของ Linux Foundation เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ถูกผลักดันอย่างจริงจังในอุตสาหรกรรม Storage และ Software ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่ๆ อย่าง NetApp, Red Hat, Dell, Cisco และอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งอย่าง Toshiba และ Western Digital ลงมาร่วมพัฒนาโครงการนี้ด้วยกัน อีกทั้งโครงการ Open Source ชื่อดังอย่าง OpenStack ในส่วนของ Swift เองก็ยังสามารถทำงานร่วมกับ Kinetic ได้แล้ว รวมถึงผู้ผลิต Server อย่าง Supermicro ก็มีการทำ Chassis มารองรับ Kinetic Device โดยเฉพาะแล้วเช่นกัน

kinetic_architecture

ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายของ Kinetic Device นี้คือระบบที่มีการใช้งาน Object Storage ขนาดใหญ่อย่างเช่น Google, Facebook, Twitter และระบบที่มีการใช้งาน Distributed File Systems (HDFS, Lustre, GlusterFS) และ Distributed Database (Cassandra) แต่คงยังไม่สามารถทดแทน NAS หรือ SAN ระดับองค์กรได้ในเร็ววันนี้

ที่มา: http://www.infostor.com/disk-arrays/disk-drives/one-to-watch-kinetic-ethernet-based-storage-platform-1.html 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ปลดล็อก Disaster Recovery แบบเดิม ด้วย IBM FlashSystem และ Storage Defender ที่เพิ่มความต่อเนื่องให้ธุรกิจในยุค Ransomware โจมตีทุกทิศทาง

ปัจจุบันโจทย์สำคัญของผู้นำองค์กรและทีมไอทีไม่ได้อยู่ที่ว่าระบบจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์หรือไม่ แต่คำถามจริง ๆ คือเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น องค์กรจะสามารถกู้คืนระบบสำคัญให้กลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้รวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางสมรภูมิ Ransomware ที่มีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน ผลกระทบจาก Downtime ไม่ได้ประเมินกันแค่ชั่วโมงการทำงานที่เสียไป แต่คือความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงทางธุรกิจที่ประเมินค่าได้ยาก

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Flash TTS และ Flash-Lite TTS โมเดลสร้างเสียงพูดที่ออกแบบเสียงเองได้

Google เปิดตัวโมเดล text-to-speech ใหม่ 2 ตัวในตระกูล Gemini ได้แก่ Gemini 3.8 Flash TTS และ Gemini 3.8 …