รู้จักเทคโนโลยี Cisco IOx: Platform IoT สำหรับพัฒนา Fog Application จาก Cisco

Cisco ได้ประมาณการณ์เอาไว้ว่าภายในปี 2020 ทั่วโลกเราจะมีอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) Device มากกว่า 50,000 ล้านอุปกรณ์ทั่วโลกที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต และจะสร้างข้อมูลปริมาณกว่า 2 Exabyte ในแต่ละวัน การควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดและประมวลผลข้อมูลแบบ Centralized จึงเป็นแนวทางที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ การออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Distributed สำหรับการควบคุมและประมวลผลระบบ IoT โดยเฉพาะอย่าง Fog Computing จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น และ Cisco ก็ตอบโจทย์นี้ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยี Cisco IOx นั่นเอง

 

รู้จักกับ Fog Computing: การกระจายพลังประมวลผลสู่ระดับ Edge

cisco_fog_app_characteristics

ด้วยปริมาณข้อมูลที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาลจากการมาของเทคโนโลยี IoT ถ้าหากองค์กรต่างๆ จะตอบรับการมาของเทคโนโลยีนี้ด้วยการออกแบบระบบแบบ Centralized ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Traffic ปริมาณมหาศาลจากอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนมาก, ปริมาณ Bandwidth และการเชื่อมต่อที่ต้องใช้, การจัดการปัญหากรณีระบบเครือข่ายมีปัญหา, การเรียกดูข้อมูลแบบ Real-time ภายในแต่ละสาขาขององค์กรที่ติดตั้งอุปกรณ์ IoT อยู่ รวมถึงการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลเหล่านี้ที่ศูนย์กลาง

แนวทางของการทำ Fog Computing จึงเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาเหล่านี้โดยการกระจายหน่วยประมวลผลออกไปเป็นแบบ Distributed ที่บริเวณ Edge ของระบบเครือข่าย เพื่อทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT สำหรับทำการบริหารจัดการและรวบรวมประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมด และทำการแสดงข้อมูลเป็นระบบ Analytics ชั้นต้นก่อนจะส่งข้อมูลที่ย่อยแล้วเหล่านี้ไปทำการวิเคราะห์ต่อที่ระบบ Big Data Analytics ที่ศูนย์กลาง ซึ่งนอกจากจะทำให้การทำงานต่างๆ สามารถทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นและไม่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud อยู่เสมอแล้ว ปริมาณข้อมูลที่จะถูกจัดเก็บบน Cloud ก็จะน้อยลงอีกด้วย

ทั้งนี้การจะทำ Fog Computing ให้สำเร็จได้นั้น ก็ต้องอาศัยสถาปัตยกรรมระบบและเครือข่ายที่แตกต่างไปจากแต่ก่อน ซึ่งทาง Cisco เองก็ได้เสนอสถาปัตยกรรม Cisco IOx ขึ้นมาตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ

 

Cisco IOx: ผสาน Networking, Computing, Storage ใน Fog Layer

cisco_iox_paradigm_shift

จากเดิมที่การออกแบบระบบต่างๆ นั้นเคยต้องแยก Network, Compute และ Storage ออกจากกัน ใน Cisco IOx นั้นได้รวมเอาทั้ง 3 ส่วนไว้ใน Fog Layer เพื่อให้สามารถจัดเก็บข้อมูล, ประมวลผล และส่งต่อข้อมูลต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนภายในระบบเดียว

cisco_iox

ภายในแต่ละ Fog Node ที่อาจจะต่อยอดมาจาก Router, Switch หรืออุปกรณ์อื่นๆ นั้น นอกเหนือจากบริการที่เป็นความสามารถพื้นฐานของอุปกรณ์เองแล้ว ก็จะมีการติดตั้ง Application ลงไปทั้งในรูปแบบของ Virtual Machine, Container, Java Application หรือ Python Script โดยสามารถบริหารจัดการ Application เหล่านี้ด้วย Cisco Application Hosting Framework (CAF) ในขณะที่การบริหารจัดการระดับภาพรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดนั้นก็จะสามารถทำได้ผ่าน Fog Director

cisco_iox_architecture

 

การนำ Fog Computing ไปใช้งานในการทำ Digital Transformation

บทบาทหลักๆ ของการทำ Fog Computing ก็จะอยู่ในระบบ Internet of Things (IoT) ที่มีการกระจายตัวของอุปกรณ์อยู่ตามสถานที่ต่างๆ นั่นเอง โดยการนำไปใช้งานนี้อาจจะเป็นเพื่อใช้เสริมการประมวลผลภายแบบ Local, การเพิ่มความทนทานของระบบให้สูงขึ้น, การเพิ่มความคล่องตัวในการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการเพิ่มความคุ้มค่าให้แก่ระบบมากขึ้นในระยะยาวนั่นเอง

ในสายการผลิตในโรงงานต่างๆ Fog Computing ก็จะเข้ามามีบทบาทในการแปลงระบบ SCADA เดิมให้กลายเป็น IoT ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ยังคงมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนการวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละโรงงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ในแง่ธุรกิจของ Mobile Operator เองนั้นการบริหารจัดการและติดตามอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะสามารถทำได้ง่าขขึ้น ส่วนธุรกิจพลังงานเองนัค้นการติดตามและควบคุมการทำงานอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะทำได้โดยอาศัยการเชื่อมต่อเครือข่ายได้น้อยลง เป็นต้น

 

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถทำการศึกษาเพิ่มเติมได้ทันทีที่ https://developer.cisco.com/site/iox/ เลยนะครับ

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …