สัมภาษณ์คุณ Mark Rachelski แห่ง aCommerce กับการตัดสินใจเลือกใช้ AWS ตอบโจทย์ธุรกิจระดับนานาชาติ

ในงาน AWS Summit Bangkok ที่ผ่านมา ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ Mark Rachelski, Chief Architect & Director of Platform Development แห่ง aCommerce เกี่ยวกับข้อดีในการใช้ระบบ Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบ E-Commerce ในระดับภูมิภาค และเทคโนโลยีต่างๆ ที่น่าสนใจ จึงขอสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกันดังนี้

 

รู้จัก aCommerce กันก่อน

aCommerce เป็น Market Leader 4 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย ที่ให้บริการกับแบรนด์ใดๆ ก็ตามที่ต้องการขายของออนไลน์ ด้วยการสร้าง E-Commerce ให้, มี Brand Commerce ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการสินค้าในร้านค้าออนไลน์ทั่วทวีปได้, สามารถยิงโฆษณาไปยัง Marketplace ที่เป็นที่นิยมได้, มียังมีระบบ Inventory กลางสำหรับทุกๆ Marketplace ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถทำการขายสินค้าได้ง่าย และยังมี Logistics Infrastructure ขนาดใหญ่เพื่อให้บริการลูกค้าได้ด้วยทั้งแบบ B2C และแบบ B2B พร้อมเทคโนโลยีบริหารจัดการ Warehouse ด้วยในตัว พร้อมมี Customer Services เรียกได้ว่าเป็นบริการครบวงจรที่จะช่วยให้แบรนด์ใดๆ ก็ตามก้าวเข้าสู่โลกของ E-Commerce ได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยไม่ต้องลงทุนในทุกๆ ระบบเองก็ว่าได้

Credit: aCommerce

 

aCommerce เลือกทำธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ด้วยความน่าสนใจในการเติบโตระยะยาว

ทาง aCommerce มองว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้เป็นตลาดที่น่าสนใจและอยากลงทุนต่อไปในระยะยาว อีกทั้งยังมีความท้าทายที่น่าสนใจ เพราะแต่ละประเทศก็มีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะการจ่ายเงินสดเมื่อของไปส่ง ถือเป็นพฤติกรรมที่แปลกทีเดียว ในขณะที่การใช้งานบัตรเครดิตเองก็ถือว่าต่ำ และบางกรณีก็ยังคงใช้การโอนเงินระหว่างธนาคาร ซึ่งตรงนี้เองก็ถือเป็นความท้าทายที่หาก aCommerce ก้าวผ่านไปได้ก็จะกลายเป็น Barrier ของธุรกิจที่ดีทีเดียว

 

Amazon Web Services บริการ Cloud ที่ aCommerce เลือกใช้เพื่อตอบโจทย์การเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาค

เดิมที aCommerce ก็ได้ทำการประเมินบริการ Cloud จากผู้ผลิตรายต่างๆ มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ตัดสินใจว่าจะใช้งาน Amazon Web Services (AWS) เป็นบริการ Cloud หลัก เนื่องจากมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์ต่อธุรกิจได้ดี, มีความทนทานสูง, มีความสามารถหลากหลาย และยังมีการสนับสนุนการใช้งานที่ดี อีกทั้งบริการต่างๆ ใน AWS เองก็มีให้เลือกใช้งานตามประสิทธิภาพในระดับที่ต้องการได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาคอขวดใดๆ ในระบบ Production ในอนาคต

นอกจากนี้ AWS ยังมี Data Center ให้บริการในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เยอะที่สุด โดยเฉพาะในสิงคโปร์ที่ถือเป็นศูนย์กลางของการทำธุรกรรมในภูมิภาคนี้ รวมถึงยังมีบริการต่างๆ เป็นทางเลือกให้กับทาง aCommerce เยอะที่สุด ทำให้ AWS กลายเป็นตัวเลือกทีเหมาะสมสำหรับ aCommerce ที่มีแผนจะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และขยาย Data Center ได้ตามต้องการอย่างยืดหยุ่น

ตัวอย่างการใช้งาน AWS ของ aCommerce นั้นก็มีอยู่ค่อนข้างหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้ Amazon Redshift ในการทำ Datawarehouse โดยมีการทดลองใช้ HBase ในการเข้าถึงและจัดการกับข้อมูลแทน OLAP ที่ไม่เหมาะกับงานแบบ Write Intensive ทำให้ต้องหันมาใช้ Redshift เพื่อรับข้อมูลจำนวนมหาศาลมาออกรายงานให้กับลูกค้าได้ รองรับทั้งการเขียนข้อมูลแบบ Real-time และ Batch ส่วนในอนาคตก็กำลังพิจารณาใช้งาน HBase และ Map Reduce เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบให้ดีขึ้นอยู่ด้วย เป็นต้น

 

รองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีหลากหลาย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับ aCommerce คืออิสระในการเลือกใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการทำงานได้ โดย AWS นั้นถือว่ามี Ecosystem ที่ใหญ่ นอกจากจะมีเทคโนโลยีของตนเองเป็นจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีโซลูชันต่างๆ จากธุรกิจอื่นๆ มาเชื่อมต่อด้วยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Terraform ที่ทาง aCommerce ใช้ในการทำ Provisioning, Docker ที่ทาง aCommerce ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากบน AWS และอื่นๆ อีกมากมาย

 

IoT และ AI: สองเทคโนโลยีที่ต้องทดลองและเรียนรู้กันต่อไป

ที่ผ่านมา aCommerce มีการใช้งาน Internet of Things (IoT) อยู่แล้วด้วยการพัฒนาโซลูชันสำหรับติดตามสิ่งต่างๆ ผ่านอุปกรณ์พกพาได้ และในอนาคตก็อาจมีการใช้งาน Sensor เพื่อจัดการปรับปรุงค่าใช้จ่ายทางด้าน Operation ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอยู่ด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอให้ภาพรวมการลงทุนเกิดความคุ้มค่าเสียก่อน

สำหรับ Artificial Intelligence (AI) นั้น ในตอนนี้ยังไม่มี Use Case ที่ดีสำหรับ AI ภายใน aCommerce นัก ทำให้ยังไม่ได้นำมาใช้งานจริงจังในระบบ Production แต่ทาง aCommerce ก็ได้เริ่มใช้ Machine Learning กันแล้ว โดยใช้ในการจัดการวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่ของสินค้าที่ต้องส่ง เพื่อตรวจสอบว่าที่อยู่เหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ และควรจะแก้ไขให้ถูกต้องได้อย่างไรโดยอัตโนมัติ ก็ถือเป็นงานสำคัญที่ทำให้การทำงานของ aCommerce มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจริงๆ

 

Time to Market คือหัวใจสำคัญของธุรกิจในปัจจุบัน และ Cloud คือเทคโนโลยีที่จะมาตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี

Time to Market เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจของ aCommerce ที่ได้รับมาจากการเลือกใช้ AWS โดยในปี 2015 ทาง aCommerce ได้มีการแก้ระบบภายในให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Microservices เพื่อให้ Lifecycle ของการพัฒนา Software เป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด การเลือกใช้ Cloud มาคู่กับ Microservices จึงเป็นการเร่งให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพะวงกับกระบวนการการจัดซื้อและขั้นตอนต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับการสั่งซื้อ Hardware อีกต่อไป และทำให้ aCommerce สามารถปรับแต่งแก้ไข หรือนำเสนอบริการใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด

สำหรับในอนาคต aCommerce มองว่าธุรกิจของตนอาจไม่เหมาะกับ Hybrid Cloud มากนัก เนื่องจากยังไม่ค่อยมีลูกค้ารายใดสนใจใช้งาน เพราะการใช้บริการ Public Cloud ล้วนๆ แล้วยังมีความคุ้มค่าสูงกว่า ส่วนการรองรับ Multi-Cloud เองก็ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะผู้ให้บริการ Cloud แต่ละรายก็มีความเข้มแข็งที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ดี AWS ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางสำหรับการ Integrate ระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี

 

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน TechTalkThai ต้องขอขอบคุณทาง aCommerce ที่ให้โอกาสในการพูดคุยครั้งนี้กันด้วยครับ


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Microsoft Exchange Server 2013 จะสิ้นสุดการสนับสนุนปี 2023

ช่วงนี้มีแต่ข่าว ลด ละ เลิก บนผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ครานี้ถึงชะตาของ Exchange Server 2013 จากการประกาศล่าสุดเกี่ยวกับการสิ้นสุดการสนับสนุนซึ่งแจ้งไว้ล่วงหน้าเกือบปีในวันที่ 11 เมษายน 2023 ซึ่งจะเป็นวันสุดท้าย

รีวิว: TP-Link Omada EAP670 AX5400 – Wi-Fi 6 Access Point ระดับ High-end Business รุ่นใหม่

Wi-Fi เป็นหนึ่งในการเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดขององค์กร บทความนี้ TechTalkThai จะมารีวิว Omada EAP670 AX5400 ซึ่งเป็น Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก …