Intel เผยงานวิจัยใหม่ MESO มาแทน CMOS ประหยัดไฟกว่าเดิม 10-100 เท่า

การใช้พลังงานในการประมวลผลที่สูงนั้นกลายเป็นวาระใหญ่ของวงการคอมพิวเตอร์ทั่วโลกไปแล้วในปัจจุบัน และนักวิจัยจาก Intel ร่วมกับ University of California, Berkeley ก็ได้ออกมานำเสนอถึงเทคโนโลยีดด้าน Logic and Memory แบบใหม่ที่สามารถประหยัดพลังงานกว่า CMOS ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ 10-100 เท่า ภายใต้ชื่อเทคโนโลยี MESO

 

Credit: Intel

 

เทคโนโลยีที่ใช้วัสดุแบบ Magnetoelectric & Spin-Orbit หรือเรียกสั้นๆ ว่า MESO นี้มีขนาดที่เล็กกว่า CMOS ถึง 5 เท่า และทำการ Encode เหล่า Logic Bit และ Storage Bit ด้วย Spin State ของ Bismuth-Iron-Oxide ซึ่งเป็นวัสดุแบบ Multiferroic ที่ศาสตราจารย์ Ramamoorthy Ramesh แห่ง UC Berkeley สร้างขึ้นมาเมื่อปี 2001

วัสดุแบบ Multiferroic นี้มีคุณสมบัติเฉพาะพิเศษที่ช่วยสร้าง Quantum Effect ได้ และสามารถควบคุมสถานะของวัสดุเหล่านี้ได้ด้วยการใส่ Voltage ลงไป ซึ่งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature นั้นศาสตราจารย์ Ramesh ก็สามารถลด Voltage ที่ต้องใช้จากเดิม 3 Volt เหลือเพียง 500 Millivolt เท่านั้น และในอนาคตก็อาจลดได้เหลือเพียง 100 Millivolt ตัวเลขเหล่านี้เมื่อเทียบกับ CMOS ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันแล้ว ถือว่าใช้พลังงานได้คุ้มค่ากว่า 10 – 30 เท่าเลยทีเดียว และความหนาแน่นเองก็ยังสูงกว่า CMOS 5 เท่าอีกด้วย

หากจะถามว่าการใช้พลังงานนั้นถือเป็นประเด็นสำคัญแค่ไหน ทาง US Department of Energy ได้ระบุว่าปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ทั่ว่โลกนั้นใช้พลังงานอยู่ที่ 3% และมีแนวโน้มจะเติบโตสูงขึ้นเป็น 20% ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ซึ่งใกล้เคียงกับพลังงานที่ใช้ในการคมนาคมเลยทีเดียว ดังนั้นงานวิจัยที่จะช่วยลดการใช้พลังงานในการประมวลผลจึงถือว่าสำคัญไม่น้อยทีเดียวต่ออนาคตของโลกใบนี้

 

ที่มา: https://www.top500.org/news/uc-berkeley-intel-explore-potential-replacement-for-cmos-technology/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

CISA เตือนช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงสุดบน GitLab ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว แนะนำให้แพตช์โดยด่วน

หน่วยงาน Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ของสหรัฐฯ ออกคำเตือนว่าแฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงสุดบน GitLab ในการโจมตีจริงแล้ว โดยช่องโหว่ดังกล่าวเปิดทางให้ผู้โจมตีที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนสามารถอ่าน credentials และข้อมูลสำคัญออกจากเซิร์ฟเวอร์ได้

Extreme Networks เปิดตัว Agent ONE Coworker AI Agent เชิงรุกสำหรับเครือข่าย แก้ปัญหาเร็วขึ้น 15 เท่า

Extreme Networks ประกาศเปิดให้บริการ Extreme Agent ONE Coworker อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็น AI Agent เจเนอเรชันใหม่สำหรับงานเครือข่ายองค์กรที่ทำงานในเชิงรุก โดยพร้อมใช้งานแล้วสำหรับลูกค้า Extreme Platform …