IBM จับมือ Adobe เปิดตัวโซลูชัน Experience Orchestration ชู AI แก้ปัญหาองค์กรตอบสนองลูกค้าช้า

งานวิจัยล่าสุดจาก IBM ชี้ชัดว่าความล่าช้าในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้องค์กรสูญเสียรายได้เฉลี่ยสูงถึง 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี นี่คือช่องโหว่ทางธุรกิจขนาดใหญ่ที่นำมาซึ่งความร่วมมือระหว่าง IBM และ Adobe ในการนำเทคโนโลยี Agentic AI มาใช้อุดรอยรั่วและขับเคลื่อนกลยุทธ์การบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าแบบเรียลไทม์

งานวิจัยจาก IBM Institute for Business Value ที่จัดทำร่วมกับ Adobe ระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงกว่า 75% ยอมรับว่าองค์กรของตนตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้ช้าเกินไป ในขณะที่ 88% ทราบดีว่าลูกค้าคาดหวังให้แบรนด์รู้ใจและตอบสนองความต้องการได้ก่อนที่พวกเขาจะเอ่ยปากขอ แต่ปัญหาปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนข้อมูล เพราะคือการขาดการเชื่อมโยง หรือ Orchestration ข้อมูลในส่วนต่าง ๆ

เนื่องจากองค์กรมีการนำข้อมูลลูกค้าที่จัดเก็บไว้มาใช้ประกอบการตัดสินใจด้าน CX เพียง 34% เท่านั้น และเมื่อไม่มี Orchestration ของข้อมูลแบบเรียลไทม์ การที่องค์กรใช้เวลานานเกินไปในการตรวจจับและตอบสนองต่อพฤติกรรมลูกค้า ส่งผลให้ Marketing ROI ลดลงถึง 30-40% และก่อให้เกิดความสูญเสียในการดำเนินงานเฉลี่ย 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีนั่นเอง

เพื่อให้ธุรกิจสามารถเคลื่อนไหวได้ทันท่วงที IBM Consulting จึงได้ขยายความร่วมมือกับ Adobe พัฒนาโซลูชันที่ผสาน Customer Experience Orchestration ของ Adobe เช่น Adobe Real-Time CDP และ Experience Platform Agent Orchestrator เข้ากับ Agentic AI ของ IBM ผ่าน IBM watsonx Orchestrate

การทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อข้อมูล การตัดสินใจ และการส่งมอบบริการเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถระบุความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองได้ทันก่อนที่โอกาสนั้นจะหลุดลอยไป โดยมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนดังนี้

  • วิเคราะห์ลูกค้าแม่นยำขึ้: องค์กรที่สามารถถอดรหัสความต้องการของลูกค้าได้สำเร็จ จะช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ได้ถึง 13% เพิ่มคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าได้ 4 จุด และเพิ่มอัตราการรักษาลูกค้าได้ 6%
  • ยกระดับความคุ้มค่าด้วย AI: การใช้ AI ขับเคลื่อนการตอบสนองภายใต้ Governance และความรับผิดชอบ ช่วยเพิ่ม Marketing ROI ได้ 12% และเพิ่ม Customer Lifetime Value ได้สูงถึง 38%

ในทางกลับกัน Loyalty จากลูกค้าไม่ได้เกิดจากการที่องค์กรมีเทคโนโลยี AI ที่ล้ำหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ที่ AI เหล่านั้นสามารถสร้างขึ้นมาได้ การเพิ่มเครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้าไปในระบบที่ตัดขาดจากกันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่องค์กรต้องอาศัย Agentic AI เป็นแกนกลางในการรวบรวมการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ และวางกรอบการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นการกระทำได้อย่างไร้รอยต่อและเรียลไทม์

ที่มา: https://newsroom.ibm.com/2025-04-21-ibm-introduces-industry-solutions-for-ai-powered-experience-orchestration-with-adobe

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

Anthropic เปิดตัว Claude Duet แอป AI Agent เชิงรุก เปิด Research Preview ให้ผู้ใช้งาน Pro และ Max

Anthropic เปิดตัว Claude Duet แอป AI Agent ที่ทำงานเชิงรุก คอยแจ้งเรื่องที่ต้องให้ความสนใจ ทำงานต่อได้แม้ผู้ใช้งานไม่ได้อยู่หน้าจอ และขออนุมัติก่อนดำเนินการแทน เริ่มเปิด Research Preview ผ่าน …

Omise เปิดตัว “Mirai Flash” AI Coworker สำหรับองค์กร เชื่อมต่อเครื่องมือธุรกิจและระบบภายใน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน [PR]

บริษัท โอมิเซะ จำกัด (Omise) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและเทคโนโลยีชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัว “Mirai Flash” แพลตฟอร์ม AI Coworker บนเดสก์ท็อปตัวแรกที่พัฒนาภายใต้ Mirai ธุรกิจด้าน AI …