Breaking News

Integration, Big Data & Risks – 3 ความท้าทายของระบบ ERP ในยุค Industry 4.0

Enterprise Resource Planning (ERP) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่องค์กรทั่วโลกต่างใช้งานเพื่อทำ Digital Transformation อย่างเต็มตัว ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราได้เห็นระบบ ERP วิวัฒนาการไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสานนวัตกรรมอย่าง Cloud Computing, Big Data และ Machine Learning เข้ามาใช้งานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเชิงธุรกิจใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล

บทความนี้ Epicor ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ EPR ชั้นนำระดับโลกได้ออกมาสรุปถึงแนวโน้มความท้าทาย 3 ประการ ได้แก่ Integration, Big Data และ Risks ที่ระบบ ERP ต้องเผชิญในยุค Industry 4.0 ดังนี้

ความท้าทายที่ 1: Industry 4.0 ต้องการระบบที่บูรณาการ

การมีห่วงโซ่คุณค่า (Value Chains) แบบบูรณาการตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-end Integration) เป็นหัวใจสำคัญของ Industry 4.0 ธุรกิจคาดหวังที่จะเห็นระบบและอุปกรณ์ “สื่อสาร” กันและตอบสนองอย่าง “ชาญฉลาด” ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ, การวางแผน, การผลิต, การชำระเงิน ให้สามารถเชื่อมต่อกันเป็นกระบวนการเดียว บางอุตสาหกรรมอาจต้องการผสานรวมกระบวนการของซัพพลายเออร์, ลูกค้า และพาร์ทเนอร์เข้ามาในระบบด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างอัตโนมัติ และสามารถติดตามกระบวนการทำงานทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม

การบูรณาการกระบวนการเชิงธุรกิจเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง ซอฟต์แวร์ ERP จึงเป็นโซลูชันยอดนิยมที่หลายองค์กรนำมาใช้งานในยุคดิจิทัลเนื่องจากถูกออกแบบมาให้สามารถบริหารจัดการฟังก์ชันเชิงธุรกิจ, กระบวนการต่างๆ และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้จากศูนย์กลางแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ ERP ยุคใหม่ยังสามารถผสานการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ เช่น Internet of Things เพื่อยกระดับการบูรณาการสายการผลิตให้ครบวงจรไปอีกขั้นตามแนวคิดของ Industry 4.0 อีกด้วย

ความท้าทายที่ 2: Industry 4.0 กับการนำ Big Data เข้ามาใช้

เมื่อมีการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลมากขึ้น เครื่องมือสำหรับทำ Data Analytics จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับกระบวนการเชิงธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการทรัพยากร, การขนส่ง, คุณภาพการผลิต, การผสานงานกับพาร์ทเนอร์ ไปจนถึงการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า รายงานจาก PWC ระบุว่า 83% ของผู้บริหารในอุตสาหกรรมตระหนักว่าการนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่มีเพียง 18% ที่ให้คะแนนระบบ Data Analytics ของตนในระดับ “Advanced”

สำหรับอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง Data Analytics อาจกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากต้องอาศัยทักษะพิเศษในการแปลงข้อมูลให้กลายเป็นผลวิเคราะห์เชิงลึกที่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ระบบ ERP ยุคใหม่จึงได้ผสานคุณสมบัติด้าน Analytics เพื่ออุดช่องว่างด้านการขาดแคลนทักษะ และทำให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต การเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่การคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตพร้อมคำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจสูงสุด

ความท้าทายที่ 3: Industry 4.0 มาพร้อมกับความเสี่ยงใหม่

อุตสาหกรรมในยุค Industry 4.0 จะสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อทุกองค์ประกอบที่มีส่วนร่วมนั้นเชื่อมต่อถึงกันด้วยความเชื่อมั่นในด้านความมั่นคงปลอดภัย และมีการกำกับดูแลการสื่อสารและข้อมูลที่แลกเปลี่ยนกันอย่างเหมาะสม ที่สำคัญคือทำอย่างไรจึงจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอันเนื่องมาจากส่วนหนึ่งของระบบมีปัญหา และส่วนอื่นๆ ยังคงต้องทำงานต่อไปได้

แม้ระบบ ERP จะไม่สามารถขจัดความเสี่ยงออกไปได้ทั้งหมด แต่ระบบ ERP ยุคใหม่ที่มีความเสถียร มั่นคงปลอดภัย และพร้อมขยายระบบออกไปได้ในอนาคต อย่างน้อยก็สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตัวมันเองและกระบวนการเชิงธุรกิจที่ใช้งานอยู่ นอกจากนี้ ระบบ ERP ที่ดีควรมีความสามารถด้าน Visibility เพื่อให้การกำกับดูแลและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เป็นเรื่องง่าย

Epicor ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ ERP สำหรับทุกอุตสาหกรรมในยุค Industry 4.0

Epicor เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่มีประสบการณ์มานานกว่า 45 ปี และมีลูกค้ามากกว่า 20,000 องค์กรจากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ให้บริการระบบยุคใหม่สำหรับบริหารจัดการและสนับสนุนกระบวนการเชิงธุรกิจอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น ERP, MES, CRM, HCM, SCM สำหรับทุกอุตสาหกรรม มีจุดเด่นที่ความง่ายในการใช้งาน ลูกค้าสามารถปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับความต้องการเชิงธุรกิจได้อย่างอิสระ พร้อมด้วย Open API สำหรับผสานการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ เช่น Internet of Things ได้อย่างง่ายดาย

Epicor มาพร้อมกับฟีเจอร์ด้าน Business Intelligence และ Analytics อันหลากหลาย ครอบคลุมทั้ง Operation Report, Descriptive, Diagnostic และ Predictive Analytics เพื่อตอบคำถามสำคัญของธุรกิจ 4 ประการ ได้แก่ เกิดอะไรขึ้น, ทำไมจึงเกิดสิ่งนั้นขึ้น, กำลังเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ และอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการทำงาน Dashboard, Trackers และ Data Visualization Tools สำหรับแสดงข้อมูลที่สนใจ พร้อมรายละเอียดเชิงลึกเพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ของธุรกิจในปัจจุบัน และจัดทำรายงานสรุปสำหรับผู้บริหารได้

ซอฟต์แวร์ของ Epicor ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Cloud-ready Architecture รองรับการใช้งานทั้งแบบ On-premises และบน Cloud ในรูปแบบของ Software as a Service (SaaS) ซึ่งมีทั้งความเสถียร ความมั่นคงปลอดภัย ง่ายต่อการขยายระบบในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจ ที่สำคัญคือมีโซลูชันบนอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงข้อมูลจากที่ไหนและเวลาใดก็ได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงยิ่งขึ้นอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.epicor.com/en-us

สนใจโซลูชันของ Epicor โปรดติดต่อ “เอเดปตัสไทย”

บริษัท เอเดปตัสไทย จำกัด (Adeptus Thai Co., Ltd.) เป็นผู้ให้บริการโซลูชันเชิงธุรกิจของ Epicor อย่างเป็นทางการในประเทศไทยในฐานะ Authorized Partner และได้รับ Epicor ERP Product Certification มีทีมที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์มานานกว่า 18 ปี และได้รับใบรับรองในการให้คำปรึกษาจาก Epicor ตามมาตรฐานที่กำหนด (Epicor ERP Partner Certification Program) และพร้อมให้บริการ Implement ระบบ ERP แบบครบวงจร ตั้งแต่ ติดตั้งซอฟต์แวร์, การวางแผนเริ่มวางระบบ ERP, วิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ, ออกแบบ, ย้ายข้อมูลจากระบบเดิมไปสู่ระบบ ERP ใหม่, จัดอบรมให้สอดคล้องกับธุรกิจของลูกค้า, วัดผลและประเมินความพร้อมของลูกค้าเพื่อให้สามารถนำระบบ ERP ของ Epicor ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจได้จริง ตลอดจนให้การสนับสนุนหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถใช้งานระบบ ERP ของ Epicor ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พลิกโฉมกระบวนการเชิงธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง


ปัจจุบัน มีลูกค้าผู้ใช้โซลูชันของ Epicor ผ่านเอเดปตัสไทย (Adeptus Thai) ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วไทย เช่น Automotive, Electronics, Medical Tech และ Plastic Injection เป็นต้น ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อ บริษัท เอเดปตัสไทย จำกัด (Adeptus Thai Co., Ltd.) ได้ที่ 092-638-0555 หรือ 02-363-4677



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Leadership Vision: New Normal Data-Driven Business บทสัมภาษณ์คุณสันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ STelligence

ปี 2020 ที่ทุกธุรกิจและผู้ประกอบการทุกรายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่คาดการณ์ไม่ได้นี้ การใช้ข้อมูลมาตัดสินใจในธุรกิจถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางภาวะนี้ ทิศทางการลงทุนด้าน Data ของธุรกิจองค์กรควรเป็นอย่างไร? หลักคิดในการตัดสินใจโครงการด้าน Data สำหรับธุรกิจในยามนี้มีอะไรบ้าง? พบคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ในบทความ "Leadership Vision: New Normal Data-Driven Business" บทสัมภาษณ์คุณสันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท STelligence จำกัด

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต