สัมภาษณ์พิเศษ : เทคโนโลยีจาก HPE เบื้องหลังชัยชนะของ Mercedes-AMG Petronas ในการแข่งเจ้าความเร็วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก Formula One

หากใครเป็นแฟนกีฬารถแข่งเชื่อแน่ว่าคงรู้จักชื่อของการแข่งขัน Formula One หรือประชันเจ้าความเร็วที่ถือว่าเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่มีมนต์ขลังผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน หรือกฏเกณฑ์เข้มงวดที่ทำให้การแข่งนี้มีมาตรฐานสูง อย่างไรก็ตามหากมองเพียงผิวเผินคนทั่วไปแทบไม่รู้เลยว่าการแข่งรถจะไปลงตัวกับเทคโนโลยีชั้นนำได้อย่างไร

ในงาน HPE Discover more 2024 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษถึงความร่วมมือระหว่าง HPE และ Mercedes-AMG Petronas ที่เคยเป็นแชมป์ถึง 7 สมัย ซึ่งพวกเขาได้มีการประยุกต์ใช้โซลูชันจาก HPE แบบ End to End เพื่อแปรผลข้อมูลสู่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ มาติดตามกันครับว่า เทคโนโลยีของ HPE จะช่วยให้การแข่งรถนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมได้อย่างไร

ชัยชนะในการแข่งขันแต่ละครั้งไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกชื่อของนักแข่งและทีมงานสนับสนุนในประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ในมุมของทีมงานพัฒนารถอย่าง Mercedes-AMG จะเป็นที่รู้จักในฐานะของแบรนด์รถยนต์ด้วยว่าพวกเรามีคุณภาพขนาดไหน จากเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมคุณ Michael Taylor, IT Director จากทีม Mercedes-AMG Petronas กล่าวเมื่อถูกถามถึงว่าพวกเขาได้อะไรจากการแข่งนอกจากความภาคภูมิชันในกีฬานี้

Formula One หรือ F1 เป็นรายการแข่งขันรถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าเปรียบเทียบกับเกมการแข่งขันฟุตบอลก็คงเทียบได้กับพรีเมียร์ลีกส์ที่มีฐานคนดูจำนวนมาก โดยการแข่งขันมีพัฒนาการมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกเสียอีก โดยในแต่ละปีรายการแข่งจะถูกแบ่งออกเป็นรอบย่อยเรียกว่า กรังปรีซ์ (Grand Prix) ที่จะจัดขึ้นในหลายประเทศและวัดผลรวมของคะแนน นั่นหมายความว่าเกมการแข่งไม่ได้จบลงสนามเดียว แต่เป็นเรื่องของการรักษาความต่อเนื่องของคุณภาพ ที่ทีมงานต้องปรับปรุงนวัตกรรมให้ดีขึ้นระหว่างการแข่ง

F1 ยังถือเป็นการแข่งขันที่มีมาตรฐานสูงในทุกองค์ประกอบตั้งแต่สนามแข่ง ตัวนักแข่งเอง และกฏกติกาที่ถูกกำหนดโดย Fédération Internationale de l’Automobile (FIA) ทั้งนี้คำว่า Formula หมายถึงระเบียบที่ทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี FIA ได้อัปเดตข้อบังคับเพิ่มเรื่อยๆ เพื่อทำให้การแข่งขันมีความปลอดภัย จำกัดงบลงทุนของทุกทีมที่เข้าร่วม ซึ่งในอนาคตอันใกล้ประเด็นความยั่งยืนกำลังจะถูกนำมาเป็นหัวข้อสำคัญ

ทีมที่เข้าร่วมรายการจะต้องมีนักแข่ง 2 คนและนับผลรวมเป็นทีมเดียวกัน โดยมีการวัดผลแบบ 1 บุคคล(Driver) และการนับคะแนนรวมสูงสุดของทีม(Constructor) นั่นคือหนึ่งไฮไลต์ที่ผู้แข่งและทีมงานเบื้องหลังต้องขบคิดกลยุทธ์ในส่วนนี้ โดยทั่วไปทีมแข่งมักมีผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนกลยุทธ์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาในด้านวิศวกรรมและการจัดการเรื่องต่างๆ

ด้วยมาตรฐาน ระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวด และกติกาที่ซับซ้อนนี้ ทำให้ F1 เป็นมากกว่าแค่การวัดผลด้านพลังของเครื่องยนต์ แต่ต้องมีการวางแผนการแข่งขันตั้งแต่ตัวของผู้แข่ง ไปจนถึงพลังของทีมงานเบื้องหลังด้วย และตั้งแต่ปี 2014 – 2021 รางวัลประเภททีมอยู่กับทีมแข่งของ Mercedes-AMG Petronas มาโดยตลอด โดยปี 2021 Lewis Hamilton นักแข่งของทีมยังทำลายสถิติของรายการจากการเก็บชัยชนะจำนวนสูงสุดได้ และเคล็ดลับสำคัญของคือพลังแห่งการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลบนรากฐานความแข็งแกร่งจากโซลูชันไอทีของ HPE

การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางกลยุทธ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการวางแผนทางธุรกิจเท่านั้นแต่ยังใช้ในเกมกีฬาได้ ซึ่งคุณ Taylor เผยว่าในรถแข่งหนึ่งคันนั้นมีการติดตั้งเซนเซอร์กว่า 300 ตัวที่สร้างข้อมูลออกมาได้ถึง 500 GB ต่อคัน ที่สำคัญคือการแข่งขันในแต่ละรอบนั้นยังมีเรื่องของการแบ่งเป็นรอบซ้อมย่อยหลายรอบก่อนเข้าสู่การแข่งขันจริง และหากนับเป็นข้อมูลทั้งหมดพบว่าทีม Mercedes-AMG Petronas ได้รับข้อมูลต่อสัปดาห์มากกว่า 5 TB ที่ต้องถูกเร่งรีบประมวลผล

โครงสร้างของทีม Mercedes-AMG Petronas ไม่ได้มีแค่ทีมงานในสนามแต่ในเกมการแข่งขันด้านความเร็วแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถส่งผลต่อชัยชนะได้ ซึ่งพวกเขาได้มีทีมงานหน้างานในสนามที่ต้องส่งข้อมูลกลับไปเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลใหญ่ใน Berkley ประเทศอังกฤษ โดยคุณ Taylor เผยว่าข้อมูลส่วนสำคัญจะต้องถูกประมวลผลที่ไซต์ เพื่อทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจสำคัญเฉพาะหน้าได้ทันที แต่ด้วยปริมาณข้อมูลที่เข้ามาทำให้เก็บข้อมูลอีกส่วนส่งไปประมวลผลต่อที่ศูนย์ใหญ่ภายหลัง

การใช้ข้อมูลนี้สร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลให้แก่ทีมวิศวกรและผู้วางกลยุทธ์ของ Mercedes-AMG Petronas แน่นอนว่ากฏเกณฑ์ของ FIA ได้ควบคุมทั้งเครื่องยนต์ ขนาด หรือการออกแบบหลายอย่าง แต่หากสามารถรับรู้ข้อมูลในเชิงลึก ทีมงานจะสามารถตัดสินใจต่างๆได้ เช่น ความร้อนของยางเมื่อเจอกับสภาพถนนในอุณหภูมิปกติหรือร้อนจัด ซึ่งช่วยให้พวกเขาแจ้งนักแข่งให้เข้าเปลี่ยนยางได้ในเวลาที่เหมาะสม เพราะจำนวนของชุดยางที่ใช้ได้ก็ถูก FIA กำหนดไว้เช่นกัน นอกจากนี้การเข้าพักเพื่อเปลี่ยนยางอาจควบคู่ไปกับการซ่อมรุงอื่นๆ ที่ถูกนับเป็นเวลาในการแข่งด้วย นั่นคือความต่างของแผนกลยุทธ์เมื่ออาศัยการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยส่วนนี้มาจากพลังของเทคโนโลยีจาก HPE

ในปี 2021 FIA ได้เสนอให้จำกัดงบลงทุนของแต่ละทีมเพื่อไม่ให้ทีมที่ทุนใหญ่กว่าได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งคุณ Taylor อธิบายว่างบประมาณครอบคลุมตั้งแค่ค่าแรงของคน เทคโนโลยี การขนส่ง และการจัดการ ทำให้ทีมงานของ Mercedes-AMG Petronas ต้องออกแบบในการลงทุนอย่างจำกัด คล่องตัวสูง ใช้เวลาน้อย แต่ยังต้องรองรับการประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูงข้างต้นให้ได้ นั่นคือโจทย์ความต้องการของทีมที่ HPE ได้เข้ามาช่วยเหลือพวกเขา

การแข่งขัน F1 จะดำเนินขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในฝั่งนวัตกรรมของรถเองต้องมีการปรับปรุงการออกแบบใหม่อยู่เสมอ เช่นกันเมื่อมีการนำระบบไอทีมาเป็นหัวใจสำคัญ บริการที่จะเกิดขึ้นก็ต้องปรับตัวได้อย่างรวดเร็วใช้เวลาให้น้อยที่สุดเพราะทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย โดยทีมงาน Mercedes-AMG Petronas ได้มีการประยุกต์ใช้โซลูชันจาก HPE ตั้งแต่ Edge, Networking และ Private Cloud ผ่านโซลูชันเหล่านี้

Apollo 6500 gen 10 – เป็นโซลูชัน Private Cloud ที่ตั้งอยู่ศูนย์ทำการหลักของทีม โดย Apollo ได้ช่วยให้ทีมงานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลที่มาจากสนามแข่งปริมาณมาก โดยทีม Aerodynamics มีโปรแกรมออกแบบเชิงวิศวกรรมของตัวเอง ที่ต้องการความละเอียดสูง โดย Apollo ได้ช่วยลดเวลาจำลองโมเดลเหลือเพียง 1 ใน 3 จากเดิม ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญเพราะ FIA กำหนดเวลาของช่วงเวลาจำลองด้วย ดังนั้นการใช้เวลาได้น้อยกว่าคู่แข่งก็คือข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง

HPE Proliant และ Edgeline EL4000 – อข้อมูลส่วนหนึ่งจะต้องทำการแปรผลที่หน้างาน และต้องเป็นโซลูชันที่ออกแบบมาสำหรับการใช้ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก โดย Edgeline EL4000 คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาช่วยประมวลผลข้อมูล Telemetry และแอปพลิเคชันวีดีโอสำหรับการสื่อสาร นอกจากนี้ที่สำคัญคืออุปกรณ์ต้องมีความคล่องตัวมากพอ โดยชุดโซลูชันนี้มีขนาดไม่เกิน 2 Rack ทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายทั้งการติดตั้งก่อนและการนำออกหลังแข่งขัน

HPE Aruba Networking – เทคโนโลยี SD-WAN ช่วยเชื่อมต่อระหว่างข้อมูลจากสนามกลับไปยังศูนย์ปฏิบัติการในสหราชอาณาจักรฯ ซึ่งประเด็นสำคัญคือต้องรวดเร็วและปลอดภัยเพียงพอผ่านบนระบบอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ HPE Aruba Networking ยังมีอุปกรณ์การเชื่อมต่อระดับดาต้าเซนเตอร์และแคมปัสอีกหลายตัวทั้ง Wire และ Wireless

HPE Synergy – ความรวดเร็วเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในรายการ F1 โดยระบบไอทีของ Mercedes-AMG Petronas จะไม่ใช่แค่งานอัปเดตระบบใหม่ แต่ต้องพร้อมเปลี่ยน infrastructure ใหม่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เองทำให้การจัดการทรัพยากรต่างๆ ต้องมีความอัตโนมัติ ที่โซลูชัน Software-defined infrastructure หรือ HPE Synergy จึงเป็นระบบบริหารจัดการ Hybrid Cloud ที่ทีมผู้ดูแลจะขาดไม่ได้

HPE Point Next Service – Mercedes-AMG Petronas อาจเป็นทีมงานที่ในด้านเครื่องยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับต้นๆของโลก แต่หากเทียบกับความเชี่ยวชาญด้าน IT แล้วต้องยกให้ HPE ซึ่งทีมงานได้อาศัยบริการคำปรึกษาระดับมืออาชีพที่เรียกว่า HPE Point Next Service สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลเทคนิคเชิงลึก ตลอดจนทีม Data Scientist ที่มีความสำคัญต่อการวางกลยุทธ์ในการแข่งขัน

ด้วยความเข้มแข็งของกติกา มาตรฐาน และ ตัวแปรต่างๆ ทำให้ Formula One (F1) เป็นลีกส์ในกีฬาท้าทายความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก โดยทีมผู้เข้าแข่งขันจะต้องประเมินปัจจัยเหล่านั้นเพื่อแก้ปัญหาหน้างานและวางแผนภาพรวมของทุกฝ่ายในทีมเพื่อรักษาความมีประสิทธิภาพในตลอดฤดูแข่งให้ได้ และเคล็ดลับสำคัญของทีม Mercedes-AMG Petronas ในผลงานอันยอดเยี่ยมก็คือกลยุทธ์การตัดสินใจด้วยข้อมูลที่เกิดขึ้น และเมื่อประสานความเชี่ยวชาญทั้งจากมุมมองทางวิศวกรรมหลายสาขา ผู้วางกลยุทธ์ นักแข่ง ทีมงานสนับสนุน เข้าด้วยกันจึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะสามารถรักษาแชมป์ได้หลายสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเทคโนโลยีจาก HPE ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น และนั่นคือเรื่องราวจากคุณ Michael Taylor ผู้อำนวยการของทีม Mercedes-AMG Petronas

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ใช้ Agentic AI ในภาคธุรกิจองค์กรอย่างคุ้มค่าและมั่นใจ ทำ Governance ได้ครบวงจร ด้วย HPE Private Cloud AI จาก Yip In Tsoi

หนึ่งในบทสนทนาที่เกิดขึ้นในปี 2026 สำหรับภาคธุรกิจองค์กรนี้ ก็คงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องของการวาง AI Infrastructure สำหรับ AI Factory ภายในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมี AI Sovereignty และสามารถทำ AI …

เปิดตัว GitLab 19.0 ยกระดับ Agentic Workflow และ Secrets Management

GitLab ได้ประกาศเปิดตัวเวอร์ชัน 19.0 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 โดยเน้นการยกระดับแพลตฟอร์มด้วย AI Workflows (Agentic Core), การจัดการความลับ (Secrets Management) …