ID.me ประกาศว่าระดมทุนได้ 340 ล้านดอลลาร์ผ่านการจัดหาเงินทุนทั้งในรูปแบบทุนและหนี้สิน เพื่อเร่งการขยายตัวของบริษัท โดยส่วนของทุนมี Ribbit Capital เป็นผู้นำการลงทุนรอบ Series E ร่วมด้วย Ares Credit, Moonshots Capital และ Positive Sum ส่งมูลค่ากิจการขยับขึ้นเป็น 2 พันล้านดอลลาร์ จาก 1.8 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

บริการออนไลน์บางแห่งกำหนดให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนด้วยการอัปโหลดเอกสารส่วนบุคคลในขั้นตอนการเข้าสู่ระบบ ID.me จึงพัฒนาเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการขั้นตอนการยืนยันตัวตน ทำให้นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเองทั้งหมด ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก
ซอฟต์แวร์ของ ID.me ถูกใช้งานโดยหน่วยงานรัฐบาลกลางมากกว่า 20 แห่ง และหน่วยงานรัฐมากกว่า 45 รัฐในสหรัฐฯ เช่น สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า ที่พึ่งพาระบบนี้ในการประมวลผลคำขอเครื่องหมายการค้า ฐานลูกค้าของ ID.me ยังรวมถึงโรงพยาบาล ผู้ค้าปลีก และองค์กรอื่น ๆ อีกด้วย
ผู้บริโภคสามารถใช้งานแพลตฟอร์มนี้ผ่านแอปชื่อ ID.me Wallet ที่สามารถสแกนหนังสือเดินทาง ใบขับขี่ และเอกสารส่วนบุคคลอื่น ๆ ด้วยกล้องสมาร์ทโฟน จากนั้น ID.me จะใช้ อัลกอริทึม computer vision เพื่อตรวจสอบสัญญาณการปลอมแปลง
แอปของบริษัทนี้ยังสามารถประมวลผลข้อมูลรับรองประเภทอื่น ๆ ได้ด้วย ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Attribute Exchange สามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลนั้นเป็นนักศึกษา ครู ทหาร หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย องค์กรธุรกิจสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้ที่พยายามเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชันภายในเป็นพนักงานจริง
ตามที่ ID.me ระบุ ฟีเจอร์ Attribute Exchange ไม่ได้จำกัดเพียงการประมวลผลคำขอเข้าสู่ระบบเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าปลีกสามารถใช้เพื่อมอบส่วนลดแก่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ข้อมูลบางส่วนที่แชร์โดยผู้ใช้ ID.me Wallet ยังสามารถนำไปใช้ในการนำเสนอโฆษณาและข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อีกด้วย
องค์กรต่าง ๆ สามารถปรับระดับความเข้มงวดของขั้นตอนการยืนยันตัวตนได้ตามความสำคัญของแอปพลิเคชัน ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลอาจกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องแสดงเอกสารประจำตัวที่ต่างกัน 2 รายการก่อนเข้าถึงฐานข้อมูลภายใน นอกจากนี้ ID.me ยังสามารถกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัยได้
ตามที่บริษัทเปิดเผย แพลตฟอร์มนี้ใช้หลายวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้แฮ็กเกอร์เข้าถึงข้อมูลของลูกค้า ID.me จะวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับอุปกรณ์และเครือข่ายที่ใช้ส่งคำขอเข้าสู่ระบบ รวมถึงตรวจสอบรูปแบบพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อหาความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ว่าทราฟฟิกนั้นถูกสร้างโดยบอท
“การยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยคือรากฐานของระบบนิเวศ AI ที่ต้องพึ่งพาหน่วยความจำ บริบท และการตรวจสอบสิทธิ์” Blake Hall ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ID.me กล่าว “เงินทุนครั้งนี้ช่วยเสริมความสามารถของเราในการขยายการเข้าถึงแบบดิจิทัลที่ปลอดภัย ปกป้องความเป็นส่วนตัว และสร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น เพื่อก้าวนำหน้าเครือข่ายอาชญากรรม”
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/09/04/identity-verification-startup-id-raises-340m-2b-valuation/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






